ข่าว

'ศิริโชค'โพสต์เฟซบุ๊คโต้ปัดบีบผู้ว่า'พิษณุโลก'

'ศิริโชค'โพสต์เฟซบุ๊คโต้ปัดบีบผู้ว่า'พิษณุโลก'

29 พ.ย. 2554

'ศิริโชค' โพสต์เฟซบุ๊ค โต้ ไม่ได้บีบผู้ว่า 'พิษณุโลก' ให้นำถุงยังชีพมาให้

                  29 พ.ย.54 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศิริโชค โสภา สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค sirichok sopha เมื่อเวลา 0.32 น. วันที่ 29 พ.ย. ชี้แจงกรณี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก และตอบโต้ นายพิชัย นริพทะพันธ์ รมว.แรงงาน ในชื่อเรื่อง "ถอดรหัสกรณี ผู้ว่า พิษณุโลก ตอกย้ำ กั๊ก ถุงยังชีพ เลือกปฎิบัติ คิดถึงแต่การเมือง ไม่มีใจให้ชาวบ้าน" มีเนื้อหาระบุว่า "1 ในเอกสารผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ระบุชัดว่า "ไม่ทราบว่ามีถุงยังชีพ 500 ถุงอยู่ที่สำนักงานพลังงานจังหวัดพิษณุโลก" ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความล้มเหลวในการบริหารถุงยังชีพเพื่อดูแลพี่น้องประชาชนอย่างรวดเร็วและทั่วถึง มีเพียงสองเหตุผลที่ผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งมีอำนาจอนุมัติถุงยังชีพไปแจกจ่ายให้ประชาชนจะไม่รับทราบข้อมูลดังกล่าว คือ 1 ผู้ว่าฯ บกพร่องในหน้าที่จนปล่อยให้ถุงยังชีพตกค้างในสำนักงานพลังงานจังหวัดพิษณุโลก ทั้ง ๆ ที่ยังมีประชาชนต้องการความช่วยเหลือ หรือ 2 กระทรวงพลังงานกั๊กถุงยังชีพไว้ด้วยเหตุผลทางการเมือง ไม่ใช่ด้วยเหตุเพื่อช่วยชาวบ้าน"

                  " 2. "ในสถานการณ์นั้น ข้าพเจ้ามีความรู้สึกอึดอัดและกังวลใจเป็นอย่างยิ่ง หากจะปฏิเสธการสนับสนุนกรณีดังกล่าวก็เห็นว่า ผู้ที่ร้องขอมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลกต้องการที่จะนำไปช่วยเหลือราษฎรและอาจถูกตำหนิได้ว่าไม่ให้ความสนใจดูแลประชาชน เป็นเสมือนสถานการณ์บังคับให้ข้าพเจ้าต้องอนุญาตให้ไปตามจำนวนเท่าที่สำนักงานพลังงาน จ.พิษณุโลก มีอยู่" ข้อความนี้แสดงให้เห็นว่า ผู้ว่าฯเองก็รับทราบดีว่า สส.มีสิทธิ์ที่จะขอความอนุเคราะห์จากทางราชการเพื่อนำสิ่งของไปช่วยผู้ประสบภัย ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ ไม่เช่นนั้นผู้ว่าฯ คงไม่พูดถึงความรู้สึกของตัวเองเกรงว่า "อาจถูกตำหนิได้ว่าไม่ให้ความสนใจดูแลประชาชน เป็นเสมือนสถานการณ์บังคับให้ข้าพเจ้าต้องอนุญาต" แต่ที่ผู้ว่าฯ รู้สึกอึดอัดเป็นเพราะคนที่ขอความอนุเคราะห์เป็น สส.ฝ่ายค้านใช่หรือไม่ จะไม่ให้ก็ไม่ได้เพราะเป็นสิทธิที่ สส.จะขอความอนุเคราะห์จากทางราชการในการช่วยเหลือประชาชน นี่คือสถานการณ์บังคับทำให้ผู้ว่าปฏิเสธคำร้องขอนี้ไม่ได้ ไม่ใช่เพราะ สส.ของ พรรคประชาธิปัตย์ไปบีบบังคับผูู้ว่าฯแต่อย่างใด"

                   "3 เนื้อหาในเอกสารดังกล่าวยิ่งตอกย้ำว่ารัฐบาลบริหารถุงยังชีพโดยยึดผลประโยชน์ทางการเมืองเป็นที่ตั้ง ไม่มีใจให้ประชาชนที่กำลังเดือดร้อน บีบบังคับให้ข้าราชการทำงานลำบาก เพราะมีการเลือกปฏิบัติกีดกัน สส.ฝ่ายค้านไม่ให้ได้รับความอนุเคราะห์จากทางราชการ ทั้ง ๆ ที่เป็นการทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน สะท้อนถึงความคับแคบของรัฐบาล จึงต้องตั้งคำถามไปยัง ผู้ว่าฯว่า หากเป็น สส.รัฐบาลขอความอนุเคราะห์เรื่องถุงยังชีพท่านพร้อมที่จะดำเนินการให้ทันทีใช่หรือไม่

