
ลูกน้องแค้นฆ่าหัวหน้าวงจรปิดมัด
ลูกน้องแค้นฆ่าหัวหน้าวงจรปิดมัด'มือสังหาร': ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ
เกือบ 1 เดือนเต็ม ที่ตำรวจกองปราบปราม ใช้ความพยายามในการติดตามจับกุมคนร้ายที่ลงมือสังหารนายวิโรจน์ วิชิตวาสุเทพ ผู้จัดการฝ่ายบุคคล บริษัทดานิลี่ ฟาร์ อีสต์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผลิตเหล็กรายใหญ่ติดอันดับ 2 ของโลก สุดท้ายคนร้ายไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นพนักงานของบริษัทซึ่งมีเรื่องโกรธแค้นเป็นการส่วนตัวกับผู้ตายมาก่อน
ย้อนลำดับเหตุการณ์ของคดีนี้ไปเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน นางวิไลรัตน์ มีล้อมศักดา อายุ 48 ปี น้องสาวของนายวิโรจน์ เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป. เพื่อขอความช่วยเหลือให้ติดตามหาพี่ชาย ซึ่งหายตัวไปพร้อมกับรถยนต์โตโยต้า รุ่นคัมรี สีขาว ทะเบียน ฎศ 2154 กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม
การเข้าพบ พล.ต.ต.สุพิศาล ในครั้งนั้น นางวิไลรัตน์สงสัยว่าอาจเกิดเหตุร้ายกับพี่ชาย โดยเล่าว่า พี่สะใภ้มีโอกาสพูดคุยกับพี่ชายทางโทรศัพท์ในวันที่ 27 ตุลาคม โดยระหว่างสนทนาพี่ชายตะโกนเสียงดังว่าเฮ้ย...คล้ายกับคนกำลังตกใจกลัว หลังจากนั้นเสียงก็เงียบหายไป เหมือนถูกตัดสายโทรศัพท์ทิ้ง และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็ไม่มีใครติดต่อพี่ชายได้อีก
หลังทราบเรื่อง พล.ต.ต.สุพิศาล มอบหมายให้ พ.ต.อ.ณัฐกร ประภายนต์ ผกก.2 บก.ป. ร่วมกับ พ.ต.ท.วราวุธ เจริญชนม์ รอง ผกก.2 บก.ป. และ พ.ต.ต.กริช วรทัต สว.กก.2 บก.ป. จัดกำลังออกติดตามหาตัวนายวิโรจน์ทันที
จุดแรกที่ตำรวจชุดสืบสวนเดินทางไปตรวจสอบคือบริษัท ดานิลี่ ฟาร์ อีสต์ จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด ต.ปลวกแดง อ.ปลวกแดง จ.ระยอง พบว่า นายวิโรจน์ได้แตะบัตรออกจากงานครั้งสุดท้ายเมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 27 ตุลาคม สอดคล้องกับภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดซึ่งบันทึกภาพขณะนายวิโรจน์เดินไปยังลานจอดรถในเวลา 19.08 น. และหลังจากนั้นประมาณ 5 นาที กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพรถยนต์ของนายวิโรจน์ที่เคลื่อนผ่านจุดตรวจเข้า-ออกของบริษัท ไปอย่างรวดเร็วโดยไม่จอดให้พนักงานรักษาความปลอดภัยตรวจสอบ ทั้งที่กฎของบริษัทระบุไว้อย่างชัดเจนว่า รถยนต์ที่เข้า-ออกบริษัทแห่งนี้ต้องจอดให้พนักงานรักษาความปลอดภัยตรวจสอบก่อนทุกครั้ง
หลังทราบเบาะแส พ.ต.ต.กริช จึงประสานไปยังตำรวจในพื้นที่ จ.ชลบุรี และใกล้เคียง เพื่อให้ช่วยเหลือในการตรวจสอบหารถยนต์ของนายวิโรจน์ กระทั่งได้รับแจ้งจากตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.บางละมุงว่า เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ชุดสืบสวนของ สภ.บางละมุง พบรถยนต์โตโยต้า รุ่นคัมรี สีขาว ถูกถอดป้ายทะเบียนและไม่ติดป้ายแสดงการเสียภาษี จอดทิ้งไว้ริมถนนหมายเลข 36 สายกระทิงลาย-ระยอง ในพื้นที่ ต.โป่ง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
