ข่าว

'อภิสิทธิ์'จี้'ประชา'แจงพฤติกรรม'เสงี่ยม'

'อภิสิทธิ์'จี้'ประชา'แจงพฤติกรรม'เสงี่ยม'

30 พ.ย. 2554

'มาร์ค' จี้ 'ประชา' ตอบสังคม พฤติกรรม 'พ.ต.ต.เสงี่ยม' ซัด 'ผอ.ศปภ.' ไม่ทำหน้าที่ ส่งผล ปชช. 'เผชิญหน้า-ขัดแย้ง' หวั่น ลุกลามพื้นที่อื่น แรงกดดันตกที่ 'ผว.กทม.' เตือน 'เสงี่ยม' ต้องอยู่ภายใต้กฏหมาย รู้หน้าที่ตัวเอง

          30 พ.ย.54 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.เสงี่ยม สำราญรัตน์ แกนนำเสื้อแดงและข้าราชการการเมือง ประจำสำนักเลขาธินายกรัฐมนตรี นำชาวบ้านไปเปิดประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์ ว่า ทั้งหมดเป็นหน้าที่ของศปภ.โดยตรง ซึ่งวันนี้พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะผอ.ศปภ. ก็เดินทางไปในพื้นที่แต่กลับไม่มีการตัดสินใจสรุปเชิงนโยบายว่าจะเอาอย่างไร และต้องฟังข้อมูลจากทุกฝ่ายทั้งผู้ว่าฯกทม.และประชาชนที่เดือดร้อน และสรุปออกมาหากไม่แก้ตรงนี้ ก็อาจจะมีความขัดแย้งต่อเนื่อง หากผอ.ศปภ.ไม่ทำหน้าที่ตัดสินในเชิงนโยบาย ก็จะเป็นเหมือนเช่นทุกวันนี้ เดี๋ยวปิด เดี๋ยวเปิด ต้องเผชิญหน้ากัน มีความขัดแย้ง ซึ่งไม่ทราบว่าจะไปลุกลามถึงพื้นที่อื่นบ้างหรือไม่ และทำให้แรงกดดันไปตกที่ผู้ว่าฯกทม.

          ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า แต่ผู้ว่าฯกทม.เองก็ต้องอธิบายให้ชัดเจนว่าอำนาจหน้าที่ คือ อะไรและการตัดสินอะไร ต้องอยู่ภายใต้นโยบายที่ศปภ.ให้ไว้ในการปกป้องพื้นที่ แต่เรื่องนี้ผอ.ศปภ.ต้องเข้ามารับผิดชอบโดยตรง ซึ่งหวังว่าจะไม่มีการขยายวงออกไป เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง ที่พรรคอภิปรายไว้ถึงความล้มเหลวของศปภ. เพราะการบริหารขาดประสิทธิภาพและเพิ่มความแตกแยกตรงกับที่เราอภิปรายไม่ไว้วางใจทุกอย่าง

          ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้การเคลื่อนไหวเริ่มมีการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง เช่น เอาคนเสื้อแดงเข้าไป หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ยิ่งต้องให้ผอ.ศปภ.และรัฐบาล เป็นผู้กำหนดแนวทางตรงนี้ ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นเรื่องการเมืองขัดแย้งกัน และลุกลามไปถึงการขัดแย้งกันเรื่องน้ำอีก

          ผู้สื่อข่าวถามว่า พ.ต.ต.เสงี่ยม มีตำแหน่งเป็นข้าราชการการเมือง ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถือว่าเหมาะสมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและอยู่ในขอบเขตหน้าที่ของตนเอง ส่วนพฤติกรรมเช่นนี้จะยังเหมะสมที่จะดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไปหรือไม่นั้น เห็นว่าตรงนี้ ผอ.ศปภ.ควรจะให้คำตอบกับสังคมได้แล้ว ว่าจะบริหารจัดการอย่างไรในสถานการณ์ที่มีความเดือดร้อนและต้องการประสิทธิภาพ ความสามัคคีในการแก้ปัญหาให้กับประชาชน แต่ถ้ายังบริหารงานโดยเอามวลชนเป็นหลัก ไม่ดูตามหลักที่ถูกต้องว่าการระบายน้ำจะมีประสิทธภาพที่สุดคืออะไร ประชาชนก็จะเดือดร้อน

