ข่าว

ผ่าแผนกู้ทอ.หมื่นล้านฟื้นบน.6ร่วมปี!

ผ่าแผนกู้ทอ.หมื่นล้านฟื้นบน.6ร่วมปี!

30 พ.ย. 2554

ผ่าแผนกู้กองทัพอากาศหมื่นล้าน น้ำแห้งสิ้นปี...ฟื้นบน.6 อีกร่วมปี! : ทีมข่าวความมั่นคงรายงาน

                 จากตัวเลขงบประมาณ 10,563 ล้านบาท (หนึ่งหมื่นห้าร้อยหกสิบสามล้านบาท) ของ “กองทัพอากาศ” ที่เสนอขออนุมัติผ่านไปยังคณะรัฐมนตรี(ครม.)ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อนำมาซ่อมแซมยุทโธปกรณ์ และอาคารสำนักงานที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์มหาอุทกภัยในครั้งนี้
   
               มีรายงานว่า สำหรับความเสียหายในส่วนของกองทัพอากาศได้มีการแบ่งออกเป็น 7 ประเภท คือ 1.อาคารสถานที่ ทั้งอาคารที่ทำงาน 2.ระบบโทรคมนาคม และเครือข่ายการสื่อสาร 3.อาวุธยุทโธปกรณ์ ทั้งอากาศยาน กองบิน 6 และเครื่องยนต์ 4.อุปกรณ์ภาคพื้น คือ บริภัณฑ์ภาคพื้นที่เชื่อมต่อกับการทำงานของอากาศยาน ทั้งเครื่องยนต์ไฟฟ้า บันไดเครื่องบิน และอุปกรณ์การรักษาความปลอดภัยของรันเวย์ 5.เครื่องใช้สำนักงาน 6.บ้านพักอาศัย และ 7.ระบบสาธารณูปโภคต่างๆ โดยเฉพาะกองบัญชาการควบคุมการปฏิบัติการทางอากาศ(คปอ.) ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักในระบบการควบคุมปฏิบัติการทางอากาศก็ได้รับความเสียหายหนักเช่นกัน แม้ว่าอุปกรณ์บางส่วนจะถูกเคลื่อนย้ายไปก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม
   
               ทั้งนี้ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ(ผบ.ทอ.) ได้มอบหมายงานให้  พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ(ผช.ผบ.ทอ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการฟื้นฟูกองทัพอากาศ ให้ทำหน้าที่กำกับดูแลการฟื้นฟูท่าอากาศยานดอนเมือง
   
               สำหรับแผนการฟื้นฟูฐานทัพอากาศ ประกอบด้วย อาคารสถานที่ทำงาน และบ้านพักข้าราชการ ส่วนสนามบินดอนเมือง หรือท่าอากาศยานนานาชาติกรุงเทพ จะมีคณะกรรมการดำเนินการร่วมกัน โดยรวมแล้วทั้งสองแห่งมีพื้นที่รวมกันกว่า 5,000 ไร่
   
               เฉพาะในส่วนบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ขอใช้และครอบครองพื้นที่ประมาณ 3,800 ไร่ ขณะที่กองทัพอากาศที่เป็นเขตการบินประมาณ 270 ไร่ ส่วนที่เหลือเป็นพื้นที่ทำงานนอกพื้นที่ของเขตการบินที่เรียกว่า "แอร์ไซต์"
   
               พล.อ.อ.ประจิน เปิดเผยว่า การฟื้นฟูจะมีการร่วมกันโดยณะกรรมการร่วมจากกองทัพไทย กองทัพอากาศ และการท่าอากาศยาน โดยการท่าอากาศยานจะดูแลในเรื่องการสูบน้ำ ส่วนกองทัพอากาศจะเป็นผู้ประสานงาน และกองทัพไทย จะดูแลทหารช่าง และมีหน่วยทหารพัฒนาเข้ามาช่วย โดยจะมีการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำจากกรมชลประทาน
   
               สำหรับสถานการณ์ในกองทัพอากาศ พล.อ.อ.ประจิน ระบุว่า ขณะที่ได้คลี่คลายไปได้หลายส่วนแล้ว โดยเฉพาะกองบัญชาการกองทัพอากาศ และพื้นที่ทางทิศตะวันออก ซึ่งสามารถดำเนินการไปได้แล้ว 2 ใน 3 ของพื้นที่น้ำท่วมที่เริ่มแห้ง ส่วนที่เหลือยังคงมีปริมาณน้ำท่วมขังอยู่ประมาณตั้งแต่ 20-60 เซนติเมตร
   
               ทั้งนี้ เส้นทางการสูบน้ำออกจะใช้เส้นทาง 3 คลองหลัก คือ 1.คลองบางบัว 2.คลองบางเขน และ 3.คลองแสนแสบ เพื่อระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา
   
