
ป่วยงูสวัดสาวแพ้ยารุนแรงใบหน้า-ตัว-ผิวหนังเปื่อยยุ่ย
สาวใหญ่เมืองชุมพรป่วยเป็นโรคงูสวัด หมอคลินิกให้ยามากิน เกิดแพ้รุนแรง ผิวหนัง ใบหน้าดำสนิท แถมเริ่มเปื่อยยุ่ย หมอผู้รักษาต้นเหตุอ้างไม่เป็นอะไรมาก แสดงความรับผิดชอบมอบเงินให้แค่พันเดียวกับช่อดอกไม้ 1 ช่อ หมอ รพ.หลังสวนชี้แพ้ยารุนแรง ไม่มั่นใจกลับมาเหมือนเ
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 4 พฤษภาคม นายคำรอง สีแดด อายุ 43 ปี ชาว ต.ตะโก อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร ร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากทีมข่าว "คม ชัด ลึก" หลังภรรยามีอาการผิดปกติ เนื่องจากไปรักษาตัวกับนายแพทย์ที่คลินิกแห่งหนึ่งในพื้นที่ ก่อนรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังสวนอย่างเร่งด่วน
เมื่อเดินทางไปตรวจสอบ พบว่าผู้ป่วยคนดังกล่าวเข้ารับการรักษาอาการที่ตึกคนไข้หญิง โรงพยาบาลหลังสวน ซึ่งอยู่ภายในห้องกระจก สำหรับแยกคนไข้ติดเชื้อ ทราบชื่อคือ นางวันทนาพร สีแดด อายุ 39 ปี อาชีพทำสวน
ทั้งนี้สังเกตได้ว่าคนป่วยรายนี้สภาพใบหน้ามีสีดำสนิท คล้ายกับถูกสาดด้วยสีดำ ผิวหนังบางส่วนเริ่มเปื่อยยุ่ย ผิวหนังตั้งแต่ศีรษะ ลำคอ ทรวงอก และลำตัว บริเวณเอว เป็นผื่นดำสนิท เริ่มมีผิวหนังเปื่อยยุ่ย ใบหน้าเศร้าหมอง โดยมีนายคำรอง สามีคอยเฝ้าดูแลอาการอย่างใกล้ชิด
จากการสอบถามรายละเอียดจากนางวันทนาพร ซึ่งยังสามารถสนทนาพูดคุยได้ แต่มีน้ำเสียงเบามาก เนื่องจากเจ็บในลำคอ เปิดเผยว่า เมื่อหลายวันที่ผ่านมา มีอาการป่วยด้วยโรคงูสวัด ซึ่งเป็นตั้งแต่สีข้างด้านขวาลามไปถึงต้นขาขวา มีผิวหนังพุพองเจ็บปวดมาก จึงไปหาแพทย์ที่คลินิกแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร แพทย์ให้ยามากิน กระทั่งอาการทุเลาลง แต่กลับมีอาการปวดที่ปลายนิ้วแทน
หลังจากนั้นจึงไปพบแพทย์คนเดิมที่คลินิกดังกล่าวอีกครั้ง แพทย์บอกว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ จึงให้ยามาอีกจำนวนหนึ่ง แต่หลังจากกินยาไปได้ประมาณ 7 วัน ปรากฏว่าเริ่มมีผื่นขึ้นเล็กน้อยที่ใบหน้า จึงหยุดกินยาดังกล่าว โดยยานั้นยังเหลืออีกหลายสิบเม็ด พร้อมกลับมาพบแพทย์คนเดิมอีก ครั้งนี้แพทย์บอกว่าอาจจะเป็นอาการแพ้ยา จึงบอกให้หยุดกินยาดังกล่าว พร้อมกับบอกว่า สักระยะหนึ่งก็คงจะหายเป็นปกติ ตนจึงกลับบ้าน