          ผู้สื่อข่าวถามถึงการณีที่ พ.ต.ต.เสงี่ยมประกาศว่ารับที่จะไปเปิด-ปิดประตูระบายน้ำจุดอื่นด้วย ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า อย่างที่บอก คือ ศปภ.ไม่ทำหน้าที่ของตัวเองก็จะเกิดเรื่องอย่างนี้ เมื่อถามว่า เป็นเพราะคิดว่ามีคนอยู่เบื้องหลังหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นการตอกย้ำว่ารัฐบาลคิดแต่ในแง่มุมการเมือง ทั้งที่ควรแก้ปัญหาให้ประชาชนมากกว่า

          ผู้สื่อข่าวถามว่า กำลังเข้าสู่จุดที่ว่ารัฐบาลมาเพราะคนเสื้อแดง และกำลังจะเกิดปัญหาเพราะคนเสื้อแดงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้างแต่อยากให้ศปภ.เน้นประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และเป็นธรรมในการแก้ไขปัญหา ซึ่งศปภ.ต้องทำความชัดเจนให้เกิดขึ้นตรงนี้

 

ติงเฉลิมอย่าชี้นำจนท.คดีช่างภาพยุ่น-ไม่หวั่นไหวยึดถือตามข้อเท็จจริง

 

           นายอภิสิทธิ์   กล่าวกรณี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ระบุกับทูตญี่ปุ่นว่า การเสียชีวิตของช่างภาพชาวญี่ปุ่น ในเหตุการณ์เดือนเม.ย.ว่า เป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐว่า ตนไม่ทราบว่า ร.ต.อ.เฉลิม พูดบนพื้นฐานอะไร เพราะที่บอกว่า จะเชิญตนไปให้ข้อเท็จจริงแต่ก็ยังไม่มีการเชิญ แต่กลับมีการสรุปล่วงหน้า อีกทั้งกรณีนี้ข้อมูลครั้งสุดท้ายเคยมีผู้เชี่ยวชาญระบุว่า อาวุธที่ใช้ไม่ใช่อาวุธที่ฝ่ายราชการใช้  จึงไม่ทราบว่า มีการลบข้อมูลเหล่านี้หรืออย่างไร

          “รองนายกฯ ต้องปล่อยให้เจ้าหน้าที่ทำงานตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่พูดในลักษณะชี้นำ ส่วนการชี้นำจะส่งผลต่อการทำงานของพนักงานสอบสวนหรือไม่  คงต้องไปถามเจ้าหน้าที่ว่าจะยอมให้ถูกชี้นำหรือไม่ เพราะถ้ายอมให้ถูกชี้นำได้ โดยไม่ยึดตามข้อเท็จจริงก็จะเกิดปัญหาต่อไป”  นายอภิสิทธิ์ กล่าว

            ผู้สื่อข่าวถามถึงบทบาทของ ร.ต.อ.เฉลิม ขณะนี้   ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า พยายามปลุกกระแสให้เกิดความเข้าใจว่า กำลังทำงาน ตามความต้องการของฐานเสียงที่สนับสนุนตนเอง

            เมื่อถามว่า มีการพูดในช่วงหาเสียงว่าจะแก้ไขไม่แก้แค้น วันนี้สะท้อนว่าเป็นอย่างนั้นหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า  จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นถึงความชัดเจน ซึ่งในที่ประชุมสภาสถาบันพระปกเกล้า ก็ยังพูดกันว่ามีหลายเรื่องที่สามารถพูดกันได้เพื่อเกิดความปรองดอง โดยเริ่มจากรัฐบาล เช่นการส่งสัญญาณไม่ต้องเปิดหมู่บ้านเสื้อแดงเพิ่มเติม หรือส่งสัญญาณไปยังสื่อที่พยายามสร้างความเกลียดชัง ว่าจะลดละกันอย่างไร แต่ยังไม่ได้ยินสิ่งเหล่านี้เลย

            ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้ทางพรรคเพื่อไทยเคยพูดมาตลอดเรื่องการเช็คบิล ตอนนี้รู้สึกเหมือนกำลังถูกเช็คบิลหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า คงมีความพยายามอยู่ แต่พวกตนยึดถือตามข้อเท็จจริงไม่หวั่นไหวอะไร

 

ซัด'พิชัย'พูดเท็จถุงยังชีพพิษณุโลกหวังผลการเมือง

 

