ข่าว

 บิ๊กแบ็กในใจของสื่อ

บิ๊กแบ็กในใจของสื่อ

29 พ.ย. 2554

บิ๊กแบ็กในใจของสื่อ : ประชาธิปไตยที่รัก โดยพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ([email protected])

          ในขณะที่ต้องปิดต้นฉบับนี้การอภิปรายไม่ไว้วางใจ คุณประชา พรหมนอก กำลังเพิ่งเริ่มต้น แต่ด้วยข้อจำกัดที่จะต้องส่งต้นฉบับเสียก่อน จึงไม่สามารถอภิปรายเรื่องนี้ได้มากนัก นอกจากจะบอกได้ว่า ในสายตาของคนที่ไม่ได้เลือกรัฐบาลนี้ และไม่ไว้ใจรัฐบาลนี้ตั้งแต่ไหนแต่ไร ผมว่าบ้านเมืองนี้จะสุดยอดมากๆ ถ้ามีพรรคประชาธิปัตย์เป็นทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลในเวลาเดียวกัน
   
             นอกจากนั้น ด้วยฝีไม้ลายมือของการเป็นฝ่ายค้านอาชีพ ผมคิดว่าพรรคประชาธิปัตย์น่าจะพิจารณาในการ "ส่งออก" การค้าน (เหมือนยุคหนึ่งที่บางค่ายประเทศส่งออกการปฏิวัตินั่นแหละครับ) ออกไปในหลายประเทศ อย่างน้อยในเพื่อนบ้านของเรา ด้วยเกือบทั้งหมดนี้มีฝ่ายค้านที่อ่อนแอ และผมก็เชื่อมั่นในความเป็นสถาบันฝ่ายค้านของประชาธิปัตย์จริงๆ
   
             สำหรับอีกเรื่องหนึ่งที่ควรจะต้องเข้าใจก็คือ บ้านเมืองนี้ไม่ได้มีแต่ทหารแตงโม และตำรวจมะเขือเทศ เท่านั้น แต่ก็มีข้าราชการสีฟ้าเช่นกัน ในความหมายของการที่มีข้าราชการที่ไม่ได้อยู่กับฝ่ายรัฐบาลเท่านั้น แต่ทางหนึ่งอาจจะเห็นแก่ชาติบ้านเมือง หรือเห็นกับอีกฝ่ายหนึ่งก็มีมาโดยตลอดแหละครับ
   
             และเพื่อให้ต่อเนื่องกับข้อเสนอข้างต้นของผม ผมอยากเห็นว่าถ้าเราจะใช้มาตรฐานของ ปชป.เองในการตรวจสอบ เราก็ควรจะมีการค้านแบบ ปชป.ในทุกๆ สถาบันทางการเมือง โดยเฉพาะในกรณีของสภากรุงเทพมหานคร และสภาเขตเช่นกัน ในเรื่องเกี่ยวกับการบริหารจัดการกับอุทกภัยต่อตัวผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้อำนวยการเขต
   
             เรื่องนี้จึงขอย้อนกลับไปสู่เรื่องราวก่อนหน้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งหมายถึงเรื่องของกรณีรายงานข่าวเรื่องม็อบบิ๊กแบ็ก และม็อบเปิดประตูน้ำ
   
             ประเด็นที่ผมขอพูดตรงๆ ก็คือ การรายงานข่าวของสื่อนั้นค่อนข้างดัดจริตอยู่มาก ด้วยเหตุผลข้อแรกคือในตอนที่เขาเริ่มทำก็ไม่ได้รายงานข่าวอะไรมากมาย จนเมื่อพบว่าน้ำในพื้นที่ใต้บิ๊กแบ็ก หรือในประตูน้ำลดลงมาก หรือไม่ท่วมแล้ว จึงเริ่มมีข่าวเรื่องนี้ออกมา
   
             ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าการรายงานข่าวผิดด้วยหรือ คำตอบก็คือ แล้วรายงานข่าวอะไร? รายงานข่าวความขัดแย้ง หรือรายงานข่าวเชิงสืบสวนว่าเรื่องราวเบื้องหลังความเป็นจริงเป็นอย่างไร
   
