ข่าว

ผบช.น.ยันจับเป็น'โก้'ปล้นอดีตปลัดคค.

ผบช.น.ยันจับเป็น'โก้'ปล้นอดีตปลัดคค.

01 ธ.ค. 2554

"ผบช.น." ยันจับเป็น "โก้" หน.แก๊งปล้นเงิน เชื่อไม่ต่อสู้ขัดขืน ยืนยันเจ้าตัวยังหลบหนีอยู่ในลาว บอก "หนีไปจีน" แค่ข่าวลือ ระบุมีคนส่งเงินให้ใช้จ่ายในการหลบหนีว่าจ้าง คนพื้นที่คุ้มกันดูแล

          วันที่ 1 ธ.ค.54  พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวยืนยันว่า นายวีระศักดิ์ หรือโก้ เชื่อลี หัวหน้าแก๊งปล้นเงินบ้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคมนั้น ยังคงหลบหนีอยู่ในประเทศลาวมีเบาะแสยืนยันได้ ที่มีข่าวว่าไปจีนนั้นไม่จริงเป็นเรื่องที่พูดกันไปยังไม่มีหลักฐานยืนยัน ซึ่งขณะนี้ตำรวจกำลังติดตามอยู่ตลอด
 
          " การที่ตำรวจยังไม่สามารถจับกุมตัวนายโก้ได้นั้นบางครั้งมีอุปสรรคปัญหาในเรื่องของการประสานกับต่างประเทศ ซึ่งความสะดวกอาจจะไม่เหมือนการประสานกับหน่วยงานต่างๆในประเทศเราเองเรียกง่ายๆว่า การไปอยู่ต่างประเทศนั้นความไม่รู้จักมักคุ้นก็ดีระเบียบการปฏิบัติต่างๆของประเทศเขาที่ไม่เหมือนเรามันก็กลายเป็นอุปสรรคในการทำงาน แต่เราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ " ผบช.น.กล่าวและว่า
 
          เรื่องที่หนีไปในประเทศจีนก็เหมือนพูดกันไปชุดสืบสวนที่ลงพื้นที่ก็รายงานความคืบหน้ามาทุกวันมีการพูดคุยกับผมวันละ 3-4 รอบและเมื่อเช้านี้ ผกก.สืบสวนนครบาล 4 ได้นำตัวพยานเพิ่มเติม 1 คนเดินทางไปเมืองเวียงจันทร์ ประเทศลาว โดยขึ้นเครื่องจาก กทม.ไปลงที่ จ.อุดรธานี และเดินทางต่อเข้าไปพร้อมประสานงานกับ พล.ต.ท.สมพงษ์ คงเพชรศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 อยู่ตลอดเวลา และต้องขอบคุณด้วย พล.ต.ท.สมพงษ์ด้วยที่ตั้งรางวัลนำจับนายโก้ด้วย
 
          ผบช.น.กล่าวต่อว่า ไม่ใช่ทางนครบาลต้องการได้ตัวนายโก้เพียงอย่างเดียวทางตำรวจภูธรภาค 4 ก็อยากจับกมุตัวนายโก้ให้ได้เหมือนกัน ขณะเดียวกันจากแนวทางการสืบสวนมีข้อมูลเพิ่มเติมว่า ขณะที่นายโก้กำลังหลบหนีอยู่นั้นมีคนส่งเงินให้ใช้จ่ายในการหลบหนีและมีการจ้างคนพื้นที่เป็นชุดคุ้มกันดูแลและพาหลบหนีส่วนจะเป็นคนไทยหรือคนลาวนั้นยังไม่ทราบแน่ชัดเพราะเป็นการรายงานด้านการข่าว
 
          ผบช.น.กล่าวต่อว่า ปัญหาที่ตำรวจประสบคือยังไม่สามารถระบุที่ได้ว่านายโก้อยู่จุดไหน แต่ก็พยายามอยู่อยากที่จะจับตัวให้ได้เร็วๆ ส่วนการสอบสวนญาติและเพื่อนๆของนายโก้ในที่ต่างๆนั้นก็ไม่ได้รับความร่วมมือในการให้ข้อมูลเท่าใดนัก
 
          สำหรับการเดินทางมาให้ปากคำของนายสุพจน์ อดีตปลัดกระทรวงคมนาคมในฐานะผู้เสียหายนั้น ยังคงยืนยันเป็นวันที่ 7 ธ.ค.ส่วนสถานที่ยังไม่ได้ระบุ โดยพนักงานสอบสวนจะสอบในเรื่องของเงินของกลางที่หายไปว่าสรุปแล้วเงินหายไปเท่าไหร่และมีเงินอยู่เท่าไหร่และที่มาที่ไปของเงินนั้น

          "การสอบสวนต้องดูรายละเอียดอีกครั้งว่าท่านปลัดฯจะให้การว่าอย่างไร ซึ่งเราก็คงต้องสอบสวนในทุกประเด็นก็เป็นสิทธิของท่านปลัดฯว่าจะให้การอย่างไร โดยการสอบสวนครั้งนี้จะมีแต่พนักงานสอบสวนของนครบาลอย่างเดียวไม่มีเจ้าหน้าที่ ปปง.เข้าร่วมแต่อย่างใด " พล.ต.ท.วินัย กล่าวและว่า
 
          สำนวนการสอบสวนคดีนี้นั้นมีความคืบหน้าไปมาก เชื่อว่าจะสามารถสรุปสำนวนคดีนี้ได้ในเร็วๆนี้  เหลือเพียงการสอบปากคำเพิ่มเติมในรายละเอียดเรื่องเงินของกลางที่หายไปเท่านั้น  เพราะตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ 8 คนแล้ว  และแจ้งข้อหาเรียบร้อย ส่วนผู้ที่หลบหนีก็มีการออกหมายจับไปแล้วอยู่ระหว่างการติดตามตัวอยู่
 
          พล.ต.ท.วินัย กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีแต่ข่าวลือไปต่างๆนาๆว่า มีผู้มีอิทธิพลคอยดูแลบ้าง มีข่าวว่าหนีไปอยู่ในประเทศจีนบ้าง  มีข่าวมาว่ามีพี่ชายซึ่งทำโรงไม้อยู่ในลาวเป็นคนพาหนีบ้าง ทุกอย่างมีแต่ข่าว แต่พอไปตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วไม่มี ตอนนี้เขาหลบหนีอยู่และมีข่าวเพิ่มเติมว่ามีคนคุ้มกันด้วยเป็นคนที่นายโก้จ้างไป
 
          ต่อข้อถามว่า เมื่อนายโก้มีชุดคุ้มกันรัดกุมอย่างนี้แสดงว่าจะไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวอย่างแน่นอนใช่หรือไม่ พล.ต.ท.วินัย กล่าวว่า ผู้ต้องหาคดีลักษณะนี้ส่วนใหญ่แล้วเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปแล้วก็จะยอมให้จับกุมแต่โดยดีไม่มีปัญหา ตอนนี้ควรเอาข้อเท็จจริงมาคุยกันดีกว่าอย่าถามเลยว่าถ้าอย่างนั้นถ้าอย่างนี้แต่ความจริงแล้วมันไม่เป็นอย่างนั้น ถามว่าอยากได้ตัวนายโก้ไหมก็ยืนยันว่าอยากได้โดยเร็วที่สุด