ข่าว

'วีระ'โบ้ย'เสงี่ยม'เปิดปตร.ไม่ใช่คนศปภ.

'วีระ'โบ้ย'เสงี่ยม'เปิดปตร.ไม่ใช่คนศปภ.

29 พ.ย. 2554

"วีระ" ยัน ”เสงี่ยม”ไม่ใช่คน ศปภ. ระบุอีก 2 วัน เปิดประตูพระยาสุเรนทร์ 1.5 เมตร แต่งงชาวบ้านรู้ข่าวชิงเปิดประตูก่อน เชื่อฝั่งตะวันออกแห้ง 5 ธ.ค ส่วน ตะวันตกแห้ง 10 ธ.ค. กรมชลฯเร่งระบายน้ำพื้นที่ฝั่งตะวันตกอย่างต่อเนื่อง

               29พ.ย.54  ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ( ศปภ.)  นายวีระ วงศ์แสงนาค ประธานคณะทำงานบริหารจัดการระบายน้ำในพื้นที่สาธารณภัยร้ายแรง กล่าวถึงกรณีที่พล.ต.ต.เสงี่ยม สําราญรัตน์ ข้าราชการการเมืองสำนักนายกรัฐมนตรี นำมวลชนไปเปิดประตูคลองพระยาสุเรนทร์ ว่า จาการตรวจสอบแล้วว่าไม่ใช่ข้าราชการประจำและไม่ใช่คนจากศปภ.อย่างแน่นอน ส่วนการแก้ปัญหามวลชนนั้นก็เป็นเรื่องที่ผอ.ศปภ.และผู้ว่ากทม.จะประสานงานเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน อย่างไรก็ตามการนำมวลชนไปเปิดประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์นั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องก็ไม่รู้ว่าจะทำไปทำไม  ทั้งนี้การเปิดประตูฯนั้นทางศปภ.ได้มีการคุยกันแล้วแล้วโดยในเบื้องต้นก็จะมีการเปิดประตูในระดับ 1.5 เมตรอยู่แล้วแต่ยังไม่ใช่ภายในวันนี้เท่านั้นเอง โดยจะมีการเปิดให้อีก 2 - 3 วันข้างหน้า เพียงแต่กลุ่มคนที่รู้ข่าวว่าศปภ.อนุมัติเท่านั้นก็พาคนไปชิงเปิดเลย

             
               “เป็นการเสียมารยาท เรามองว่าเป็นการกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ขณะนี้ได้มีการวิเคราะห์ถึงผลกระทบผลที่จะตามมา โดยจะต้องนำมาประเมินกันอีกครั้ง แต่การเปิดประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์ที่ 1.5 เมตรนั้น เชื่อว่าไม่น่าจะมีผลกระทบ” นายวีระ กล่าว

        
                นายธีระ   กล่าว การทำงานในตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการเจรจาควบคู่กันไปด้วย ศปภ.ยินดีรับฟังปัญหาของประชาชน ซึ่งขณะนี้ประตูระบายน้ำหลายแห่งก็ได้มีการเปิดขยายเพิ่มมากขึ้น  และแนวโน้มสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกทม.ก็ดีขึ้นเป็นลำดับ โดยเชื่อว่า พื้นที่ตะวันออกน้ำจะแห้งภายในวันที่ 5 ธ.ค.นี้ ส่วนพื้นฝั่งตะวันออกน้ำที่ท่วมจะแห้งภายในวันที่ 10 ธ.ค.นี้ แม้จะไม่100 % ก็ตาม ทั้งนี้เนื่องจากระดับน้ำลดลงทุกวัน ประกอบกับระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลดลง และน้ำทะเลก็ไม่หนุนแล้ว จึงทำให้การระบายน้ำสามารถได้มากขึ้น  ในส่วนของบิ๊กแบ็กก็จะพิจารณารื้ออกตามปริมาณน้ำ และน้ำที่ขังในพื้นที่ด้านล่างของบิ๊กแบ็กที่จะต้องดูถึงผลกระทบด้วย



"สายไหม"อ่วม!เปิดพระยาสุเรนทร์1.50ม.


