ข่าว

คุก6เดือน6นปช.มือเผาเซ็นทรัลเวิล์ด

คุก6เดือน6นปช.มือเผาเซ็นทรัลเวิล์ด

01 ธ.ค. 2554

ศาลอาญากรุงเทพใต้ พิพากษาจำคุกคนละ 6 เดือน 6 แนวร่วม นปช. ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ชุมนุมเซ็นทรัลเวิล์ด 19 พ.ค.53 ส่วนจำเลยร่วมอีกคน โดนคุก 3 ปี 6 เดือน ขโมยมือถือจากห้าง - ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

                     1 ธ.ค.54 เวลา 10.00 น. ศาลอ่านคำพิพากษาคดีปล้นทรัพย์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล์ด คดีหมายเลขดำที่ ด.2235/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายพินิจ จันทร์ณรงค์ พินิจ อายุ 26 ปี , นายวิศิษฐ์ แก้วหล้า อายุ 33 ปี , นายคมสันต์ สุดจันทร์ฮาม อายุ 42 ปี , นายอาทิตย์ เบ้าสุวรรณ อายุ 29 ปี , นายพรชัย โลหิตดี อายุ 36 ปี , นายยุทธชัย สีน้อย อายุ 23 ปี และนางเจียม ทองมา อายุ 45 ปี ทั้งหมดเป็นแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นจำเลยที่ 1-7 ในความผิดต่อเจ้าพนักงาน , ปล้นทรัพย์ และฝ่าฝืนพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548

                      ทั้งนี้ ตามคำฟ้องเมื่อวันที่ 11 ส.ค.53 ระบุความผิดสรุปว่า เมื่อ 19 พ.ค.53 เวลากลางวัน จำเลยทั้ง 7 กับนายภาสกร ไชยสีทา , นายอัตพล วรรณโต ซึ่งเป็นเยาวชนแยกดำเนินคดีต่างหาก และพวกอีกหลายคน ร่วมกันชุมนุมและมั่วสุมกันที่แยกราชประสงค์ ใช้กำลังทำลายบานกระจก ผนังอาคาร บานกระจกประตู อาคารสรรพสินค้าจนแตกเสียหาย แล้วได้ร่วมกันลักเอาทรัพย์สินต่างๆรวม 18 รายการ โดยจำเลยทั้ง 7 กับพวกมีอาวุธปืนไม่ทราบชนิดขนาดและจำนวนพร้อมเครื่องกระสุนปืนจำนวนหลายนัด ซึ่งใช้ข่มขู่และขู่เข็ญ ว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายต่อชีวิตและร่างกายของเจ้าพนักงาน สน.ยานนาวา ขณะได้พบเห็นการกระทำซึ่งหน้าของจำเลยทั้ง 7 กับพวก โดยเจ้าพนักงานได้ปฏิบัติการตามหน้าที่แสดงตนจะเข้าจับกุม จำเลยทั้ง 7 กับพวกได้ใช้อาวุธปืนยิงในบริเวณอาคารห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลล์ จำนวนหลายนัด เหตุเกิดที่แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91,138,140,340,340 ทวิ 340 ตรี ขอให้ศาลได้สั่ง คืนของกลาง ทั้ง 18 รายการ ให้แก่ บริษัทซิตี้เซน (ประเทศไทย) จำกัด และผู้มีชื่อเจ้าของทรัพย์ ที่เป็นผู้เสียหายด้วย

                      คดีนี้จำเลยทั้ง 7 ให้การรับสารภาพ ข้อหาฝ่าฝืนประกาศ ข้อกำหนด ตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ

                     ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานทั้งสองนำสืบหักล้างกันแล้ว เห็นว่า แม้คดีนี้เจ้าพนักงาน จะสามารถจับกุมจำเลยทั้ง 7 คน ได้ในที่เกิดเหตุขณะก่อความวุ่นวาย แต่ก็ไม่ได้นำสืบให้เห็นว่าจำเลยทั้ง 7 เป็นผู้ใช้อาวุธปล้นทรัพย์ หรือต่อสู้ขัดขวางการทำงานของเจ้าพนักงาน อีกทั้งยังไม่มีทรัพย์สินของกลางที่ยืนยันว่า จำเลยทั้งหมดเป็นผู้กระทำความผิด คงมีเพียงนายคมสันต์ สุดจันทร์ฮาม จำเลยที่ 3 ที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ประจำห้างสรรพสินค้า สามารถตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ และแบตเตอร์รี่ ที่ขโมยมาจากร้านขายโทรศัพท์มือถือ ดังนั้นลำพังที่เจ้าพนักงานสามารถจับกุมจำเลยได้ในที่เกิดเหตุ ยังไม่สามารถสันนิษฐานให้เป็นโทษกับจำเลยได้ พยานหลักฐานของโจทก์ไม่มีน้ำหนักให้เชื่อว่าจำเลยที่1,2,4,5,6 และ 7 กระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์และใช้อาวุธต่อสู้เจ้าพนักงาน แม้จะสามารถตรวจยึดกระสุนปืนเอ็ม 60 จำนวน 100 นัด ได้ภายในห้าง แต่เจ้าพนักงานก็ไม่มีหลักฐานยืนยันว่า อาวุธดังกล่าวเป็นของจำเลย

                     อย่างไรก็ตาม จึงพิพากษาว่าจำเลยที่ 1-7 มีความผิดฐานฝ่าฝืนประกาศข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ให้จำคุกคนละ 1 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุกไว้คนละ 6 เดือน

                     ส่วนจำเลยที่ 3 ยังมีความผิดฐานลักทรัพย์ ให้จำคุก 3 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 3 ไว้ทั้งสิ้นเป็นเวลา 3 ปี 6 เดือน และให้จำเลยคืนของกลางคืนแก่ผู้เสียหาย ส่วนข้อหาอื่นให้ยก

                      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับจำเลยที่ 1,2,4,5,6 และ 7 นั้น ขณะนี้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลาง เกินกว่าอัตราโทษที่ถูกศาลพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 6 เดือนแล้ว ก็จะได้รับการปล่อยตัวต่อไป

                      ด้านคดีเผาห้างเซ็นทรัลเวิล์ด คดีหมายเลขดำ ด.2478/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสายชล แพบัว อายุ 29 ปี ชาว จ.ชัยนาท การ์ด นปช. และนายพินิจ จันทร์ณรงค์ อายุ 27 ปี เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานวางเพลิงเผาทรัพย์ โรงเรือนที่เก็บสินค้า จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา33,83,91,217,218,224 และฝาฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 4,5,9,11,18 รวมทั้งข้อกำหนดที่ออกตามมาตรา 9 พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ลงวันที่ 7 เม.ย.53 และประกาศศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน เรื่องห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุม ลงวันที่ 8 เม.ย.53 กรณีเมื่อวันที่ 19 พ.ค.53 จำเลยกับพวกได้บุกเข้าไปใน อาคารเซ็นทาวเวอร์และอาคารเซ็นทรัลเวิลด์ ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์จนทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้เผากองเชื้อเพลิงแล้ว ไฟไหม้ลุกลามเผาอาคารเซ็นทาวเวอร์และไฟไหม้เผาทรัพย์สินต่างๆของผู้เสียหายที่ 1 ถึงผู้เสียหายที่ 270 รวมค่าเสียหายจำนวน 8,890,578,649.61 บาท และเป็นเหตุให้นายกิติพงษ์ หรือกิตติพงษ์ สมสูข ที่อยู่ภายในอาคารดังกล่าวถึงแก่ความตาย นั้น ขณะนี้คดียังอยู่ระหว่างการสืบพยานโจทก์ของศาลอาญากรุงเทพใต้