
ยุคกฎหมายไร้ความศักดิ์สิทธิ์
ยุคกฎหมายไร้ความศักดิ์สิทธิ์ : เลียบค่าย โดย ทัศชยันต์วาหะรักษ์ [email protected]
การอภิปรายไม่ไว้วางใจของบรรดาท่านผู้ทรงเกียรติในสภาหินอ่อนที่เพิ่งผ่านไปสดๆร้อนๆ ช่วยการันตีได้เป็นอย่างดีว่า ประเทศไทยในขณะนี้กำลังอยู่ใน "ยุคกฎหมายไร้ความศักดิ์สิทธิ์"
ตัวบทกฎหมายแทบทุกฉบับที่ถูกตราขึ้นมาบังคับใช้ในสังคมไร้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ กลายเป็นเพียงสัญลักษณ์ที่มีไว้เพื่อแหกตาประชาคมโลกว่า บ้านนี้เมืองนี้ยังเป็นนิติรัฐ
หากจะพอมีผลบังคับใช้อยู่บ้างก็คงจะเฉพาะในกลุ่มประชาชนคนชั้นล่าง ลูกตาอิน หลานยายมา ที่ปากกัดตีนถีบ มีความรู้แต่ไม่เท่าทันเล่ห์เหลี่ยม
ยุคนี้สมัยนี้เป็นยุคพวกมากลากไปครับ...
กฎหมายทุกฉบับเปรียบเสมือนกฎที่มีไว้ให้แหก...ทุกวรรค...ทุกมาตรา...สามารถปรับได้แก้ได้หากมีพวกมาก
ขนาดนักโทษหนีคดีทำผิดกฎหมายศาลตัดสินให้จำคุกไม่ยอมรับโทษ แต่มีพวกมาก ยังสามารถใช้ลิ่วล้อปรับแก้กฎหมายให้ตัวเองไม่ต้องรับโทษ
ท่านผู้ทรงเกียรติที่ขันอาสามาเป็นตัวแทนของประชาชน ทำหน้าที่ด้านนิติบัญญัติในสภาหินอ่อน มีหน้าที่สำคัญในการผ่านความเห็นชอบกฎหมายสำคัญๆ ที่จะมีผลบังคับใช้กับคนทั้งประเทศ ทำผิดเสียเอง ก็ไม่เห็นต้องรับโทษ เพราะมีพวกมากที่คอยลากไป
บางรายมีหลักฐานชัดยักยอกสิ่งของที่ประชาชนร่วมแรงร่วมใจบริจาคช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติที่ต้องทนทุกข์กับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นจากความผิดพลาดในการบริการจัดการ ไปแปะชื่อตัวเองเอาไปมอบต่อให้แก่กลุ่มฐานเสียงหวังผลทางการเมืองผิดกฎหมายชัด พอถูกจับได้ไล่ทัน ก็สวมวิญญาณลิเกหลงโรง ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ อ้างทำงานช่วยเหลือผู้เดือดร้อน ลอยหน้าลอยตาในสังคมโดยไม่แม้แต่จะรู้สึกกระดากอาย
บางรายใช้อำนาจหน้าที่แอบอ้างคำสั่งผู้นำประเทศบีบบังคับหน่วยงานรัฐ ให้ทำตามความต้องการของตัวเองอย่างใจชอบ พอไม่ได้รับการตอบสนอง ก็เกณฑ์มวลชนไปปิดล้อมข่มขู่ ทำลายทรัพย์สินของทางราชการ ผิดกฎหมายชัดเจน ก็ไม่เห็นต้องรับโทษ
หวังพึ่งตำรวจและหน่วยงานที่มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ยุคนี้สมัยนี้ก็พึ่งได้ยากครับ...เพราะเขาเลือกใช้หลักรัฐศาสตร์ มากกว่านิติศาสตร์ คือเลือกปฏิบัติแบบหลบหลีกการปะทะ ในทุกๆ เรื่อง ที่จะส่งผลต่อตำแหน่งหน้าที่