               "คาดว่าจะสามารถคลี่คลายสถานการณ์น้ำในกองทัพอากาศได้ภายในกลางเดือนธันวาคม และสิ้นเดือนธันวาคมนี้ น้ำจะแห้งเป็นปกติ" พล.อ.อ.ประจิน กล่าว
   
               พล.อ.อ.ประจิน คาดว่า ภายใน 1 สัปดาห์สถานการณ์น้ำน่าจะดีขึ้น โดยการฟื้นฟูขณะนี้ได้ใช้ "งบสำรอง" ของหน่วยไปก่อน ทั้งนี้ งบประมาณจะถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน 3,670 ล้านบาทเศษ ส่วนที่เหลืออีก 6,000 กว่าล้านบาท จะเป็นกลุ่มยุทธบริภัณฑ์ภาคพื้น และระบบคมนาคมเครือข่ายการสื่อสาร และอากาศยานที่จมน้ำ ส่วนตัวอาคาร และระบบน้ำ และระบบไฟฟ้า รวมถึงเครื่องจักร เครื่องกล หากไม่ได้รับงบประมาณตามที่กองทัพเสนอไปนั้นก็อาจจะต้องใช้งบประมาณของกองทัพอากาศในปี 2555
   
               "กรณีที่กองทัพอากาศไม่ได้รับงบประมาณที่เสนอไปก็อาจนำงบประมาณปี 2555 มาดำเนินการ แต่ถ้าจะใช้ได้ก็ประมาณเดือนมีนาคม 2555 เพราะงบประมาณจะออกมาในช่วงนั้นตามแผนงบประมาณของรัฐบาล โดยอาจจะใช้งบในส่วนของต่างจังหวัด" พล.อ.อ.ประจิน กล่าว
   
               พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า สิ่งที่กองทัพอากาศเป็นห่วง คือ ยุทธบริภัณฑ์ ที่จะต้องสนับสนุนอากาศยาน นอกนั้นไม่มีปัญหา โดยเฉพาะเครื่องซี-130 แอร์บัส โบอิ้ง และเอทีอาร์ ที่สามารถจัดระบบการดำเนินการได้ แม้ว่างานจะช้าไปบ้าง
   
               อย่างไรก็ตาม หากงบประมาณที่กองทัพอากาศเสนอไปแล้วไม่ได้ สถานการณ์ก็อาจจะกลับเหมือนช่วงปี 2540-2541 ที่ประเทศประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ แต่ถ้างบประมาณปี 2555 ไม่ถูกตัด แต่ก็จะต้องเจียดงบประมาณดังกล่าวมาฟื้นฟูและซ่อมแซม เพราะงบประมาณดังกล่าวจะต้องใช้ในโครงการที่กองทัพอากาศรองรับไว้หมดแล้ว และอาจจะต้องนำมาใช้บางส่วนเพื่อมาดำเนินการยุทธบริภัณฑ์ดังกล่าว รวมถึงระบบโทรคมนาคม ซึ่งจะทำให้แนวทางการปฏิบัติเหมือนกับในยุค 2540-2541
   
               “บางโครงการอาจจะต้องขยายไปถึงปี 2556-2557 แต่หากได้มาบางส่วนก็อาจจะทำให้การแก้ไขปัญหาในปี 2555 จบ ทั้งนี้ การปฏิบัติภารกิจของกองทัพอากาศจะกลับมาเต็ม 100 ในการรักษาอธิปไตยได้ก็ขึ้นอยู่กับกองบิน 6 ซึ่งมีแท่นอุปกรณ์ต่างๆ ที่จมน้ำ เพราะกองบิน 6 ซัพพอร์ตการปฏิบัติการภาคพื้น ซึ่งการทำงานอยู่ในเกณฑ์ตั้งแต่ 45-180 วัน แต่ถ้าไม่ได้ก็อาจจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี ส่วนแท่นอุปกรณ์อาจจะต้องใช้ระยะเวลา 1-1 ปีครึ่ง เพราะจะต้องมีการตรวจสอบด้านเทคนิค รวมทั้งระบบไฟฟ้า และคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ จะต้องมีการประเมินเพื่อเปรียบเทียบมาตรฐานโดยอย่างน้อยอยู่ที่ประมาณ 1 ปี แต่ไม่น่าจะเกิน 1 ปีครึ่ง” พล.อ.อ.ประจิน กล่าว
   
               พล.อ.อ.ประจิน กล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้กองทัพอากาศได้ประเมินสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ว่า ระดับน้ำน่าจะอยู่ที่ประมาณ 0.5-1 เมตร แต่ภายในเวลาไม่กี่วันปริมาณน้ำก็เพิ่มขึ้นมาเป็น 2-3 เท่าตัวจากที่คาดการณ์ไว้ จึงทำให้การต่อสู้กับน้ำทำได้ไม่เต็มที่ จึงทำให้เกิดผลกระทบตามมาดังกล่าว