            นายอภิสิทธิ์ กล่าวกรณีที่ส.ส.เพื่อไทยจะยื่นถอดถอน กรณีนำถุงยังชีพของกระทรวงพลังงานไปแจกประชาชน ที่จังหวัดพิษณุโลกว่า ในเอกสารของผู้ว่า ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับตน มีแต่ระบุว่าสถานการณ์บังคับ เป็นการยืนยันว่า นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงานพูดเท็จ เพราะนายพิชัยระบุว่ามีแผนแจกจ่ายถุงยังชีพอยู่แล้ว พอเกิดเรื่องนี้ขึ้นมาก็เสียแผนหมด ผู้ว่าฯพิษณุโลกรายงานว่าไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีถุงยังชีพอยู่ แสดงว่าทั้งหมดพูดขัดแย้งกันเอง กล่าวเท็จเพื่อหวังผลการเมือง

            “เป็นยุทธวิธีกวนน้ำให้ขุ่นประเด็นนี้ไม่ตรงกับประเด็นที่พรรคประชาธิปัตย์อภิปรายไม่ไว้วางใจและยื่นถอดถอนส.ส.เพื่อไทย ก็น่าเสียดายที่สื่อบางฉบับและคอลัมน์นิสต์บางคน ก็ออกทะเลไปด้วย เรื่องนี้คนละประเด็นกับการอภิปรายฯ การอภิปรายฯ คือการให้ส.ส. ไปจัดสรรไปอนุมัติถุงยังชีพ ไปยังพื้นที่ต่าง ๆ แต่กรณีที่นพ.วรงค์ประสานขอความช่วยเหลือ ในการลงพื้นที่และไปแจกถุงยังชีพโดยแสดงชัดเจนว่าเป็นของราชการ เป็นคนละเรื่องกับการนำถุงมาใส่ชื่อตัวเอง หรือการให้เฉพาะพรรคพวกของตัวเอง ซึ่งในวันนั้นตนก็พูดชัดเจนว่าเป็นของกระทรวงพลังงาน และไม่ได้ไปเรื่องนี้เป็นหลัก ซึ่งสื่อมวลชนก็อยู่ด้วย ก็เป็นการกวนน้ำให้ขุ่นนี้ แต่คิดว่าสังคมคงไม่ไขว้เขว หรือเสียสมาธิเพราะการเดินหน้าถอดถอนคนที่ทำผิดกฏหมายเป็นเรื่องที่ต้องทำ” ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวด้วยน้ำเสียงเข้ม

            ส่วนที่นายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรเพื่อไทย จะยื่นถอดถอนตนก็ถือเป็นเรื่องร้อยที่เท่าไหร่แล้วไม่ทราบ ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มีการกระทำขัดรัฐธรรมนูญแน่นอน ไม่มีการแทรกแซงข้าราชการ ซึ่งผู้ว่าฯก็บอกว่าได้รับการประสานจากนพ.วรงค์ และไม่ทราบว่ามีถุงยังชีพอยู่หรือไม่ ซึ่งขัดแย้งกับที่รมว.พลังงานพูดว่ามีแผนการแจกจ่ายอยู่แล้ว เมื่อประสานไป เมื่อไม่รู้ก็ตรวจสอบไป นพ.วรงค์ก็ยืนยันว่ามีที่พลังงานจังหวัด แล้วผู้ว่าฯพิษณุโลกก็ระบุว่า เขากลัวว่าประชาชนเดือดร้อนและไม่ไปแจกจ่ายก็จะถูกตำหนิและไปข่มขู่ได้อย่างไรแล้วมันเกี่ยวอะไรกับผม” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

            ผู้สื่อข่าวถามว่า จะทำให้ประชาชนสับสนกลไกการตรวจสอบหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นั่นคือเป้าหมายของรัฐบาล ฉะนั้นสังคมอย่าไปไขวเขวเลย ถ้าจะบอกอย่างนี้ก็บอกได้เลยว่า ส.ส.ทั่วประเทศไปช่วยแจกจ่ายถุงยังชีพ และคนที่ห่วงทรัพย์ขนาดเอาเรือไปพ่นชื่อนามสกุลตัวเองทั้ง ๆ ที่เรือมีเลข และชื่อหน่วยงานอยู่แล้วอย่างนั้น ควรไปดูตรงนั้นดีกว่า