กระทั่งตื่นมาในตอนเช้าของอีกวัน พบว่ามีผื่นสีดำลุกลามทั่วใบหน้า จากนั้นลุกลามไปทั่วร่างกายอย่างรวดเร็ว พร้อมกับมีอาการเจ็บปวดภายในคอ และมีอาการแสบๆ ร้อนๆ ด้วยความตกใจจึงให้สามีพาไปพบแพทย์คนเดิม และแพทย์บอกว่า ไม่ต้องตกใจ ไม่เป็นไรมาก พร้อมกับให้ยามากินอีกจำนวนหนึ่ง แต่ตนไม่กล้ากิน พร้อมกับให้สามีรีบพามาตรวจที่โรงพยาบาลหลังสวน
คนป่วยรายนี้ระบุด้วยว่า แพทย์โรงพยาบาลหลังสวนตรวจอาการ พร้อมกับขอดูยาคลินิกให้มา แพทย์ของโรงพยาบาลระบุว่า น่าจะเป็นอาการแพ้ยาอย่างรุนแรง จึงรีบนำตัวเข้าห้องกักเชื้อ และรักษาอาการที่โรงพยาบาลมา 2-3 วันแล้ว แต่แพทย์ที่โรงพยาบาลหลังสวนก็ไม่รับปากว่าสภาพใบหน้าจะหายกลับมาเหมือนเดิมหรือไม่
นอกจากนั้นตนและสามีสอบถามไปยังแพทย์ผู้รักษาที่คลินิกดังกล่าว แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจ หรือช่วยเหลือเท่าที่ควร มีเพียงนำช่อดอกไม้เยี่ยมไข้มามอบให้ภรรยา พร้อมกับเงิน 1,000 บาท ใส่ซอง หลังจากนั้นก็ไม่ได้สนใจหรือแสดงความรับผิดชอบอะไรอีกเลย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ผู้สื่อข่าวกำลังสอบถามข้อมูลจากนางวันทนาพร สามีของนางวันทนาพรได้นำภาพของภรรยาในสภาพปกติที่เคยถ่ายเก็บไว้มาให้ดู พบว่าผู้ป่วยรายนี้เป็นหญิงสาวค่อนข้างหน้าตาดี แต่สภาพในตอนนี้กลับแตกต่างกับภาพถ่ายอย่างมาก
นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหลังสวน กล่าวว่า หลังรับทราบเรื่องนี้ ก็ได้สอบถามรายละเอียดจากแพทย์ของโรงพยาบาลที่เป็นเจ้าของไข้ เบื้องต้นทราบว่าคนไข้มีอาการแพ้ยาอย่างรุนแรง ซึ่งแพทย์ที่โรงพยาบาลหลังสวนก็รักษาไปตามอาการ ส่วนจะกลับมามีใบหน้า ผิวพรรณเหมือนเดิมหรือไม่ คงตอบไม่ได้ ส่วนข้อเรียกร้องให้แพทย์ผู้รักษาที่คลินิกนั้น เป็นเรื่องที่ผู้เสียหายสามารถร้องเรียนไปตามขั้นตอนได้
นายคำรอง กล่าวว่า ครอบครัวของตนเป็นเพียงชาวสวน ฐานะยากจน มีบุตร 3 คน กำลังเรียนหนังสือ เมื่อนางวันทนาพรเจ็บป่วย ทำให้ขาดรายได้อย่างมาก และตอนนี้ไม่ได้ต้องการเรียกร้องอะไรมากมาย แต่อยากให้แพทย์ของคลินิกแสดงความรับผิดชอบตรงนี้ด้วย ไม่ใช่แค่นำช่อดอกไม้และเงิน 1,000 บาท มามอบให้แล้วหายไปเลย เพราะทำเหมือนชีวิตคนไม่มีค่า
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อไปยังนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชุมพร เพื่อสอบถามประเด็นเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับหญิงสาวชาวสวนรายนี้ แต่เบื้องต้นยังไม่สามารถติดต่อได้



