
'โลตัสเอ็กซ์ตร้า'ศูนย์กระจายสินค้าอีสาน
ภาวะน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศโดยเฉพาะภาคกลาง ทำให้ผู้ประกอบการทั้งชาวไทยและต่างประเทศเล็ง ขอนแก่น เป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าภาคอีสาน และส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ย.54 ที่ จ.ขอนแก่น บริษัท เทสโก้ โลตัส เตรียมจะมาเปิดโลตัสแห่งที่ 2 ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น (เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์ตร้า) บริเวณถนนมิตรภาพ ข้างมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในพื้นที่ ต.ศิลา อ.เมือง โดยมีแผนที่จะใช้สถานที่ของเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์ตร้า เป็นศูนย์กระจายสินค้าให้กับ โลตัส เอ็กซ์เพรส ที่เริ่มเปิดกิจการกระจายทั่วภาคอีสาน เหมือนกับศูนย์กระจายสินค้าของ เซเว่น - อีเลฟเว่น ที่มาตั้งศูนย์กระจายสินค้าให้กับสาขาที่อยู่ในพื้นที่อีสานที่ขอนแก่นเช่นเดียวกัน โดยจะเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 ธ.ค.นี้
นายยอดยิ่ง จันทนะพิมพ์ นายกเทศมนตรีตำบลศิลา อ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า การมาเปิดโลตัสแห่งที่ 2 บนเนื้อที่ 30 ไร่ ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของ อบต.ศิลา เป็นโอกาสดีของชาวขอนแก่น เนื่องจากได้เสนอไปว่า อยากให้รับพนักงานที่อยู่ในท้องถิ่นก่อน หากคนของเราไม่สามารถทำงานตรงนั้นได้ ค่อยเปิดรับจากที่อื่น ซึ่งขณะนี้ทางโลตัสเองก็เปิดรับสมัครพนักงานประมาณ 500 คน ดังนั้นจึงเป็นการเปิดโอกาสให้คนในพื้นที่อย่าง ตำบลศิลา และพื้นที่ใกล้เคียงได้มีงานทำ รวมถึงผู้ประกอบการรายเล็กก็สามารถหาซื้อสินค้าไปจำหน่ายได้ในพื้นที่ของตนเองเช่นกัน
ด้านนายนริศร จรรยานิทัศน์ เลขานุการชมรมผู้ค้าปลีก และประกอบอาชีพอิสระ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า มองว่า ห้างฯต่างชาติที่เข้ามาเปิดในขอนแก่นนั้นมีมากเกินไป จนเกินความจำเป็นของประชาชนที่จะออกมาจับจ่ายใช้สอย แต่จะห้ามเหมือนเมื่อก่อนก็ไม่ได้แล้ว เพียงแต่อยากให้ควบคุมพื้นที่ให้เหมาะสมเป็นโซนไม่ใช่กระจายทั่วเมืองอย่างนี้ ยอมรับว่าการที่มีห้างสรรพสินค้ามาเปิดมากนั้นมีผลกระทบต่อผู้ประกอบการค้าปลีกรายย่อย และกลางของขอนแก่นอย่างแน่นอน ดังนั้นตอนนี้กลุ่มผู้ประกอบการค้าปลีก ต้องปรับตัว ปรับรูปแบบ และทำร้านให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น
กระแสคอนโดมิเนียมหาดใหญ่แรงทุนท้องถิ่นแห่ผุดย่านทำเลทอง
นางสิริภัทร กรัณกิติกร ประธานในเครือบริษัทบ้านลินลี่ กระบี่ , สุราษฎร์ธานี , หาดใหญ่ เปิดเผยว่า บริษัทได้ลงทุนทำโครงการคอนโดมิเนียมในพื้นที่ 20 ไร่ บริเวณซอย 5 กาญจนวนิช ตรงข้ามกับวิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ จำนวน 4 เฟส มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท โดยเริ่มเปิดตลาดมาตั้งแต่เดือน มกราคม 2554 ปรากฎว่าได้รับการตอบรับที่ดี