            ผู้สื่อข่าวถามว่า นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกรัฐบาล ระบุว่า จะขยายผลโดยการสอบถามไปยังผู้ราชการจังหวัดทั่วประเทศ ว่ามีเหตุการณ์ลักษณะเดียวกับที่จ.พิษณุโลกหรือไม่ คิดว่าจะเกิดปัญหาอะไรตามมา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็ถามให้หมดว่ามีส.ส.เข้าไปประสานขอความช่วยเหลือจากทางจังหวัดอย่างไร อย่าเลือกเฉพาะส.ส.ประชาธิปัตย์ ถ้าพูดบอกว่าจะถามเฉพาะส.ส.ฝ่ายค้าน ก็แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลจงใจว่าจะช่วยเหลือประชาชน เฉพาะที่เป็นฐานสนับสนุนรัฐบาลเท่านั้น นี่แหละคือการเลือกปฏิบัติ คือใบเสร็จถึงความไม่สมควรที่จะดำรงตำแหน่ง ในการบริหารเรื่องนี้อีกต่อไป ซึ่งข้าราชการมีหน้าที่ทำงานอย่างตรงไปตรงมา หลายครั้งคนของพรรคประสานงานไปขอความอนุเคราะห์ เมื่อบอกว่าไม่มีๆ ก็จบ หรือมีความจำเป็นต้องไปดูแลที่อื่นก่อนก็จบ พวกเราไม่เคยไปทำอะไรที่สร้างปัญหา เพราะพยายามที่จะไปช่วยแก้ปัญหา ในสมัยที่ตนเป็นนายกฯ ก็ถือหลักการว่าทุกคนมีสิทธิ์ประสาน ขอความร่วมมือจากทางราชการได้โดยไม่ต้องมีความกังวล

            นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองหลังจากนี้ว่า ในการลงพื้นที่ตาง ๆ ก็ไม่ควรมีปัญหา แต่อยู่ที่ว่ารัฐบาล ต้องลดเรื่องการเล่นการเมือง หันไปแก้ปัญหาให้ประชาชน ส่วนจะทำให้ไม่กล้านำของไปแจกประชาชนหรือไม่ ในส่วนของตนไม่มีปัญหาอะไรที่ควรทำก็ทำต่อ

 

"หมอวรงค์”ประนาม“รบ.”บีบผู้ว่าฯพิษณุโลกใส่ร้าย


    นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวว่า ตนขอเรียนว่าการที่ตนแถลงข่าวเมื่อวันที่ 29 พ.ย. ได้พยายามกล่าวพาดพิงข้าราชการให้น้อยที่สุด เพราะเข้าใจว่านายปรีชา เรืองจัน  ผู้ว่าฯพิษณุโลก  ลำบากใจ ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล  แต่เนื่องจากว่ารัฐบาลเองได้เอานายปรีชามาเป็นหมาก ในการเดินแต้มทางการเมือง

    ส.ส.พิษณุโลก กล่าวว่า กรณีที่รองโฆษกรัฐบาลแถลงว่าจะยื่นเรื่องถอดถอนตน ซึ่งตนคิดว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรก ที่รัฐบาลหลังจากถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ แล้วจนแต้มก็เลยมีการประชุมในที่ประชุมครม. ขนาดที่จะบีบบังคับข้าราชการให้มาใส่ร้ายนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม

    “ผมอยากจะกราบเรียนไปยังรัฐบาลว่า เงินถุงยังชีพหรือการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนเป็นเงินภาษีของพี่น้องประชาชนทั้งหมด ดังนั้น รัฐบาลควรประกาศความชัดเจนถ้าบอกว่าห้ามส.ส.ฝ่ายค้านดูแลประชาชนท่านก็ควรประกาศออกมา

     นพ.วรงค์  กล่าวว่า ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลกรณีที่จะมีการตรวจสอบ ส.ส.เข้าไปประสานขอความช่วยเหลือท่านต้องตรวจสอบทุกจังหวัด  ทั้ง ส.ส.ฝ่ายค้านและรัฐบาล นอกจากนี้ งบประมาณ 1.2 แสนล้านบาท ที่เป็นงบกลางและจะนำมาช่วยปัญหาน้ำท่วม ก็อย่าลืมตรวจสอบเพราะเรื่องนี้สำคัญกว่ากรณีถุงยังชีพ