พ.ต.ต.กริช จึงประสานให้ญาติของนายวิโรจน์ เดินทางไปร่วมตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าวพร้อมกับตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ปรากฏว่ารถยนต์คันนี้เป็นของนายวิโรจน์ นอกจากนี้ยังพบรอยคราบเลือดจำนวนมากติดอยู่บริเวณเบาะหลัง และส่วนต่างๆ ของรถ ในลักษณะที่เชื่อได้ว่าน่าจะมีการต่อสู้กันเกิดขึ้นภายในรถ ซึ่งจากหลักฐานที่พบในรถคันนี้ตำรวจเชื่อว่า นายวิโรจน์ เจ้าของรถน่าจะบาดเจ็บสาหัสหรืออาจเสียชีวิตไปแล้ว
ต่อมา พ.ต.ต.กริช ได้รับการประสานงานจากทีมสืบสวนของกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการว่า เมื่อช่วงปลายเดือนตุลาคมได้พบศพชายไม่ทราบชื่อ ถูกคนร้ายใช้ของแข็งตีบริเวณใบหน้าและศีรษะ เป็นแผลฉกรรจ์ แล้วนำศพมาทิ้งไว้ในป่าละเมาะใกล้กับบ่อตกปลาแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.บางโฉลง อ.บางพลี ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิไม่มากนัก
"ญาติของนายวิโรจน์ยืนยันว่าศพนิรนามที่พบคือนายวิโรจน์ ชุดสืบสวนจึงกลับไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในบริษัท ดานิลี่ ฟาร์ อีสต์ จำกัด อย่างละเอียดอีกครั้ง พบว่าก่อนที่นายวิโรจน์จะเดินเข้าไปที่ลานจอดรถ มีชายสวมเสื้อซาฟารี เข้าไปเดินป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้กับรถยนต์ของนายวิโรจน์อยู่ก่อนแล้ว ซึ่งชายคนนี้น่าสงสัยว่าจะมีส่วนรู้เห็นกับการตายของนายวิโรจน์" พล.ต.ต.สุพิศาลบอก
ต่อมาตำรวจได้รับการยืนยันจากพนักงานของบริษัท ดานิลี่ ฟาร์ อีสต์ จำกัดว่า ชายต้องสงสัยที่ปรากฏในภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดคือนายสมยศ ปฐมไพบูลย์ อายุ 47 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ใน อ.ปลวกแดง จ.ระยอง โดยนายสมยศเป็นพนักงานขับรถยนต์ 1 ใน 3 ที่ต้องออกจากงานในสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้ นอกจากนี้ยังมีกล้องวงจรปิดในร้านสะดวกซื้อซึ่งตั้งอยู่ในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งห่างจากจุดที่พบรถยนต์ของนายวิโรจน์ประมาณ 300 เมตร บันทึกภาพนายสมยศไว้ได้ในเวลา 00.14 น. วันที่ 28 ตุลาคม จึงเชื่อว่านายสมยศน่าจะเป็นคนร้ายที่ลงมือฆ่านายวิโรจน์ จึงได้ขออำนาจศาลออกหมายจับ และสืบทราบว่าผู้ต้องหารายนี้หนีไปกบดานที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.ราชบุรี จึงเดินทางไปจับกุมได้ เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน
หลังถูกจับกุมนายสมยศ สารภาพว่า ลงมือสังหารผู้ตายจริง โดยวันเกิดเหตุไปดักรอผู้ตายเพื่อเจรจาปัญหาที่ขัดแย้งกันอยู่แต่ตกลงกันไม่ได้ จึงใช้อิฐตัวหนอนตีศีรษะผู้ตายจนสลบ ก่อนลากขึ้นรถยนต์ของผู้ตายขับออกจากบริษัท ระหว่างทางผู้ตายรู้สึกตัวเกิดการต่อสู้กัน จึงใช้อิฐตีผู้ตายจนเสียชีวิต แล้วนำศพไปทิ้งไว้ใกล้บ่อปลาละแวกสนามบินสุวรรณภูมิ และนำทรัพย์สินไปทิ้งแม่น้ำบางปะกง เพื่อทำลายหลักฐาน