   
               นายสมชาย เวสารัชตระกูล สก.สายไหม เปิดเผยว่า หลังจากที่ประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์ ถูกเปิดเป็น 1.50 เมตร ได้ส่งผลกระทบทันทีต่อเขตสายไหม เพราะระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น จากที่เคยคาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้นใน 5 ธ.ค.ก็ต้องเลื่อนออกไป ไม่ทราบว่าน้ำจะหมดเมื่อไหร่ ขณะที่ถนนสุขาภิบาล 5 ถนนวัชรพลระดับน้ำเพิ่มขึ้นทันที จากนั้นจะส่งผลต่อเขตบางเขนและรามอินทรา ตนไม่เข้าใจว่าเหตุใดศปภ.จึงลอยตัว แล้วปล่อยให้มีการใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย  ทำเป็นไม่สนใจกรณีที่แกนนำนปช.นำชาวบ้านมาเปิดประตูระบายน้ำโดยพลการทั้งที่คนสายไหมและคนลำลูกกา ตกลงกันแล้วว่าจะเปิดประตูน้ำแห่งนี้ 1 เมตร ซึ่งจะทำให้ทั้งสองชุมชนอยู่ด้วยกันได้  เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ศปภ.ก็ควรจะมาเจรจาและขอให้กลุ่มชาวบ้านทำข้อตกลงที่เคยคุยกันไว้คือเปิด 1 เมตร  สำหรับความกังวลว่าชาวลำลูกกากับสายไหมจะปะทะกันนั้น ตนได้แจ้งเตือนชาวสายใหม แล้วให้ระมัดระวังตัวหลีกเลี่ยงการรวมตัว หรือการปะทะทุกรูปแบบ เพราะตอนนี้ตนมองว่าไม่ใช่เรื่องความเดือดร้อนธรรมดาแล้วแต่มีการเมืองแทรกแซงด้วย





กรมชลฯเร่งระบายน้ำพื้นที่ฝั่งตะวันตกอย่างต่อเนื่อง




               ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รายงานว่า ปัจจุบัน(29 พ.ย. 54) เขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,016 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนประตูระบายน้ำพลเทพและประตูระบายน้ำบรมธาตุ ปริมาณน้ำไหลผ่านได้ลดลงเหลือ 31 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และ 29 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีตามลำดับ ช่วยลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่ฝั่งตะวันตกตอนล่างได้เป็นอย่างมาก

          
               สำหรับการบริหารจัดการระบายน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันตก กรมชลประทาน ได้แบ่งพื้นที่เป็น 4 พื้นที่ โดยในแต่ละพื้นที่จะมีการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำเจ้าพระยา และพื้นที่ทางตอนล่าง ประกอบด้วย

          
               พื้นที่ทุ่งเจ้าเจ็ด-บางยี่หน มีปริมาณน้ำคงค้างประมาณ 641 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถระบายน้ำลงสู่แม่น้ำท่าจีนได้วันละประมาณ  6.84 ล้านลูกบาศก์เมตร ระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้วันละประมาณ 5.03 ล้านลูกบาศก์เมตร และระบายน้ำลงสู่พื้นที่ตอนล่างได้อีกประมาณวันละ 22.64 ล้านลูกบาศก์เมตร แนวโน้มระดับน้ำในพื้นที่ลดลงวันละประมาณ 3 เซนติเมตร เนื่องจากยังมีปริมาณน้ำที่ค้างทุ่งที่ต้องระบายออกประมาณ 350 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยมีแผนการระบายประมาณวันละ 20 ล้านลูกบาศก์เมตร ใช้ระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ปัจจุบันการระบายน้ำลงทางฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา สามารถระบายน้ำโดยการเปิดประตูระบายน้ำได้แล้วเป็นบางแห่ง หากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาต่ำกว่าตลิ่ง จะสามารถระบายน้ำได้เพิ่มมากขึ้น
  
       
               พื้นที่ทุ่งพระยาบรรลือ มีปริมาณน้ำคงค้างประมาณ 716 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถระบายน้ำลงสู่แม่น้ำท่าจีนได้วันละประมาณ  3.07 ล้านลูกบาศก์เมตร ระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้วันละประมาณ 19.02 ล้านลูกบาศก์เมตร และระบายน้ำลงสู่พื้นที่ตอนล่างได้อีกประมาณวันละ 19.53 ล้านลูกบาศก์เมตร แนวโน้มระดับน้ำลดลงประมาณวันละ 3 เซนติเมตร ปริมาณน้ำที่ต้องระบายออกประมาณ 400 ล้านลูกบาศก์เมตร คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ หากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาต่ำกว่าตลิ่ง จะสามารถระบายน้ำได้เพิ่มมากขึ้น
    
