ข่าว

เปิดประสบการ์ณ์ใหม่ไปกับ'ฟูจิ'

เปิดประสบการ์ณ์ใหม่ไปกับ'ฟูจิ'

01 ธ.ค. 2554

เปิดประสบการ์ณ์ใหม่ไปกับ 'ฟูจิ'

          บางครั้งสิ่งที่เราคุ้นเคยอยู่เป็นนิจ อย่างข้าวปลาอาหารก็ไม่อาจล่วงรู้ถึงที่มา เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าผู้ถือบัตรฟูจิสมาร์ทการ์ด ภัตตาคารอาหารญี่ปุ่นฟูจิ โดย "หมู" ราศรี ทานาก้า ประธานบริษัท ฟูจิกรุ๊ป จำกัด จึงได้จัดทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ  "ฟูจิ เมโมเรเบิล ทริป อิน เชียงราย" นำลูกค้าไปดื่มด่ำและสัมผัสมนต์เสน่ห์ดินแดนเหนือสุดแดนสยามจังหวัดเชียงราย พร้อมไขความลับข้าวญี่ปุ่นกว่าจะมานอนอุ่นๆ ในชามให้ได้อิ่มอร่อย

          ทริปเริ่มต้นความเป็นสิริมงคลด้วยการนำคณะไปไหว้พระที่วัดพระแก้ว วัดพระสิงห์ และวัดร่องขุ่น ซึ่งเป็นวัดสำคัญประจำจังหวัด ต่อด้วยการทำบุญบริจาคสิ่งของจำเป็นให้น้องๆ เด็กกำพร้าที่มูลนิธิบ้านเด็กโสสะ จากนั้นขึ้นดอยไปชมพระตำหนักดอยตุงซึ่งเคยเป็นที่ประทับแปรพระราชฐานและทรงงานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ยังมีหอแห่งแรงบันดาลใจที่แสดงนิทรรศการพระราชกรณียกิจของสมเด็จย่า สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และชมความสวยงามของสวนแม่ฟ้าหลวง ซึ่งเต็มไปด้วยดอกไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์ที่แข่งกันเบ่งบานอวดโฉมอยู่แน่นสวน

          ส่วนไฮไลท์สำคัญที่ทุกคนต่างตื่นเต้น นั่นคือการได้เยี่ยมชมโรงสี ทนา เกรน ใน อ.พาน เป็นแหล่งผลิตข้าวญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยบอสใหญ่ฟูจิกรุ๊ป เล่าว่า โรงสีข้าวนี้เกิดขึ้นจากวัตถุประสงค์หลักคือการปลูกข้าวญี่ปุ่นเพื่อเอาไว้บริการลูกค้าของภัตตาคารฟูจิ และเพื่อเป็นการสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ และพื้นที่ใกล้เคียงให้มีความเป็นอยู่ที่ดี โดยโรงสีจะรับซื้อผลผลิตข้าวญี่ปุ่นคืนจากเกษตรกรที่รับต้นกล้าพันธุ์ข้าวญี่ปุ่นไปปลูก และยังประกันราคาอย่างเป็นธรรม ทั้งยังได้ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในการสีและการจัดเก็บข้าวญี่ปุ่นเพื่อให้เม็ดข้าวคงคุณค่าทางอาหารไว้มากที่สุด

          ด้าน พีระพงษ์ แดงอาจ ผู้จัดการฝ่ายผลิต เผยว่า เดิมชาวบ้านแถบนี้มีการปลูกข้าวญี่ปุ่นอยู่ก่อนแล้ว แต่ไม่มีการจัดการดูแลที่ดีทำให้ผลผลิตไม่ได้มาตรฐาน จนเมื่อราว 2 ปีก่อนทางฟูจิเข้ามาบริหารจัดการ โดยได้เพาะกล้าพันธุ์ข้าวแล้วให้เกษตรกรที่ร่วมโครงการนำไปปลูกในที่ดินของตัวเอง ซึ่งขณะนี้มีพื้นที่ปลูกอยู่ใน อ.พาน อ.เมือง อ.แม่ลาว อ.เวียงชัย ลงไปจนถึง อ.เมือง อ.ดอกคำใต้ และ อ.จุน จ.พะเยาว์ รวมพื้นที่ทั้งหมดกว่า 8,000 ไร่ ได้ผลผลิตข้าวเปลือกราว 5,000-6,000 ตันต่อปี

          "ข้าวญี่ปุ่นเป็นพันธุ์ข้าวที่ไม่ชอบอากาศชื้น อายุการปลูกสั้นกว่าข้าวไทยจึงต้องการการดูแลที่ดีและครบถ้วน ในเรื่องของการใส่ปุ๋ยจะต้องเร็วกว่าข้าวไทย หากใส่ไม่ถูกต้องจะเกิดปัญหาข้าวไม่แตกกอ ออกรวงน้อย เพราะฉะนั้นก่อนลงมือปลูกจะต้องมีการอบรมพื้นฐานในเรื่องของการเตรียมดิน การดูแล ใส่ปุ๋ย แก่เกษตรกรก่อนเสมอ หลังจากนั้นทางโรงสีจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลทุกขั้นตอนการปลูกอย่างใกล้ชิดด้วย" ผู้จัดการฝ่ายผลิต กล่าว

          หลังจากรับฟังข้อมูลแล้ว เจ้าหน้าที่จึงนำชมโรงสี พร้อมใช้โอกาสนี้เชิญชวนลูกค้าร่วมเปิดประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการลงมือเพาะต้นกล้าข้าวญี่ปุ่น ม้วนกล้า ดำนาด้วยมือ และโยนกล้าลงแปลงนา สร้างความสนุกสนานและประทับใจแก่ลูกค้าแบบสุดๆ ไปเลย