ข่าว

ด.ญ.13ปีตกเป็นเหยื่อกามครู-ภารโรง-ผช.ผญบ.

ด.ญ.13ปีตกเป็นเหยื่อกามครู-ภารโรง-ผช.ผญบ.

01 ธ.ค. 2554

สุดอนาถ ด.ญ.วัย 13 ปี เมืองชัยภูมิ ตกเป็นเหยื่อกามทางเพศ ไม่เว้นครูในโรงเรียน ภารโรง ผู้นำชุมชนระดับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ขู่บังคับขังข่มขืนมานานนับปี

                     1 ธ.ค. 54 เหตุการณ์สุดอนาถที่เกิดขึ้นกับชีวิตเด็กหญิงวัยเพียง 13 ปี เมืองชัยภูมิ รายนี้ ถูกเปิดเผยขึ้นจากนางบี (นามสมมุติ) วัย 43 ปี มารดาพร้อมตา และยายวัย 69 ปี ของเด็กหญิงพากันเข้าขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่คณะกรรมการคุ้มครองเด็ก จ.ชัยภูมิ โดยมีผู้ว่าราชการ จ.ชัยภูมิ เป็นประธานโดยตำแหน่ง จึงได้มอบหมายให้นางคะนึง  ศรีวชิรทานต์ พนักงานคุ้มครองเด็กจังหวัดร่วมกับนายอภิวัฒน์  วิริยาภิรมย์ นักสังคมสงเคราะห์ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นของมนุษย์ และพ.ญ.ประภาพร  ชวาฤทธิ์ จิตแพทย์โรงพยาบาลชัยภูมิ พาเด็กเข้าตรวจร่างกายและให้การช่วยเหลือเบื้องต้น จากการถูกล่วงละเมิดทางเพศมานานนับปี 

                     ทั้งนี้ เด็กหญิงวัย 13 ปี รายนี้ และญาติๆต่างยังหวาดผวากับกลุ่มอิทธิพลมืดในท้องถิ่น ซึ่งมีผู้ร่วมกระทำอนาจารส่วนใหญ่ เป็นข้าราชการ และเกี่ยวพันกับนักการเมืองดังในท้องถิ่น จึงไม่กล้าเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่เกิดเหตุ จึงต้องขอความช่วยเหลือไปยัง พ.ต.อ.ไพโรจน์  ขุนหมื่น ผกก.สภ.เมืองชัยภูมิ ช่วยประสานงานมอบหมายให้ พ.ต.ท.บัญญัติ  ทั่งกลาง รอง .ผกก.(สส)สภ.เมืองชัยภูมิ เป็นหัวหน้าชุดช่วยควบคุมร่วมเป็นพนักงานสอบสวนในการร่วมดำเนินคดีควบคู่ไปกับตำรวจในท้องที่เกิดเหตุเพิ่มเติมในคดีนี้อีกด้วย  ก่อนที่จะได้ประสานไปยังสารวัตรใหญ่หัวหน้าสถานีท้องที่ สภ.ลาดใหญ่ อ.เมืองชัยภูมิ ได้มอบหมายให้ ร.ต.ท.วรินทร  เศรษฐะ รับเป็นพนักงานเจ้าของคดี เพื่อเร่งดำเนินการทางกฎหมาย ตามพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก เพื่อเร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดโดยด่วนต่อไป

                     ด.ญ.วัย 13 ปี เหยื่อที่ถูกทารุณกรรมทางเพศมานานนับปีรายนี้ กล่าวทั้งน้ำตาว่า  สาเหตุที่ปัจจุบันต้องขอมารดา และตากับยาย ย้ายมาเรียนอยู่ชั้น ม.2 ที่โรงเรียนอื่นต่างตำบล เพราะทนอยู่ในโรงเรียนเดิมไม่ไหว หลังตั้งแต่อยู่ที่โรงเรียนเดิมเรียนอยู่ชั้น ม.1 ก็ถูกครูผู้ชาย 3 คน มักจะเรียกให้เข้าไปหาในห้องพักครู ห้องคอมพิวเตอร์ เวลาที่ไม่มีใครเพื่อทำอนาจาร ขอบีบจับหน้าอก และใช้มือสอดเข้าไปในอวัยวะเพศ  และขู่ห้ามไปบอกใคร แลกกับเงินค่าขนมครั้ง 20-50 บาทอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งยังถูกอดีตภารโรงของโรงเรียนเรียกเข้าไปขังไว้ในห้องของโรงเรียน เพื่อปลุกปล้ำข่มขืนมาตลอด รวมไปจนถึงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ที่ถือว่า เป็นญาติแท้ๆ ของตา และยาย ยังหลอกว่า จะให้เงินจำนวน 10,000 บาท ไว้เป็นทุนการศึกษาแต่ให้เข้าไปหาที่บ้านของน้องสาวเขา ในช่วงมีงานศพกลางหมู่บ้าน เมื่อช่วงเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ก็ถูกผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านรายนี้ลากเข้าไปในห้องนอนเพื่อกักขังข่มขู่บังคับทำร้ายร่างกายข่มขืนมาต่อเนื่องซ้ำอีก จึงไม่กล้าบอกใคร พอบอกอาจารย์ผู้หญิงในโรงเรียน 2 คน ทราบเรื่องเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ก็กลับถูกเหยียดหยามซ้ำอีกจากอาจารย์ผู้หญิงด้วยกันแท้ๆ ว่า ตัวเองให้ท่าและทำตัวไม่เหมาะสม  จึงทนอยู่โรงเรียนเดิมไม่ไหวต้องขอย้ายตัวเองไปเรียนที่อื่นแทน และต้องทนเก็บเรื่องนี้เรื่อยมาตลอด