 

อภิสิทธิ์เผย'กมธ.ปรองดอง'มอบสถาบันพระปกเกล้าศึกษาแนวทางปรองดอง

          นายอภิสิทธิ์  ในฐานะกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า กล่าวภายหลังการประชุมสภาสถาบันพระปกเกล้าว่า มีการพิจารณากรณีที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่างแนวทางสร้างความปรองดองแห่งชาติ ชุดของพล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นประธาน โดยได้ขอให้ทางสภาบันพระปกเกล้าศึกษาเกี่ยวกับแนวทางปรองดองภายใน 30 วัน ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าปัจจัยที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการปรองดอง เป็นเรื่องที่สถาบันพระปกเกล้าสามารถศึกษาได้ แต่มีข้อสังเกตว่าระยะเวลาคงไม่ใช่ 30 วัน ตามความต้องการของกรรมาธิการ แต่ทางสถาบันพระปกเกล้าจะทำให้เร็วที่สุด

          กรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า และยังกังวลเรื่องที่มีความสลับซับซ้อนอาจจะทำไม่เสร็จภายใน 90 วัน นอกจากนี้มีการอภิปรายถึงผลกระทบทางการเมือง และความเหมาะสมของขอบเขตงานวิจัย จึงสรุปว่าจะไม่มีการร่างกฎหมายตามที่มีการเสนอมา แต่เป็นการศึกษาหลักการมากกว่า โดยนายวุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และนักวิชาการอีก 2 ท่านจะเป็นผู้ดำเนินการ

          ผู้สื่อข่าวถามว่า นายวุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการสภาสถาบันพระปกเกล้า พูดชัดเจนว่า ไม่ได้ลงในรายละเอียดของการร่าง แต่ข้อเสนอของการศึกษาครั้งนี้ ก็ไม่ได้ปฏิเสธเกี่ยวกับการนิรโทษกรรม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะต้องไปดูภาพรวมทั้งหมด ว่าประสบการณ์ของต่างประเทศ เกี่ยวกับกระบวนการปรองดองเกี่ยวข้องกับกระบวนการอย่างไรบ้าง แต่ในชั้นนี้ไม่มีการปฏิเสธแนวทางไหนทั้งสิ้น เพียงแต่ที่กรรมมาธิการระบุมาเหมือนจะให้ยกร่างกฎหมาย ก็พูดกันชัดเจนว่าคณะผู้วิจัยคงไม่ได้ไปทำอย่างนั้นอยู่แล้ว

          ผู้สื่อข่าวถามว่า สุดท้ายแล้วเนื้อหาของการวิจัยก็นำไปใช้เป็นข้ออ้างได้อยู่ดี กรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับข้อสรุปซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการสรุปอะไรล่วงหน้า ซึ่งทางสถาบันได้พูดกันในเรื่องของยุติธรรมเปลี่ยนผ่าน ซึ่งการดำเนินการก็ต้องประสานกับคอป.

          เมื่อถามว่า เหมือนกับมีธงออกมา และใช้ผ่านงานวิชาการหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สถาบันพระปกเกล้าคงไม่ยอมเป็นเครื่องมือทางการเมืองให้ใคร โดยหน้าที่ของผู้วิจัยจะต้องไปดูปัจจัยที่จะลดความขัดแย้งไม่ใช่เสนออะไรที่เพิ่มเติมความขัดแย้งอยู่แล้ว และวันนี้ก็พูดกันชัดเจนว่า โครงร่างของงานวิจัยที่กรรมการฯพูดในวันนี้อาจจะไม่ตรงกับที่กรรมาธิการต้องการ ซึ่งก็เป็นเรื่องของทางสถาบันว่า เมื่อเห็นโครงร่างการวิจัยที่เหมาะสมก็เดินหน้าต่อ ส่วนกรรมาธิการจะเห็นด้วยหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

          ด้าน นายวุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการสภาสถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า แนวทางในการศึกษาครั้งนี้เราตั้งโจทย์และทำตามที่คณะกรรมาธิการฯเสนอ และเราจะเสนอกลับไปยังคณะกรรมาธิการฯเป็นการศึกษาทางวิชาการ ส่วนการนำไปปฏิบัติอย่างไรหรือมาตรการที่จะลงในรายละเอียดมากน้อยแค่ไหน