
กำหนดจัดถกผู้นำอาเซียน1314มิ.ย.ที่ภูเก็ต
"สุเทพ"แจ้งคณะทูตอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาวางวันประชุมเบื้องต้น 1314 มิ.ย.นี้ แต่ต้องรอฟังเสียงตอบรับผู้นำประเทศสมาชิกว่างตรงกันหรือไม่ ด้านรมว.กลาโหมยันการกำหนดเขตปลอดม็อบ 5 กม. ทางไทยกำหนดขึ้นมาเอง พร้อมเตรียมนำข้อกำหนดกอ.รมน.นำมาประกาศใช้คุมม็อบ
(4 พ.ค.) ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง พล.อ. ประวิตร วงศ์สุวรรณ รมว.กลาโหม พร้อมด้วย ผบ. 4 เหล่าทัพ และนาย วีระศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกันแถลงข่าว ภายหลังจากที่ในช่วงเช้าของวันนี้ ได้เชิญเอกอัครราชทูตจากประเทศสมาชิกอาเซียนจำนวน 9 ประเทศ และประเทศคู่เจรจา 6 ประเทศ ประกอบด้วย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอินเดีย ร่วมรับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับการเตียมการจัดประชุมอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา และมาตรการรักษาความปลอดภัยของการประชุม
นาย สุเทพ กล่าวว่า ได้แจ้งให้เอกอัครราชทูต รัฐบาลไทยได้ตกลงใช้ จ.ภูเก็ต เป็นสถานที่จัดประชุมผู้นำอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา โดยได้กำหนดเวลาไว้คราวๆ ไว้ในวันที่ 13 - 14 มิ.ย. นี้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสะดวกของผู้นำประเทศว่าจะมีเวลาตรงกันอย่างไร โดยในที่ประชุม ตนกับ รมว.กลาโหมได้ยืนยันว่า ประชาชนไทย โดยเฉพาะพี่น้องจ.ภูเก็ต มีความตั้งใจให้การสนับสนุนให้การประชุมดังกล่าวให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และจะไม่มีการชุมนุมประท้วง การประชุมนี้ถือเป็นหน้าเป็นตา และผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ อีกทั้งเป็นการแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการจัดประชุมระดับนานาชาติได้
นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ในที่ประชุมเอกอัครราชทูตได้แสดงความเข้าใจ และเอาใจช่วยให้ประเทศไทยจัดประชุมครั้งนี้ได้ เพียงแต่ว่าวันที่จัดประชุมขึ้นอยู่กับภารกิจของผู้นำว่าจะว่างตรงกันหรือไม่ ทั้งนี้เอกอัครราชทูตได้ให้ความสนใจสอบถามถึงรายละเอียดถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยของการประชุม ซึ่งตนและ รมว.กลาโหมได้ชี้แจงได้รับความมั่นจากทุกประเทศ
ตอบข้อถามที่ว่า ได้มีการสร้างความเชื่อมั่นในระบบการรักษาความปลอดภัยอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เราจะให้การดูแลรักษาความปลอดภัยในทุกสถานที่ ตั้งแต่สนามบิน ที่พัก และเส้นทางการเดินทางของผู้นำ โดยกระทรวงกลาโหมร่วมกับ 4 เหล่าทัพ จะประชุมร่วมกันจัดทำแผน เพื่อรองรับการประชุมในทุกขั้นตอน ส่วนการเตรียมกองกำลังสำหรับดูแลรักษาความปลอดภัย ขณะนี้ยังไม่มีกำหนดจำนวนที่แน่นอน แต่ใช้กำลังทหารทุกเหล่าทัพเป็นหลัก ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องถิ่น
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในทางกลับกัน การรักษาความปลอดภัยของการประชุมได้ใช้กำลังทหารเป็นหลัก จะดูเหมือนว่าสถานการณ์บ้านเราไม่เป็นปกติหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าว คณะทูตต่างแสดงความเข้าใจในการใช้กำลังทหารมารักษาความปลอดภัย ซึ่งเราจะมีการแจ้งให้ทราบถึงแผนการรักษาความปลอดภัยให้เอกอัครราชทูตได้รับทราบเป็ยระยะๆ เพื่อให้ปฏิบัติตามขั้นตอนร่วมกัน ส่วนการห้ามชุมนุมในพื้นที่รัศมี 5 ก.ม.จากสถานที่จัดประชุมนั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เป็นเงื่อนไขที่เรากำหนดขึ้น โดยไม่ใช่ข้อเสนอคณะทูต หากมีการชุมนุม ก็จะสกัดกั้นไม่ให้เข้ามาในเขตพื้นที่ได้ โดยจะออกข้อกำหนดตาม กอ.ร.มน. ในเฉพาะพื้นที่