                     กระทั่ง จนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากครูอาจารย์ที่โรงเรียนเดิมไม่หยุดมาต่อเนื่องบ่อยครั้ง โดยกล่าวให้ร้ายตนมาตลอด จนลือไปทั่วหมู่บ้าน ตากับยาย มาถามจึงต้องยอมบอกความจริง และแจ้งให้แม่ที่ทำงานที่กรุงเทพฯ กลับมาพาเข้าแจ้งความครั้งนี้ขึ้น ซึ่งตอนนี้ตนกลัวมาก เพราะกลัวจะถูกทำร้าย แต่เมื่อได้คุยกับแม่ ซึ่งบอกเรื่องนี้ยอมไม่ได้หากจะให้เป็นอย่างนี้ต่อไปและคณะกรรมการคุ้มครองเด็ก จ.ชัยภูมิ ที่ได้เข้ามาช่วยเหลือก็สบายใจขึ้น

                     "หนูอยากขอความเป็นธรรมให้กับหนูด้วย ตอนนี้ก็อยากจะหนีไปเรียนอยู่ที่อื่นให้ไกลที่อื่น แต่ก็ยังห่วงตากับยาย ซึ่งในส่วนของผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านรายนี้ ก็ยังมีความพยายามที่จะมาชักชวนเพื่อหวังจะพาหนูไปทำแบบเดิมอยู่บ่อยครั้งอยู่ไม่หยุด"เด็กหญิงวัย 13 ปี กล่าว

                     ขณะที่ นางบี (นามสมมุติ) วัย 43 ปี มารดา กล่าวว่า หลังทราบเรื่องแทบจะขาดใจ เพราะไม่มีเวลาดูแลลูกมาตลอด หลังลูกเกิด พ่อก็ทิ้งหนีหายไปมาตลอด 13 ปี ตนเองก็ต้องขึ้นไปหางานทำที่กรุงเทพฯ เพื่อหาเงินส่งมาให้ลูกเรียนที่บ้าน ให้อยู่กับตาและยาย มาตลอด โดยไม่มีเวลาดูแลลูกได้ดี ตอนแรกๆ พอทราบเรื่องก็กลัวว่า ผู้ที่กระทำลูกส่วนใหญ่ค่อนข้างมีอิทธิพลในชุมชนมาก แต่ลูกถูกกระทำขนาดนี้เป็นตายอย่างไรก็ยอมไม่ได้แล้ว ขอดำเนินการให้ถึงที่สุดกับผู้ที่กระทำทั้งหมดด้วย ซึ่งถ้าปล่อยไปอย่างนี้ ผู้กระทำรายล่าสุดซึ่งถือว่าเป็นถึงผู้นำชุมชน และยังเป็นญาติกันแท้ๆ มีลูก มีเมียแล้ว ยังกล้ามาทำกับหลานแท้ๆ ของตนเองได้อีก

                     ด้าน ร.ต.ท.วิรินทร  เศรษฐะ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี กล่าวว่า หลังได้รับแจ้งและบันทึกปากคำเบื้องต้น ตนได้พาเด็กหญิงรายดังกล่าวไปตรวจร่างกายไว้เป็นหลักฐานที่โรงพยาบาลชัยภูมิ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อนำเข้าสู่ขบวนการตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ที่จะต้องมีเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายเกี่ยวข้องทั้งหมดร่วมดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 2 ธ.ค.นี้ เพื่อที่จะได้เร่งออกหมายเรียกผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยด่วนต่อไปในไม่ช้านี้ได้ ซึ่งเรื่องนี้ผิดต้องว่ากันตามผิดและผู้บังคับบัญชาชั้นสูงในระดับจังหวัดสั่งให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าใครจะอยู่เหนือกฎหมายไม่ได้

                     "ขอให้ทุกฝ่ายสบายใจและให้ความมั่นใจกับเจ้าหน้าที่ในท้องที่ด้วย หากทราบเรื่องไม่มีใครนิ่งนอนใจได้อย่างแน่นอน ทั้งส่วนครู ภารโรง และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ใครเกี่ยวข้อง ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ได้ทั้งหมดด้วย ขึ้นอยู่กับเจ้าทุกข์จะให้ดำเนินการตามกฎหมายได้มากน้อยแค่ไหนในช่วงนี้ "ร.ต.ท.วิรินทร กล่าว