ข่าว

ฟื้นฟู 'ฝูงปลา'หลังน้ำท่วม

ฟื้นฟู 'ฝูงปลา'หลังน้ำท่วม

01 ธ.ค. 2554

ฟื้นฟู 'ฝูงปลา'หลังน้ำท่วม จากหน้าวัดสู่สถานประกอบการ

                จากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในปีนี้ ทำให้ฝูงสัตว์น้ำจืดทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา โดยเฉพาะปลาชนิดต่างๆ ทั้งปลาทั่วไปและหายาก อย่าง เทโพ เทพา กลายกราย ปลาสวาย ตะโกก นิล ตะเพียน กระแห ปลาดุก และอี่นๆ อีกหลายหลากพันธุ์ที่เคยอาศัยหนาแน่นตามเขต "อภัยทาน" หรือหน้าวัด ถูกน้ำไหลเชี่ยวพัดพา และอีกส่วนหนึ่งปลาแตกฝูงหนีออกเพื่อโต้กระแสน้ำเล่น ประกอบกับช่วงน้ำท่วมทั้งนักท่องเที่ยว รวมถึงประชาชนทั่วไปไม่สามารถให้อาหาร ทำให้ปลาเหล่านี้ออกจากเขตอภัยทานและถูจับเป็นอาหารจำนวนมาก

                ด้วยเหตุนี้กรมประมงจึงขยายโครงการอนุรักษ์ฝูงปลาจากเดิมเฉพาะเขตอภัยทาน สู่แหล่งสถานประกอบการอื่นๆ ทั้งหน้าโรงแรม โรงเรียน หรือสถานที่ที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำธรรมชาติ และอยู่ใกล้แหล่งชุมชน เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถวายเป็นพระราชกุศล ตลอดจนให้เยาวชนตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์พันธุ์ปลา อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้สถานที่พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกด้วย

                ทั้งนี้ ดร.วิมล จันทรโรทัย อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ที่ผ่านมามีการการส่งเสริมการอนุรักษ์ปลาหน้าวัด ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2539 พิสูจน์ได้ว่าจะสามารถอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำโดยเฉพาะชนิดต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ทำให้ปัจจุบันมีวัดจำนวนมากยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยวัตถุประสงค์ของโครงการนี้เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถวายเป็นพระราชกุศล และเพื่อให้เยาวชนตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์พันธุ์ปลา

                นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมให้สถานที่ดังกล่าวได้มีการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว และที่สำคัญต้องการให้ประชาชน ลด ละ เลิก อบายมุข และสิ่งเสพติด หันมาให้ความสนใจกับพันธุ์ปลาชนิดต่างๆ ที่ควรจะอนุรักษ์ไว้ต่อไป โครงการนี้กรมประมงไม่เฉพาะเจาะจงว่าจะต้องเป็นหน้าวัดเท่านั้น หากแต่โครงการขยายกว้างขึ้น โดยขอความร่วมมือเพื่อดำเนินโครงการยังสถานที่อื่นๆ อีกด้วย อาทิ หน้าโรงแรม โรงเรียน หรือสถานที่ที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำธรรมชาติ หรืออยู่ใกล้แหล่งชุมชน เพื่อจะได้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ต่อไป

                "จากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในปีนี้ ตั้งแต่ภาคกลางตอนบนจนถึงกรุงเทพมหานคร มีระดับน้ำในลำคลองสูงขึ้น และเข้าท่วมถนนหนทางบ้านเรือนที่อยู่อาศัยและรวมถึงวัดวาอารามต่างๆ ด้วย ส่งผลให้นักท่องเที่ยวและผู้ใจบุญที่เคยแวะเวียนกันมาให้อาหารปลาหน้าวัดลดน้อยลง และอาหารที่จะนำไปเลี้ยงไม่สามารถนำไปส่งในพื้นที่ได้ อีกทั้งระดับน้ำที่สูงขึ้นทำให้ปลาแตกฝูงและว่ายน้ำออกไปไกลเพื่อหากินนอกเขตอภัยทาน ส่วนหนึ่งถูกชาวบ้านจับกินเป็นอาหาร" ดร.วิมล กล่าว

                อธิบดีกรมประมงบอกอีกว่า เพื่อเป็นการรวมฝูงปลาหน้าวัดเหมือนเดิม กรมประมงได้รับความร่วมมือจากผู้ผลิตอาหารปลาภาคเอกชน ผลิตอาหารปลาจำนวน 200 กระสอบไปแจกจ่ายให้วัดต่างๆ ใน จ.นนทบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา เพื่อใช้เลี้ยงปลาหน้าวัดในช่วงน้ำท่วม และช่วงหลังน้ำลด เพื่อให้อาหารปลาอย่างต่อเนื่อง ปลาจึงจะอยู่กับที่ และจะส่งผลให้พ่อแม่พันธุ์กลับมารวมฝูงและสามารถขยายพันธุ์ได้ต่อไป

                นับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่แสดงให้เห็นว่าการส่งเสริมการอนุรักษ์ปลาหน้าวัดนี้ นอกจากจะทำให้ปลาไทยได้ขยายพันธุ์ เพื่อสู่แม่น้ำลำคลองตามธรรมชาติแล้ว ยังให้ประชาชนได้เห็นถึงการร่วมมือร่วมใจที่จะหันมาอนุรักษ์พันธุ์ปลาอย่างจริงจังเพื่อไว้ให้ลูกหลานได้ดูกันในอนาคตอีกด้วย