
ครูยุ่นพาเด็กป.6โร่แจ้งตร.จับพ่อค้าซื้อกาม‏
'ครูยุ่น'จูงมือ'เด็ก ป.6'มหาสารคามโร่แจ้งตำรวจจับ'พ่อค้าซื้อกาม'
30 พ.ย.54 นายมนตรี สินทวิชัย หรือ ครูยุ่น เลขาธิการมูลนิธิคุ้มครองเด็กได้พา ด.ญ.ดี และ ด.ญ.บี (ทั้งสองนามสมมติ) อายุ 12 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.มหาสารคาม เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.ประภาส อ่องมะลิ พงส.(สบ 3) กก.3 บก.ป. เพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายพุง ไม่ทราบนามสกุล อาชีพค้าขาย และตำรวจ ยศ จ.ส.ต. นายหนึ่งใน จ.มหาสารคาม รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องกับการค้า หรือซื้อบริการทางเพศจาก เด็กหญิงผู้เสียหายทั้งสอง เหตุเกิดในพื้นที่ ต.แวงดง อ.สีสุราช และต.สันป่าตอง อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม
ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา มูลนิธิคุ้มครองเด็กได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีเด็กหญิงซึ่งเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาหลายคนค้าประเวณีจนเป็นที่ทราบทั่วกันในพื้นที่จึงลงพื้นที่ตรวจสอบก็พบข้อเท็จจริงตามที่ได้รับแจ้งมา ซึ่งในเบื้องต้นพบว่า ผู้ปกครองและเด็กหญิงผู้เสียหายทั้งสองต้องการความช่วยเหลือทางมูลนิธิฯจึงเข้าไปช่วย
จากการสอบถาม ด.ญ.ดี (นามสมมติ) ทราบว่า พ่อแม่ทำงานต่างพื้นที่ ไม่ค่อยกลับบ้าน จึงอยู่กับเพื่อนๆ และชักชวนกันไปเที่ยว ต่อมาเพื่อนผู้หญิงที่เป็นรุ่นพี่ชักชวนให้มาค้าประเวณีจึงตัดสินใจทำเพราะต้องการหาเงินมาใช้จ่าย ทั้งนี้ เคยขายบริการ 3 ครั้ง ให้กับคุณลุงคนหนี่งซึ่งเป็นผู้ใหญ่ที่แม่ตนให้ความเคารพนับถือด้วย
“หลังตกลงซื้อบริการแล้วเพื่อนรุ่นพี่ก็ขับรถจักรยานยนต์พาไปที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ม.3 ต.สันป่าตอง อ.นาเชือก ก็พบกับคุณลุงคนดังกล่าว แม้จะขอร้องไม่ให้เขาทำแต่ก็ไม่เป็นผล จากนั้นมาคุณลุงก็ติดต่อซื้อบริการอีก 2 ครั้ง เมื่อเดือนกันยายน และตุลาคมที่ผ่านมา” เด็กหญิงผู้เสียหายให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ
ส่วนเด็กหญิงผู้เสียหายอีกรายหนึ่งนั้นจากการสอบถามพบว่า มีเพื่อนรุ่นพี่คนเดียวกันกับของ ด.ญ.ดี เป็นผู้ชักชวนและเป็นนายหน้าติดต่อลูกค้าให้โดยรายนี้มี ตำรวจ ยศ จ.ส.ต.คนหนึ่งมาซื้อบริการแต่เด็กผู้เสียหายขัดขืนจึงถูกทำร้ายร่างกายก่อนจะถูกกระทำชำเรา หลังเสร็จกิจยังขู่ไม่ให้นำเรื่องไปบอกใคร
นายมนตรี กล่าวต่อว่า จากข้อมูลที่ได้รับแจ้งและทำการตรวจสอบแล้วเป็นที่น่าตกใจเพราะพบว่า มีเด็กหญิงเป็นจำนวนมากที่เข้ามาอยู่ในวงจรนี้ โดยมีเพื่อนรุ่นพี่เป็นผู้ชักชวนและเป็นนายหน้าหาลูกค้าให้ โดยพฤติการณ์ของเด็กๆ กลุ่มนี้เป็นที่ทราบทั่วกันในพื้นที่ว่า จะไปหาซื้อบริการได้ที่ไหนซึ่งส่วนใหญ่พบว่า เป็นร้านอาหาร แต่ที่น่าตกใจกว่า คือ ผู้ซื้อบริการเป็นคนใกล้ตัว ไม่เว้นแม้แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ประจำป้อมยามที่อยู่ใกล้กับจุดที่เด็กๆ ใช้เป็นแหล่งรวมตัวกัน
นายมนตรี กล่าวต่ออีกว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงอีกอย่าง คือ เด็กๆ เหล่านี้ อายุยังน้อย เมื่อเข้าไปในวงจรนี้แล้วก็ยากที่จะถอนตัวออกมา หนำซ้ำจะพัฒนาไปเป็นนายหน้าจัดหา ขณะที่ ผู้ปกครองของเด็กผู้เสียหายบางรายก็ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นกับลูกแต่กลับเพิกเฉย
ด้าน พ.ต.ท.ประภาส กล่าวว่า ได้ประสานสหวิชาชีพมาร่วมสอบปากคำเด็กผู้เสียหายแล้ว โดยเบื้องต้นพบว่า มีการกระทำที่เข้าข่ายความผิดข้อหา ข่มขืนกระทำชำเรา พรากผู้เยาว์ และเป็นธุระจัดหา ส่วนจะเข้าข่ายความผิดอื่นๆ เช่น ค้ามนุษย์ หรือไม่นั้นอยู่ระหว่างสอบสวนขยายผล



