น้ำลดแห่นำรถเข้าอู่ซ่อม
ชาวบ้านแห่นำรถเข้าอู่ซ่อม หลังน้ำเริ่มลด จนอู่ซ่อมรถต้องออกบัตรคิว ซ่อมนานเป็นเดือน-ราคาอะไหล่ปรับขึ้น 10% ด้าน ศปภ. ช่วยกู้รถจมน้ำที่ดอนเมือง 166 คัน ประกันเล็งจ่ายเต็ม น้ำท่วมรถเกิน1เดือน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 พ.ย.54 ที่ จ.นนทบุรี หลังจากหลายอำเภอต้องประสบอุทกภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่มานานกว่า 2 เดือน ขณะนี้ในหลายพื้นที่ระดับน้ำเริ่มลดลงจนประชาชนบางส่วนสามารถกลับเข้าไปสำรวจทรัพย์สินภายในบ้านได้แล้ว ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ชาวบ้านเป็นห่วงคือ รถยนต์ ที่ไม่สามารถนำไปจอดหนีน้ำได้ทัน เนื่องจากคาดไม่ถึงว่าระดับน้ำจะมามาก จนทำให้รถยนต์ที่จอดอยู่ในบ้านจมน้ำ โดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากทำใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อน้ำเริ่มลดลง ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงรีบนำรถยนต์ของตน ไปตรวจซ่อมตามอู่ซ่อมรถต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก จนอู่ซ่อมไม่สามารถให้บริการได้ทัน ต้องมีการจองคิวกันนานเป็นเดือน
นายนภดล ตั้งนาวาดี อายุ 53 ปี เจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์อินเตอร์เพ็ญภัทร ถ.ติวานนท์ อ.เมือง จ.นนทบุรี กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา อู่รถของตนได้รับรถลูกค้าที่จมน้ำจากน้ำท่วมในจังหวัด และกรุงเทพฯ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง จนทางอู่ไม่สามารถให้บริการได้ทัน ต้องปฏิเสธลูกค้าไปหลายราย เนื่องจากร้านของตน มีช่างประจำร้านเพียง 10 คน และรองรับรถที่จะซ่อมได้เพียง 30 คันเท่านั้น ซึ่งรถที่จมน้ำเข้ามาซ่อม ส่วนใหญ่จะเป็นอาการน้ำท่วมห้องเครื่อง ไดสตาร์ทไม่ทำงาน ระบบเบรคติด รวมถึงไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งต้องใช้เวลาซ่อมนาน กว่ารถจะกลับมาปรกติ เพราะต้องตรวจเช็คทุกอย่างใหม่ทั้งหมด ทั้งระบบเกียร์ ระบบไฟ และเครื่องยนต์ เนื่องจากรถจมอยู่ในน้ำเป็นเวลานานกว่าเดือน ทำให้ต้องตรวจเช็คอย่างละเอียด รวมถึงต้องรออะไหล่ชิ้นส่วนที่จะนำมาเปลี่ยน ซึ่งหาได้ยากกว่าปรกติ และต้องรอนานถึงกว่า 1-2 สัปดาห์ ส่วนเรื่องราคาอะไหล่นั้น มีการปรับตัวสูงขึ้นจากเดิมประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์
"ราคาค่าซ่อมรถนั้น จะขึ้นอยู่กับสภาพรถ ว่าจมน้ำเสียหายมากน้อยขนาดไหน ลูกค้าบางรายต้องจ่ายค่าซ่อมรถสูงถึง 4 หมื่นบาท เพราะต้องเปลี่ยนเกียร์รถใหม่ เนื่องจากเป็นสนิม ไม่สามารถซ่อมได้ แต่ถ้ารายไหนนำรถไปจอดหนีน้ำทัน จะมีปัญหาแบตเตอรี่เสื่อม เนื่องจากจอดรถทิ้งไว้เป็นเวลานานไม่ได้มีการสตาร์ทเครื่อง ลูกค้าบางหลายไม่มีเงินที่จะซ่อม ก็นำเล่มทะเบียนรถยนต์ไปจำนำ เพื่อนำเงินมาเป็นค่าซ่อมรถ เพราะไม่อยากทิ้งรถไว้นาน เนื่องจากกลัวว่ารถจะเสียหายหนักกว่าเดิม ถ้าไม่รีบนำมาซ่อม"
ศปภ. ช่วยกู้รถจมน้ำที่ดอนเมือง 166 คัน
พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษก ศปภ. เปิดเผยว่า ได้ประสานบริษัทรถยนต์ และสมาคมประกันวินาศภัย เข้ามาช่วยเหลือในการกู้รถยนต์ เบื้องต้นจะตรวจสอบสภาพรถให้สามารถสตาร์ทติดก่อน และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยทำความสะอาดรถให้ หากรถไม่สามารถใช้การได้ จะยกไปไว้ที่อู่ โดยเจ้าของรถไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการขนย้าย
"นอกจากรถที่จอดภายในท่าอากาศยานดอนเมือง ทาง ศปภ.เตรียมดำเนินการกับรถที่ถูกน้ำท่วม ในชุมชนอื่น ๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือ"
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เจ้าของรถที่ถูกน้ำท่วม ที่ได้เดินทางมาขอรับความช่วยเหลือในการกู้รถยนต์ออกไป ต่างรู้สึกพอใจที่ ศปภ.เข้ามาให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น ซึ่งสภาพภายในท่าอากาศยานดอนเมือง ยังคงมีน้ำท่วมขังภายในรันเวย์ หน่วยงานภายในท่าอากาศยานกำลังเร่งเก็บกวาดพื้นที่ เร่งระบายน้ำออก คาดว่าจะกลับมาใช้งานได้ตามปกติ หลังน้ำลด 60 วัน
น้ำท่วมรถเกิน1เดือนประกันเล็งจ่ายเต็มทุน
นายอานนท์ วังวสุ ผู้อำนวยการฝ่ายสินไหมทดแทนยานยนต์ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทประเมินว่าจำนวนรถลูกค้าของบริษัทที่ถูกน้ำท่วมมีประมาณ 1,000 คัน และจำนวนที่บริษัทต้องจ่ายเต็มทุนประกันน่าจะอยู่ที่ 1 ใน 3 สำหรับรถที่ถูกน้ำท่วมนานเกิน 1 เดือน อาจเสียหายถึง 60% บริษัทอาจจะพิจารณาการจ่ายสินไหมเต็มทุนประกัน แม้ตามเกณฑ์ทั่วไปความเสียหายต้องอยู่ที่ 70% ขึ้นไปจึงจะต้องเต็มทุนประกัน อย่างไรก็ตาม เจ้าของรถอาจไม่ต้องนำรถไปซ่อม เพราะการนำรถไปซ่อมอาจไม่คุ้ม
"จำนวนรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมในขณะนี้มีปริมาณที่เยอะมาก ดังนั้นอาจทำให้รถที่เข้าซ่อมในอู่อาจต้องใช้ระยะเวลานาน ลูกค้าคงต้องทำใจยอมรับกับเวลาที่นานด้วย และไม่สามารถประเมินได้ว่าต้องใช้ระยะเวลาในการซ่อมแต่ละคันนานกี่วัน และอะไหล่จะมีเพียงพอหรือไม่" นายอานนท์ กล่าว
ด้าน นายพันธ์เทพ ชัยปริญญา ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสินไหมทดแทน และประธานชมรมสินไหมยานยนต์ สมาคมประกันวินาศภัย เปิดเผยว่า ขณะนี้รถยนต์ที่ถูกน้ำท่วมเข้ารับการซ่อมแซมมีจำนวนมาก แต่ละคันต้องใช้เวลาในการซ่อมที่แตกต่างกัน และปัญหาคือ อะไหล่จะเพียงพอหรือไม่ อีกทั้งอู่ที่ซ่อมมีศักยภาพในการรองรับรถได้มากน้อยแค่ไหน เพราะอู่ที่อยู่ในเครือประกันมีอยู่ประมาณ 400-500 อู่ หากรวมอู่อื่นๆ อีกที่ไม่ได้อยู่ในเครือประกัน ก็น่าจะมีอยู่ประมาณ 700 อู่ ซึ่งครอบคลุมทั่วประเทศ
"น้ำท่วมครั้งนี้รถที่ท่วมถึงระดับเบาะ ถึงมิดคันมีจำนวนเยอะมาก ดังนั้นคิวในการซ่อมต้องยาวแน่นอน และการซ่อมรถที่ถูกน้ำท่วมจะต่างกับรถที่ประสบอุบัติเหตุ ต้องรื้อเบาะ รื้อคอนโซล ตรวจสภาพเกียร์ ถอดพรมมาตากแห้ง ไล่ความชื้น ไล่สายไฟภายในรถ ตรวจเช็กระบบภายใน รวมๆ แล้วต้องใช้เวลานานมาก" นายพันธ์เทพ กล่าว
ในส่วนของบริษัทวิริยะขณะนี้มียอดรถที่ได้รับความเสียหายประมาณ 2,300-2,400 คัน ซึ่งประเมินความเสียหายเบื้องต้นเอาไว้ที่ 800-1,000 ล้านบาท แต่บริษัทก็ซื้อประกันภัยต่อความเสียหายส่วนเกินเอาไว้จำนวน 100 ล้านบาท นั่นหมายความว่า ความเสียหายที่เกิน 100 ล้านบาท จะมีบริษัทรับประกันภัยต่อต่างประเทศเป็นผู้จ่ายค่าสินไหมให้ ซึ่งถือว่าเป็นมาตรการป้องกันความเสี่ยงของบริษัทระดับหนึ่ง



