เรื่องก็แยะ...คนก็เยอะเอางัยดีหว่า!!
เรื่องก็แยะ...คนก็เยอะ เอางัยดีหว่า!!
ในสภาวะที่ทุกคนต่างต้องเผชิญหน้ากับภัยพิบัติ ภัยจากสังคม และอีกสารพัดภัย ส่งผลให้แต่ละคนต่างเกิดภาวะความเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัว จากคนใกล้ตัว หรือบ้านใกล้เรือนเคียง ก็อาจจะมีเหตุกระทบกระทั่งกันได้ ทั้งที่อาจเริ่มต้นจากประเด็นเพียงเล็กๆ น้อยๆ แต่สุดท้ายกลับบานปลายกลายเป็นเหตุร้าย ดั่งคำพูดที่ว่า "เหมือนภูเขาไฟที่รอวันปะทุ"
เริ่มต้นที่ "กุ้ง" ชนัญชิตา เจริญศิริ ผู้พิพากษา ศาลแขวงพระนครเหนือ ออกตัวว่าเป็นคนหนึ่งเช่นกันที่มีความเครียดสะสมจากงานเพราะโดยภาระหน้าที่ค่อนข้างเข้มข้นอยู่แล้ว แต่เธอก็ใช้หลักสมาธิ และการพิจารณาตนเอง ซึ่งช่วยให้ตัวเองผ่อนคลายสุดท้ายปัญหาก็คลี่คลายลงได้
"เริ่มต้นทุกคนต้องคิดไว้ก่อนว่า แต่ละคนย่อมมีความเครียดสะสมที่มองไม่เห็น จึงจำเป็นต้องสำรวจใจตัวเองให้ชัดเจนว่าเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้น แท้จริงแล้วเป็นหนักหนาสาหัสหรือเพียงแค่เล็กๆ น้อยๆ จากนั้นก็เป็นขั้นตอนของการปรับตัวให้เข้ากับสภาวะความเป็นอยู่ให้มีความสุขเท่าที่พอจะเป็นได้ อาจจะได้จากการปฏิบัติสมาธิเพื่อให้จิตใจนิ่งสงบ ซึ่งโดยส่วนตัวของกุ้งจะให้ความสำคัญกับการทำสมาธิ และเมื่อมีปัญหากระทบกระทั่งกับคนใกล้ตัว ทุกครั้งจะพยายามหันกลับมาสำรวจตรวจสอบตัวเองก่อน หายใจเข้าออกหลายๆ ครั้งเหมือนการทำสมาธิ จากที่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ก็กลายเป็นเรื่องเล็กลงมา จากที่คิดว่าไม่มีทางแก้ไขก็ได้เห็นแนวทางส่งผลให้ปัญหาต่างๆ จบง่ายและจบเร็ว สุดท้ายก็ไม่ต้องมีเรื่องบาดหมางใจกันด้วย" ผู้พิพากษา เผยประสบการณ์พร้อมกับย้ำว่าอยากให้ทุกคนทดลองปฏิบัติสมาธิเพราะเชื่อว่าสามารถช่วยให้ผ่านเรื่องราวต่างๆ ไปได้แน่ๆ
ด้านนักธุรกิจรุ่นใหม่ "เคน" ณัฐภัทร จิรมณีกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส.ที.ไดเมนชั่น จำกัด ยอมรับว่า เจอกรณีเรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่เป็นปกติ เพราะส่วนตัวค่อนข้างเป็นคนคิดมาก พอมีอะไรวิ่งเข้ามาในหัวนิดหน่อยเรื่องนั้นสามารถพัฒนาจนแทบหาทางออกไม่ได้ โชคดีที่เป็นคนรู้จักตัวเองอย่างดี ทำให้แทบทุกเรื่องสามารถขจัดได้ด้วยการปลง
"ผมคิดทุกเรื่อง ส่วนใหญ่จะเจอเรื่องที่ต้องต่อสู้กับความคาดหวัง ซึ่งต้องเชื่อมโยงกับปัจจัยหลายด้าน ทั้งตัวเอง คนรอบข้าง สภาวะเศรษฐกิจ วิธีการของผมอาจจะไม่เหมือนคนอื่น ที่พอเจอเรื่องหนักหัวต้องออกจากบ้านไปหาสังคมหาเพื่อนร่วมแชร์ ผมเลือกอยู่ติดบ้าน อยู่กับตัวเอง แต่แทนที่เราจะอยู่ในห้องเดิมๆ อาจจะออกไปเดินนอกห้อง เปลี่ยนสถานที่ ไปอยู่จุดที่ที่ทำให้เราไม่ค่อยคุ้นเคย แล้วค่อยๆ ทำใจให้สงบ ค่อยๆ คิดหาทางออก หรืออีกวิธีอย่างผมอายุยังไม่มากประสบการณ์ในการแก้ปํญหาต่างๆ อาจยังไม่หลากหลาย ผมก็จะเขียนประเด็นปัญหาแปะไว้ หรือเก็บไว้ในลิ้นชัก ผ่านไปหนึ่งวันก็จะมาดูใหม่ แล้วย้อนคิดไปว่าเมื่อวานเราคิดแบบนี้ แล้ววันนี้เราคิดต่างออกไปไหม เพราะผมเชื่อว่าให้เวลาได้คิดอารมณ์การตัดสินใจแต่ละครั้งก็จะเปลี่ยนไป" นักธุรกิจหนุ่ม กล่าว
