ข่าว

'ยูเอ็น'แฉ'ซีเรีย'โหดทรมานเด็ก

'ยูเอ็น'แฉ'ซีเรีย'โหดทรมานเด็ก

29 พ.ย. 2554

'ยูเอ็น' ชี้ กองกำลังซีเรีย ก่ออาชญากรรมมนุษยชาติ ทรมานเด็กตายกว่า 200 รวมทั้งเด็กวัยเพียง 2 ขวบ ด้านนิตยสารดังในสหรัฐฯ ชูผู้นำมวลชนโค่นระบอบเผด็จการอาหรับเป็นนักคิดชั้นนำของโลก

          สื่อต่างประเทศรายงานว่า คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ได้เผยแพร่รายงานที่จัดทำโดยคณะกรรมการอิสระ ระบุว่า กองทัพซีเรียก่ออาชญกรรมต่อมนุษยชาติอย่างเป็นระบบ ในการปราบปรามผู้ประท้วงระหว่างกลางเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน โดยมีทั้งการสังหารทารุณกรรม การล่วงละเมิดทางเพศ การกักขัง และการลักพาตัว

          รายงานระบุว่า มีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี รวมอย่างน้อย 256 คนเสียชีวิต จากการตกเป็นเหยื่อของการสังหารและการกระทำทารุณ เช่น เด็กหญิงวัย 2 ขวบถูกยิงเสียชีวิตและเด็กชายถูกล่วงละเมิดทางเพศ กองทัพได้รับคำสั่งให้ยิงสังหารได้เพื่อสลายกลุ่มผู้ประท้วง และทหารได้กราดยิงใส่ผู้ประท้วงที่ไม่มีอาวุธ รวมทั้งพลซุ่มยิงเล็งเป้ายิงเฉพาะร่างกายท่อนบนหรือศีรษะ ยูเอ็นประเมินว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3,500 คนจากการสลายผู้ประท้วงตลอด 8 เดือน

          รายงานฉบับนี้จัดทำโดยผู้เชี่ยวชาญ 3 คน โดยทั้งหมดไม่ได้รับอนุญาตเข้าไปในซีเรีย แต่อาศัยการซักถามจากเหยื่อเคราะห์ร้ายและพยานรวม 223 คน ซึ่งรวมถึงทหารและตำรวจที่แปรพักตร์ ที่ได้รับคำสั่งให้ยิงผู้ประท้วงและทารุณเด็ก และคณะกรรมการทั้ง 3 คนได้เรียกร้องให้รัฐบาล
ซีเรียยุติการใช้ความรุนแรงทันที และลงโทษผู้มีส่วนรับผิดชอบต่อการนองเลือด

          ด้าน รัฐบาลสหรัฐและเยอรมนีต่างเรียกร้องร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติดำเนินมาตรการลงโทษต่อซีเรีย โดยเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำยูเอ็น บอกว่า คณะมนตรีความมั่นคงควรจะมีมติสนับสนุนการตัดสินใจของสันนิบาตอาหรับ ที่ประกาศมาตรคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อซีเรีย

          ขณะเดียวกันองค์การนิรโทษกรรมสากลเรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงมีมติคว่ำบาตรทางอาวุธต่อซีเรีย อายัดทรัพย์สินของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาดของซีเรีย และส่งเรื่องสู่ศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศ

          นิตยสารฟอเรนจ์ โพลิซีของสหรัฐ จัดอันดับ 14 "ผู้กล้า" ซึ่งเป็นแกนนำ ปลุกกระแสเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างเป็นจริงเป็นจังในหมู่ชาติอาหรับ หรือที่เรียกกันว่า "อาหรับ สปริง" ทั้งในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาตอนเหนือ ให้เป็นนักคิดชั้นนำของโลก ประจำปี 2554

          โดยสหรัฐ จัดอันดับให้นายอะลา อัล-อัสวานี ทันตแพทย์ที่ผันตัวเองมาเป็นนักประพันธ์วรรณกรรมชื่อดัง จนถูกขึ้นบัญชีดำ เป็นนักคิดอันดับ 1 ในฐานะเป็นผู้เปิดประเด็นสำรวจสังคมอียิปต์หลังยุคอาณานิคม

          ตามมาด้วย นายวาเอล โกนิม ผู้บริหารฝ่ายการตลาดของกูเกิล ซึ่งช่วยเปิดฉากการปฏิวัติของอียิปต์จนนำไปสู่การโค่นอำนาจนายฮอสนี มูบารัก อดีตประธานาธิบดี นายโมฮาเหม็ด เอลบาราเด ตัวเก็งลงชิงชัยเก้าอี้ประธานาธิบดีอียิปต์ นายอาลี เฟอร์ซัต นักเขียนการ์ตูนชาวซีเรีย และเอมมา อัล-นาจฟาน และมานาล อัล-ชาริป 2 นักเคลื่อนไหว เพื่อสิทธิสตรีชาวซาอุดิอาระเบีย