                  นอกจากนี้ การที่ รมว.พลังงาน พูดในสภาว่า กรณีที่ผู้ว่าฯมอบถุงยังชีพให้ สส.พรรคประชาธิปัตย์ กระทบกับแผนในการแจกจ่ายถุงยังชีพของท่านนั้น น่าสงสัยว่า จะมีแผนอะไรสำหรับรัฐบาลมากไปกว่าการเร่งรีบกระจายถุงยังชีพไปบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชนอย่างรวดเร็วและทั่วถึงให้ได้มากที่สุด ถ้าไม่ใช่แผนทางการเมืองที่รัฐบาลมีเจตนาใช้เงินภาษีของประชาชนสร้างคะแนนเสียงบนความทุกข์ยากของประชาชนใช่หรือไม่ ยอมทำแม้กระทั่งกั๊กถุงยังชีพเอาไว้โดยที่แม้แต่ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ยังไม่ทราบว่ามีถุงยังชีพอยู่ในความดูแลของตัวเอง"

                  "4 พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผอ.ศปภ.ยืนยันมาโดยตลอดว่าถุงยังชีพของทางราชการไม่ได้เลือกปฏิบัติให้เฉพาะ สส.รัฐบาล แต่ สส.ฝ่ายค้าน ก็มีสิทธิ์ขอได้ด้วยการทำเรื่องไปยัง ศปภ. ซึ่งกรณีนี้ นายแพทย์วรงค์ ก็ขออนุมติจาก ผู้ว่าฯ ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนและในการแจกถุงยังชีพก็ระบุชัดว่า เป็นของกระทรวงพลังงานไม่ได้มีการแอบอ้างว่า เป็นของพรรคประชาธิปัตย์ หรือสวมรอยใส่ชื่อของตัวเอง ซึ่งพรรคยังยืนยันว่า หากมีการแอบอ้างเหมือนที่เกิดขึ้นในหลายกรณีที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจไปแล้ว ถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง  น่าแปลกใจว่า นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รมว.มหาดไทย เพิ่งออกมาปกป้อง สส.รัฐบาล ที่นำชื่อตัวเองไปใส่ในถุงยังชีพด้วยการตอบคำถามผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา เกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า "ไม่มีใครว่างคิดมากอย่างนั้น เพราะประชาขนกำลังอดอยาก จะทำอย่างไรก็ได้ ขออย่าให้ประชาชนเดือดร้อนก็พอ" จึงต้องตั้งคำถามกลับไปว่าทำไมการที่ สส.ฝ่ายค้าน นำถุงยังชีพของกระทรวงพลังงานไปแจกจ่ายให้ประชาชน โดยไม่มีการแอบอ้างมาเป็นของตัวเองเพื่อประโยชน์ทางการเมือง กล่าวขอบคุณกระทรวงพลังงานว่าเปผ้นผู้อนุเคราะห์ถุงยังชีพให้ประชาชนอย่างตรงไปตรงมากลับมีคนว่างคิดมากในขณะที่ประชาชนกำลังอดอยาก ทำไมจึงเป็นเช่นนี้ถ้าไม่ใช่เพราะ รมว.พลังงาน ต้องการหยิบยกเรื่องนี้มาเป็นประเด็นการเมืองกลบเกลื่อนการกระทำผิดของพรรคพวกตัวเอง"

                  "5 การที่ รมว.พลังงาน กล่าวหาว่า การประสานเพื่อขอความอนุเคราะห์นำถุงยังชีพมาแจกจ่ายให้ประชาชน เป็นการกระทำที่บีบบังคับ ผู้ว่าฯ กทม. เข้าข่ายกระทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 266 นั้น เป็นการแสดงให้เห็นว่า ผู้พูดขาดความเข้าใจในข้อกฎหมายโดยสิ้นเชิง และยังขาดแคลนปัญญาที่จะแยกแยะความแตกต่างระหว่างการประสานเพื่อขอความอนุเคราะห์กับการที่ ผอ.ศปภ.มีคำสั่งแต่งตั้ง สส.เพื่อไทยเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ ซึี่งทำให้ฝ่ายนิติบัญญัติเข้าไปแทรกแซงฝ่ายบริหาร ถือเป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญชัดเจน จึงขอท้าให้ รมว.พลังงาน ยื่นถอดถอนนายแพทย์วรงค์ ควบคู่ไปกับการที่พรรคประชาธิปัตย์กำลังจะยื่นถอดถอน 9 สส.ของพรรคเพื่อไทย เพราะบุคลากรของพรรคประชาธิปัตย์เคารพการตรวจสอบ จะไม่มีการไปฟ้องดำเนินคดีแพ่งและอาญากับท่านเหมือนที่นายจตุพรขู่จะดำเนินการกับพรรคประชาธิปัตย์แน่นอน"

                   "เรื่องนี้ทำให้ผมเข้าใจความหมายคำว่า "ผู้มีปัญญาแพ้คนหน้าด้าน" แต่คนมีปัญญาอย่างพรรคประชาธิปัตย์จะยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้องไม่มีทางยอมแพ้อย่างแน่นอน"