ต่อด้วยความเห็นของคนรุ่นใหม่อย่าง "คุณยุ้ย" ม.ล.ณพอาภา เทวกุล ณ อยุธยา ที่สารภาพว่าได้พบเจอเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความเครียดสะสมบ่อยๆ แต่ก็สามารถแก้ไขปัญหาปัญหาเหล่านั้นได้ด้วยการตั้งสติ และประเมินตัวเอง และผ่อนคลายด้วยการทำสิ่งที่ตัวเองรัก เช่น เล่นดนตรี และทำขนม ไม่ปล่อยให้ตัวเองว่าง คิดฟุ้งซ่านกับปัญหาเหล่านั้นจนกลายเป็นเรื่องใหญ่
" ตอนนี้สังคมเราค่อนข้างเครียด และซับซ้อน บางทีปัญหาที่เราเคยมองว่าเล็กก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ไปง่ายๆ ยุ้ยเองเป็นคนขับรถเร็วพอเวลามีคนมาแซง มาปาด หรือบีบแตรใส่เราก็มีโมโหบ้าง แต่จะไม่ทำให้เป็นเรื่องใหญ่ต้องหยุดคิดตั้งหลักก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น คนเราจะรู้ตัวเองอยู่แล้วแหละว่าวันนี้อารมณ์เป็นยังไงถ้ายุ้ยรู้ว่าตอนนี้ตัวเองอารมณ์ไม่ดี ก็จะบอกใจตัวเองให้เย็นลง ข่มใจไว้ ถ้ามีปัญหาเครียดสะสมจากเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากๆ ก็จะไปเที่ยวต่างจังหวัดเป็นการชาร์ตแบต ฟื้นฟูจิตใจตัวเอง เชื่อว่าปัญหาทุกอย่างมันมีทางออกของมัน มีวิธีแก้ไขหลายอย่างเพียงแต่เราต้องค่อยๆ คิด ให้เวลากับปัญหานั้นๆ อย่าตัดสินด้วยอารมณ์ เวลาจะเป็นตัวบอกเองว่าเราจะแก้ไขยังไง ปัญหาที่เราว่าใหญ่เมื่อเวลาผ่านไปก็อาจจะเป็นเรื่องเล็กได้ " สาวยุ้ยกล่าว
ตามมาด้วย "ใหม่" เกล็ดดาว พานิชสมัย ที่ขอใช้หลักธรรมจัดสรรในการแก้ปัญหา ด้วยการจัดการบริหารจิตใจก่อน เมื่อเกิดภาวะที่ทำให้เครียด ให้ต้องคิดมากเราต้องมองให้เป็นบวกก่อน จากนั้นก็ใช้สติมาบริหารใจให่ผ่านพ้นปัญหาไปด้วยดี
" ยกตัวอย่างถ้ามีคนมานินทาพูดถึงเราและครอบครัวในทางที่ไม่ดี อย่างแรกเลยต้องมีสติอย่าพึ่งโกรธค่อยๆ กลั่นกรองเหตุการณ์ คิดดูว่าจริงหรือเปล่า พิจารณาตัวเราด้วยว่าทำผิดอะไรหรือไม่ถ้ารู้ว่าเราไม่เป็นอย่างที่เขาพูดก็ให้มองเป็นธรรมชาติของคนคนนั้นไป นี่คือหลักธรรมปฏิบัตง่ายๆ ที่ช่วยให้เรามีวัคซีนคุ้มกันจิตใจในระดับหนึ่ง เมื่อทำได้บ่อยๆ เราก็จะไม่รู้สึกอะไรมากเวลาที่ถูกยั่วยุทำให้โกรธ" คุณแม่คนสวยกล่าว
ปิดท้ายที่ ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีซี คอนซัลแทนส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง คอมมูนิเคชั่นส์ จำกัด กล่าวว่า ในช่วงเวลาที่เกิดอุทกภัยเราสามารถนำธรรมะจากน้ำมาใช้ได้ ถ้าเรายอมเปิดทางให้น้ำไหลผ่านไปตามธรรมชาติ ปัญหาก็จะไม่มากเหมือนกับที่เป็นอยู่ตอนนี้ อย่างที่หลายคนบอกว่าเอาอยู่ จริงๆ แล้วมันเป็นไปไม่ได้
"เรื่องของน้ำก็ไม่แตกต่างกับเรื่องของอารมณ์ เราอย่าเอาอารมณ์มาปิดกั้นเรื่องต่างๆ ที่ทุกคนเป็นทุกข์อยู่ตอนนี้ก็เพราะเราไม่เข้าใจธรรมชาติ ฝืนธรรมชาติ อะไรก็ตามที่เราไปต้านมัน ฝืนมัน จะทำให้เกิดพลังมากยิ่งขึ้น เหมือนกับเรื่องเล็กน้อยไร้สาระก็อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาได้ แต่ถ้าเราทำความเข้าใจธรรมชาติในทุกเรื่อง และใจเราถูกยกไว้เหนือมวลน้ำเหล่านั้น เราก็จะสามารถอยู่ท่ามกลางความทุกข์อย่างมีความสุขได้" นักการตลาดและประชาสัมพันธ์แถวหน้าของไทย แนะ



