
ศปภ.เตรียมปิดตัวไม่เกินธ.ค.นี้
ศปภ. เตรียมปิดตัวเงียบ ๆ ไม่เกิน ธ.ค. หลังหน่วยงานต่าง ๆ เสร็จสิ้นภารกิจ เริ่มทยอยย้ายออก แฉ ขรก. ทำเนียบฯ สวมรอย เบิกงบทำสะพานข้ามกำแพงกันน้ำ
แหล่งข่าวระดับสูงในรัฐบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้หลายหน่วยงานในศปภ.เมื่อบรรลุภาระกิจแล้วก็จะเริ่มทยอยถอนตัวออกจากศปภ.ไป โดยจะเริ่มเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทยอยถอนตัวจากศปภ.อย่างชัดเจนประมาณวันศุกร์ที่ 2 ธ.ค. อาทิ ขสมก. กระทรวงคมนาคม เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม สำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบางหน่วยงานจะยังไม่ถอนตัวออกไป เช่น หน่วยงานที่ดำเนินการเกี่ยวกับงบของศปภ. เพราะยังจำเป็นต้องดูแลในเรื่องของเอกสารต่างๆ ทั้งนี้ การดำเนินการทั้งหมดจะทยอยดำเนินการและอาจจะไม่มีการประกาศยุบศปภ.อย่างเป็นทางการด้วย เพื่อไม่ให้ฝ่ายค้านนำไปโจมตีเป็นประเด็นทางการเมือง
ทั้งนี้ เบื้องต้น คาดว่า ศปภ.จะสามารถยุติบทบาทได้ไม่เกินสิ้นเดือนธ.ค. จากนั้นบทบาทในการดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลจะไปอยู่ที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ(กยน.)ที่มีนายสุเมธ ตันติเวชกุลเป็นที่ปรึกษา และคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศที่มีนายวีรพงษ์ รามางกูร เป็นประธานมากขึ้น
ขรก. ทำเนียบฯ สวมรอย เบิกงบทำสะพานข้ามกำแพงกันน้ำ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาในช่วงที่มีวิกฤตน้ำท่วมปริมณฑล โดยช่วงนั้นรัฐบาลและศปภ.ไปตั้งศูนย์บัญชาการที่ดอนเมืองและอาคารเอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ กระทรวงศึกษาธิการได้ส่งเจ้าหน้าที่มาก่อกำแพงปูน กั้นกระสอบทรายรอบสถานที่ราชการสำคัญ รวมถึงทำเนียบรัฐบาล โดยงบประมาณวัสดุก่อสร้างนั้นกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ดูแลทั้งหมด
ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้ก่อกำแพงกระสอบทราย ก่อพนังกำแพงด้วยอิฐและฉาบปูนซีเมนต์ทับ รวมทั้งทำสะพานเข้าทำเนียบรัฐบาลด้วยกระสอบทรายหลายชั้นความสูงประมาณหนึ่งเมตรครึ่ง และนำแผ่นไม้อัดมาวางทับ เชื่อมพื้นด้วยยางมะตอยที่ประตูหนึ่งและประตูห้า
อย่างไรก็ตาม มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่คนระดับผู้อำนวยการคนหนึ่งของสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้จัดทำการเบิกงบประมาณสะพานทั้งสองนี้ ด้วยงบประมาณสามแสนบาท และเสนอราคาเพื่อเบิกงบประมาณไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่อุปกรณ์และค่าจ้างแรงงานนั้น กระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ดูแลทั้งหมด
ทั้งนี้ เมื่อผู้ใหญ่ในรัฐบาลทราบเรื่องก็สั่งย้ายข้าราชการคนนี้ออกมาและเตรียมตั้งคณะกรรมการสอบสวน และมอบให้ข้าราชการอีกคนหนึ่งมารับหน้าที่รักษาการแทนก่อน
อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้ ทำเนียบรัฐบาลต้องเคลียร์พื้นที่เพื่อเตรียมจัดงานสโมสรสันนิบาตในช่วงต้นเดือนธ.ค. ซึ่งผู้ใหญ่ในรัฐบาลได้สั่งการไปแล้ว แต่ข้าราชการที่มารักษาการแทนก็ไม่กล้าลงนามสั่งรื้อ ทำให้นายบัณฑูร ศุภควาณิชย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรีไม่พอใจมาก และได้สั่งการด้วยตัวเองให้รื้อและเคลียร์พื้นที่ให้เรียบร้อย และเพิ่งจะดำเนินการเสร็จสิ้นไปเมื่อค่ำวันที่29พ.ย. ที่ผ่านมา