     
               พื้นที่ทุ่งพระพิมล มีปริมาณน้ำคงค้างประมาณ 365 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถระบายน้ำลงสู่แม่น้ำท่าจีนได้วันละประมาณ  7.20 ล้านลูกบาศก์เมตร ระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้วันละประมาณ 6.69 ล้านลูกบาศก์เมตร และระบายน้ำลงสู่พื้นที่ตอนล่างได้อีกประมาณวันละ 19.61 ล้านลูกบาศก์เมตร แนวโน้มระดับน้ำลดลง 2 - 3 เซนติเมตรทุกวัน ทั้งนี้ เนื่องจากยังคงมีน้ำไหลลงมาจากทุ่งพระยาบรรลือ ลงสู่ทุ่งพระพิมลที่คลองบางภาษีและตามแนวคลองเหนือใต้ของโครงการฯพระพิมล ประกอบกับระดับน้ำในแม่น้ำท่าจีนยังสูงจากอิทธิพลของน้ำทะเลหนุน ทำให้การระบายน้ำไม่สะดวก แต่ทางด้านแม่น้ำเจ้าพระยาสามารถระบายน้ำได้มากขึ้น ผ่านทางประตูระบายน้ำฉิมพลี ประตูระบายน้ำยายส่อน และประตูระบายน้ำบางใหญ่
 
         
               พื้นที่ทุ่งภาษีเจริญ มีปริมาณน้ำคงค้างประมาณ 80 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถระบายน้ำลงสู่แม่น้ำท่าจีนได้วันละประมาณ  16.77 ล้านลูกบาศก์เมตร และระบายลงสู่ทะเลอ่าวไทยได้วันละประมาณ 4.58 ล้านลูกบาศก์เมตร แนวโน้มสถานการณ์น้ำ เนื่องจากยังคงมีน้ำไหลข้ามทางรถไฟสายใต้ใกล้กับคลองมหาสวัสดิ์บริเวณวัดสุวรรณ ประมาณ 300 เมตร ระดับน้ำสูงประมาณ 10 - 15 เซนติเมตร ประกอบกับระดับน้ำในแม่น้ำท่าจีนมีระดับสูงจากอิทธิพลของน้ำทะเลหนุน ทำให้การระบายน้ำทำได้ยาก แต่ยังคงสามารถระบายลงคลองมหาชัยได้ โดยผ่านทางคลองคอกกระบือและคลองบางน้ำจืด คาดว่าสถานการณ์น้ำจะเข้าสู่ภาวะปกติภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้

 

น้ำท่วมพุทธมณฑลเสียหายหนัก เล็งของบฯ 500 ล.ฟื้นฟู

               นายกนก แสนประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงานพุทธมณฑล และสำนักงานพระพุทธศาสนา ออกสำรวจความเสียหายหลังจากน้ำท่วมในสวนพุทธมณฑล อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม พบว่า ต้นไม้ทั้งป่าเบญจพรรณ ไม้ประดับราคาแพง ซึ่งปลูกในพื้นที่ 1,562 ไร่ ถูกน้ำท่วมนานนับเดือน เริ่มเหี่ยวเฉาตาย ไม่ว่าจะเป็น ตะโกดัด ราคานับแสนบาท ซึ่งสำนักงานพุทธมณฑล จะนำเสนอรัฐบาลเพื่อกู้สวนพุทธมณฑล เบื้องต้นคาดว่าใช้งบประมาณ 500 ล้านบาท เดือนมกราคม 2555 จึงเริ่มทำการกู้ได้ เนื่องจากปริมาณน้ำยังท่วมขังอยู่จำนวนมาก ระดับน้ำสูง 1-1.50 เมตร ห่วงคือต้นไม้ที่ปลูกไว้อาจจะตายทั้งหมด ส่วนอาคารที่ใช้ประกอบกิจกรรมทางศาสนา เช่น หอประชุมพระพุทธศาสนา หอสมุดพระพุทธศาสนามหาศิรินาถ หอพระไตรปิฎก และอาคารอื่นๆ อีกหลายหลังได้รับความเสียหาย รวมถึงระบบไฟฟ้าใต้ดิน เสียหายทั้งหมด