             นั่นหมายความว่า รายงานข่าวจะเป็นข่าวอาชญากรรม ข่าวการเมือง หรือข่าวน้ำท่วมจริงๆ
   
             มันต่างกันอย่างไร? คำตอบก็คือ มันต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ เพราะถ้าเป็นข่าวอาชญากรรม ข่าวก็จะเน้นที่ความเสียหายของการชุมนุม จำนวนของผู้ชุมนุม และมองว่าการชุมนุมนั้นขัดกับกฎหมายข้อไหน
   
             ถ้าเป็นข่าวการเมือง แบบที่สื่อชอบรายงาน เรื่องม็อบก็จะเป็นเรื่องของการพูดถึงแรงจูงใจทางการเมืองของผู้ที่อยู่เบื้องหลังการสนับสนุนการชุมนุม เรามักจะพูดกันในเชิงทฤษฎีสมคบคิดว่า มีใครเชื่อมโยงกับใครบ้าง
   
             ส่วนข่าวน้ำท่วม ผมหมายถึงข่าวที่ว่าด้วยเรื่องข้อเท็จจริงในเรื่องการบริหารจัดการน้ำอย่างจริงจัง ข้อเท็จจริงในกรณีนี้อาจจะหมายถึงข้อสมมติฐานที่มีการยืนยันด้วยข้อมูลบางอย่างที่ทำให้เราต้องเชื่อไว้ก่อน จนกว่าจะมีการล้มล้าง แต่ต้องหมายถึงความเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้ด้วย
   
             ถ้าข้อเท็จจริงเรื่องน้ำท่วมมีจริง ผมคิดว่าเราก็ไม่สามารถจะปล่อยให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพูดอะไรก็ได้ในเรื่องของการเปิดประตูน้ำ โดยปราศจากการตรวจสอบ หากเทียบเคียงกับเรื่องของการรายงานข่าวและการตอบสนองของรัฐบาลผ่าน ศปภ ในกรณีของบิ๊กแบ็ก ที่คนที่ออกหน้ามาเจรจากับม็อบและตอบคำถามกับสื่อก็คือ นักวิชาการที่ทำงานร่วมกับรัฐบาลในการแก้ปัญหา ซึ่งหมายความว่าทุกครั้งที่เขาพูดว่าจะทำให้เป็นฝายกั้นน้ำ หรือรื้อนั้นเต็มไปด้วยหลักวิชา (ซึ่งเห็นต่างได้ถ้ามีหลักฐาน แต่ที่ผ่านมามีแต่การรายงานเชิงกรณีเลวร้ายที่ไร้การตรวจสอบเช่นกัน)
   
             แต่กรณีที่ผู้ว่าฯ กทม.ออกมาตัดสินใจว่าจะให้เปิดประตูน้ำแค่ไหนก็ไม่ต้องใช้หลักวิชาอื่นๆ ในการอธิบาย ไม่ต้องใช้รองผู้ว่าฯ ฝ่ายโครงสร้าง หรือแม้กระทั่งผู้อำนวยการสำนักระบายน้ำ เท่านี้สื่อก็จบข่าว ไม่ต้องสืบสาวต่อว่าเวลาที่ผู้ว่าฯ กทม.ออกมาเจรจานั้น เจรจาบนความเชื่อว่าต้องการให้กรุงเทพฯ แห้ง หรือเจรจาด้วยหลักวิชาอื่นๆ หรือมีนักวิชาการฝ่าย กทม.ออกมาสนับสนุนจริงหรือไม่
   
             เปิดประตูและรื้อบิ๊กแบ็กในใจตัวเองออกบ้างเถอะ อย่าให้มันแห้งนักเลย...หรือว่าจะต้องให้มีฝ่ายค้านที่ถูกฝึกมาจาก ปชป. ในกองบรรณาธิการและสภาการหนังสือพิมพ์ด้วยครับ ?