ข่าว

นศ.อิหร่านหลายร้อยบุกโจมตีสถานทูตอังกฤษ

นศ.อิหร่านหลายร้อยบุกโจมตีสถานทูตอังกฤษ

30 พ.ย. 2554

กลุ่มนักศึกษาหัวรุนแรงของอิหร่านก่อเหตุบุกโจมตีสถานทูตอังกฤษในกรุงเตหะราน ชนวนเหตุครั้งนี้เกิดจากความไม่พอใจที่อังกฤษร่วมกับชาติตะวันตกออกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน

           30 พ.ย.54 สื่อต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มนักศึกษาหลายร้อยคนบุกฝ่าเจ้าหน้าหน้าที่ตำรวจอย่างอุกอาจเข้าสู่ตัวอาคารสถานทูตอังกฤษและบ้านพักทูตในกรุงเตหะรานเมื่อวาน พร้อมกับตะโกนคำว่า "อังกฤษจงตาย" และได้บุกเข้าทำลายทรัพย์สิน ปลดธงชาติอังกฤษลง แล้วนำมาจุดไฟเผาและเหยียบย่ำ พร้อมกับเชิญธงชาติอิหร่านขึ้นแทน นอกจากนี้ยังเผารถยนต์ ทุบทำลายหน้าต่างอาคาร โปรยเอกสารราชการกระจายเกลื่อนแล้วจุดไฟเผาทิ้ง รวมทั้งฉีกทำลายภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ

           กลุ่มนักศึกษาต่างโห่ร้องฉลองชัยชนะที่สามารถยึดสถานทูตได้สำเร็จ และมีรายงานว่า นักการทูต 6 รายถูกนักศึกษากักตัวไว้ในสถานทูตนานกว่า 2 ชม.ด้วย แต่ได้รับการปล่อยตัวในที่สุดเมื่อตำรวจสามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ได้ เหตุการณ์รุนแรงนี้เกิดขึ้นหลังจากรัฐสภาของอิหร่านอนุมัติกฎหมายลดระดับความสัมพันธ์กับสหราชอาณาจักร หลังจากอังกฤษร่วมกับชาติตะวันตก ประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

           กระทรวงการต่างประเทศอังกฤษ กล่าวประณามเหตุการณ์รุนแรงครั้งนี้ โดยบอกว่าการบุกทำลายสถานทูตถือเป็นเหตุการณ์ร้ายแรง และอิหร่านจะต้องได้รับผลลัพธ์ตามมา นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอนที่จัดการประชุมฉุกเฉินทันที ประกาศว่า รัฐบาลอิหร่านจะต้องรับผิดชอบต่อความล้มเหลวในการดำเนินมาตรการอย่างเหมาะสมเพื่อปกป้องสถานทูตและเจ้าหน้าที่สถานทูต และจะประกาศมาตรการตอบโต้ต่ออิหร่านในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
 
           เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับสถานทูตอังกฤษครั้งนี้คล้ายกับเหตุการณ์ที่นักศึกษาอิหร่านบุกสถานทูตสหรัฐในกรุงเตหะรานเมื่อปี 2552 หลังการปฏิวัติอิสลาม และจับชาวอเมริกัน 52 คนไว้เป็นตัวประกันนานถึง 444 วัน และประธานาธิบดีบารัก โอบามาของสหรัฐ ได้ประณามการโจมตีสถานทูตอังกฤษ โดยบอกว่าเป็นการกระทำที่ยอมรับไม่ได้ และย้ำว่าอิหร่านมีหน้าที่ต้องปกป้องสถานทูตต่างชาติตามอนุสัญญาเจนีวา

 

อังกฤษสั่งอพยพจนท.สถานทูตหลังผู้ประท้วงบุกกักตัว

 

           สำนักข่าว AP รายงานว่า อังกฤษได้อพยพเจ้าหน้าที่ทั้งหมดออกจากสถานทูตในกรุงเตหะราน ของอิหร่าน หลังเกิดเหตุการณ์ผู้ประท้วงบุกเข้าไปยังสถานทูตเมื่อวานนี้ โดยเจ้าหน้าที่กลุ่มแรกของสถานทูต ได้ไปอยู่ที่สนามบินเตหะรานแล้ว เพื่อจะเดินทางต่อไปยังดูไบ ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 
  
           นักการทูตอังกฤษ ต้องไปอาศัยพักค้างคืนอยู่ตามสถานทูตของประเทศในกลุ่มสมาชิกสหภาพยุโรป ที่มีการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา รวมทั้งสถานทูตฝรั่งเศส ซึ่งการสั่งอพยพครั้งนี้มีขึ้นหลังจากผู้ประท้วงชาวอิหร่าน ที่บางคนตะโกนว่า " อังกฤษไปตายซะ " และบุกเข้าไปยังอาณาบริเวณของที่พักนักการทูต 2 แห่ง เป็นเวลาหลายชั่วโมง เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา พร้อมกับฉีกธงชาติอังกฤษและทำลายข้าวของภายในสถานทูต

           การประท้วงครั้งนี้ เป็นการขานรับความไม่พอใจของทางการอิหร่าน ต่อการตัดสินใจจของอังกฤษเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่ให้ตัดความสัมพันธ์กับภาคการเงินของอิหร่าน อันเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการคว่ำบาตรล่าสุด ภายใต้การประสานงานระหว่างสหรัฐและแคนาดา

           ทั้งนี้การบุกสถานทูตอังกฤษ ก่อให้เกิดเสียวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติ ที่รวมทั้งการออกแถลงการณ์ประนามอย่างแข็งกร้าวจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ นายบัน คี-มุน เลขาธิการสหประชาติ ได้ออกแถลงการณ์ในวันนี้ ระหว่างการเยือนเกาหลีใต้ ระบุว่า เขารู้สึกช็อคและไม่พอใจอย่างยิ่ง ที่ได้ทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกรุงเตหะราน ที่กลุ่มผู้ประท้วงบุกเข้าไปยังสถานทูตอังกฤษ ควบคุมตัวเจ้าหน้าที่สถานทูตในช่วงสั้น ๆ รวมทั้งบุกทำลายทรัพย์สินด้วย แม้แต่รัสเซีย ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของอิหร่าน ก็ยังประนามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยระบุว่า เป็นการกระทำที่ยอมรับไม่ได้ 
 
           ตำรวจรักษาการณ์สถานทูต ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง ถึงจะช่วยนักการทูต 6 คน ที่ถูกผู้ประท้วงหลายล้านคนควบคุมตัวเอาไว้ ภายในอาคารที่พักนักการทูต ทางตอนเหนือของกรุงเตหะราน ส่วนที่ด้านนอก ผู้ประท้วงได้ทำลายเอกสารและจุดไฟเผา ทั้งยังเอาพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 ไปด้วย

           กระทรวงต่างประเทศอิหร่าน ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เจ้าหน้าที่ทางการบางคน กลับมองว่า เป็นการแก้แค้นต่อจุดยืนของอังกฤษที่มีต่ออิหร่าน