"ทั้งนี้กระแสตอบรับนั้นถือว่าดีมาก เมื่อเฟส 1 - 2 ขายหมด ก็มียอดจองเข้ามาอีก ขณะนี้เฟส 3 หมดแล้ว บริษัทจึงเตรียมที่จะขึ้นเฟส 3 - เฟส 4 ต่อไป ซึ่งกำหนดไว้ 8 ชั้น ทั้งนี้ลูกค้าส่วนใหญ่ที่เข้ามาจับจองจะเป็นกลุ่มวัยทำงาน เป็นเด็กรุ่นใหม่ที่เพิ่งสร้างครอบครัว และต้องการใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายสบาย ๆ ในเมือง โดยไม่ต้องมีภาระในการดูแลบ้านมากนัก โดยราคาจะเริ่มต้นที่ 690,000 บาท ถึง 900,000 กว่าบาท ซึ่งถือว่าเป็นลูกค้ากลุ่มกลาง ผ่อนเดือนหนึ่งประมาณ 5,000 บาท
นางสิริภัทร กล่าวอีกว่า ขณะนี้คอนโดมิเนียมในหาดใหญ่ขยายตัวเร็วมาก ทั้งทุนในท้องถิ่น และทุนจากส่วนกลาง ส่วนหนึ่งพฤติกรรมการซื้อบ้าน และความต้องการใช้ชีวิตแบบคนเมืองทำให้การตัดสินใจซื้อคอนโดมิเนียมกลายเป็นที่นิยม และมองว่าตลาดกลาง ๆ ถึงบน ยังมีช่องว่าง และมีกำลังซื้อสูง มีอนาคตที่ดี นอกจากนี้ส่วนหนึ่งก็มีลูกค้าจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่กำลังซื้อยังมี และเมื่อต้องการเข้ามาพักผ่อนที่หาดใหญ่คอนโดมิเนียม ก็เป็นบ้านหรือที่พักแห่งที่สอง โครงการบ้านลินลี่นั้นเริ่มต้นโครงการจากสุราษฎร์ธานี และกระบี่
ทางด้านนายธนวัฒน์ พูนศิลป์ ประธานกรรมการบริษัทพฤกษา การ์เด้นท์โฮม และนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดสงขลา กล่าวว่า ก็เป็นที่น่าสังเกตว่าคอนโดมิเนียมที่สร้างในหาดใหญ่เติบโตทางการลงทุน มีผู้ประกอบการทั้งในพื้นที่ และส่วนกลางลงมาเปิดตัวกันอย่างต่อเนื่อง และทันทีที่เปิดโครงการก็จะขายหมดกันอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งมาจากยางพาราราคาดี และคอนโดมิเนียมนั้น แพงสุดอยู่ที่ล้านต้น ๆ ในขณะที่บ้านเดี่ยวอยู่ที่เริ่มต้นประมาณ 2.6 ล้าน
นายธนวัฒน์ กล่าวอีกว่า กระแสคอนโดมิเนียมที่ขายดีในช่วงนี้ทำให้สมาคมอสังหาริมทรัพย์ คิดว่าจะจัดสัมมนาขึ้นในเร็ววันนี้ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างกำหนดวัน จะมีการวิเคราะห์เจาะลึกกันทีเดียวว่า ทำไมกระแสคอนโดมิเนียมจึงได้แรง และโครงการของ 'พฤกษา การ์เด้นท์โฮม' เอง ซึ่งมีพื้นที่อยู่ตรงข้ามกับพื้นที่ก่อสร้างห้างเซ็นทรัลกาญจนวนิช เราได้ปรับโครงการที่จะทำเป็นเมืองคอนโดมิเนียมที่ใหญ่ที่สุดในหาดใหญ่ บนพื้นที่ 30 ไร่ ประมาณ 30 แท่ง และจะมีบริการต่าง ๆ ภายในศูนย์อย่างครบวงจร ซึ่งตนปีหน้าน่าจะชัดเจนและจะเปิดขายอย่างเป็นทางการ
ธุรกิจโรงแรมเขาพลักพังงาคึกคัก กลุ่มทุนภูเก็ตขนกว่า 2 พันล้านลงทุน
นายประพฤทธิ์ ข้อเพชร นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา เปิดเผยว่า ปัจจุบันการลงทุนด้านโรงแรมที่พักในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวของ จ.พังงา มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นบริเวณชายหาดนางทอง หาดบางเนียง หาดบางสัก หรือเขาหลัก เนื่องจากยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวยุโรป เยอรมนี และสแกนดิเนเวีย
โดยกลุ่มทุนส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มทุนมาจาก จ.ภูเก็ต เช่น กลุ่มกะตะกรุ๊ป กลุ่มอาเคเดีย กลุ่มเกรซแลนด์ กลุ่มโอเชียน เป็นต้น เป็นการลงทุนโรงแรมขนาดใหญ่ตั้งแต่ 300 ห้องขึ้นไป คาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนรวมไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท ทำให้เชื่อว่าในช่วง 2 ปีต่อจากนี้ห้องพักบริเวณเขาหลัก และใกล้เคียงเพิ่มเป็น 10,000 ห้อง จากปัจจุบันที่มีอยู่ประมาณ 5,000 ห้อง และในช่วงปลายปีจะเปิดเพิ่มอีก 1,000 ห้อง
"เหตุที่ยังได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างเนื่อง เป็นเพราะแหล่งท่องเที่ยวของ จ.พังงา ยังคงได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวบริเวณชายหาดที่มีความยาวประมาณ 200 กิโลเมตร ไม่ว่าจะเป็นเขาหลัก บางสัก บางเนียง รวมไปถึงเกาะแก่งต่าง ๆ ที่มีความสวยงามและชื่นชอบของนักท่องเที่ยว เช่น หมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสุรินทร์ เป็นต้น นอกจากนี้ก็ยังมีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ เช่น ภูตาจอ ทะเลหมอก ที่นักท่องเที่ยวสามารถไปสัมผัสอากาศหนาวเย็นในภาคใต้ได้ อาทิ เกาะตาชัย เป็นต้น โดยอัตราเข้าพักของนักท่องเที่ยวในระยะนี้อยู่ที่ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ และคาดว่าในเดือนธันวาคมซึ่งเป็นช่วงไฮซีซันอัตราเข้าพักจะอยู่ที่ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์
นักท่องเที่ยวหลักยังคงเป็นตลาดเดิม ๆ อาทิ ยุโรป สแกนดิเนเวีย เยอรมนี เป็นต้น แม้ว่าแนวโน้มการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะลดลงบ้างเล็กน้อย เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจยุโรปที่ชะลอตัว แต่ก็ไม่มีผลกระทบมากนัก เนื่องจากผู้ประกอบการได้พยายามหาตลาดใหม่ ๆ เข้ามาทดแทน เช่น เบลเยียม ฝรั่งเศส โปแลนด์ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น นอกจากนี้ทางสมาคมฯ ยังได้ร่วมกับจังหวัดพังงา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะจัดกิจกรรมเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวจังหวัดพังงาในระหว่างวันที่ 9-12 ธันวาคมนี้ด้วย โดยมีกิจกรรมปลูกต้นไม้ 84 ต้น ปล่อยเต่า 84 ตัว จัดแรลลี่แนะนำแหล่งท่องเที่ยวใหม่ และกิจกรรมอีกมากมาย เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดพังงาให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางมากขึ้น"
นายประพฤทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เหตุที่แหล่งท่องเที่ยวบริเวณเขาหลักและใกล้เคียงยังคงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นชายหาดที่มีความเงียบสงบ เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่มีกิจกรรมรบกวนนักท่องเที่ยว และเหมาะสำหรับการพักผ่อนแบบครอบครัว ซึ่งในส่วนของผู้ประกอบการก็มีความเห็นร่วมกันว่าจะรักษาจุดเด่นดังกล่าวไว้ ด้วยการปฏิเสธกิจกรรมท่องเที่ยวที่จะมารบกวนการพักผ่อนของนักท่องเที่ยว เช่น เจ็ตสกี เรือลากร่ม บาร์อะโกโก้ เป็นต้น เพราะกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักที่เข้ามานั้นจะเป็นกลุ่มครอบครัว และต้องการมาเพื่อพักผ่อนอย่างแท้จริง
...............................
(หมายเหตุ : ภาพแฟ้มข่าว)



