
'คาร์ลิงคัพ'ผีส่งสำรองรอบู๊พาเลซ
"ปีศาจแดง" ส่งสำรองบู๊ คริสตัล พาเลซ ในศึกคาร์ลิง คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ ด้าน มันชินี กุนซือ "เรือใบสีฟ้า" โวยเด็ก "หงส์แดง" กดดันผู้ตัดสินจนไล่ มาริโอ บาโลเตลลี ออกจากสนาม ก่อนแบ่งแต้มกันไปในศึกพรีเมียร์ลีกนัด "ซูเปอร์ซันเดย์"
ศึกฟุตบอลคาร์ลิง คัพ อังกฤษ รอบก่อนรองชนะเลิศ กลางดึกวันพุธที่ 30 พฤศจิกายนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด จะเปิดสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด รอรับการมาเยือนของ คริสตัล พาเลซ เวลา 02.45 น. ช่อง 7 ถ่ายทอดสด โดยก่อนเกมทั้งคู่อยู่ห่างกันถึง 29 อันดับ เนื่องจาก ยูไนเต็ด เป็นรองจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก ส่วน พาเลซ อยู่อันดับ 10 ลีกแชมเปี้ยนชิพ
ทั้งคู่เคยพบกัน 41 ครั้ง นับตั้งแต่ปี 1922 โดย "ปีศาจแดง" สถิติดีกว่าเมื่อชนะ 26 เสมอ 9 แพ้ 6 และหากแยกเฉพาะการพบกันในถ้วยคาร์ลิง 5 ครั้ง ลูกทีมของเซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน ชนะรวด โดยครั้งสุดท้ายคือรอบ 32 ทีมสุดท้าย เมื่อฤดูกาลแข่งขัน 2004-2005 "เรดเดวิล" ชนะ 2-0 ที่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด ของตัวเอง แห่งนี้ และทั้ง 2 ทีม เหลือผู้เล่นจากชุดนั้นแค่คนเดียว ได้แก่ ดาร์เรน เฟลตเชอร์ มิดฟิลด์ตัวกลางของยูไนเต็ด ซึ่งเกมนี้ก็น่าจะได้ลงเล่น
ด้าน "เฟอร์กี้" น่าจะยังส่งผู้เล่นดาวรุ่งบวกสำรองหรือเพิ่งหายเจ็บกลับมาลงเล่นเช่นเดิม แต่ในผู้เล่นกลุ่มดังกล่าวก็ยังมีคนที่ยังเจ็บยาวอยู่บ้าง อาทิ 2 มิดฟิลด์ตัวกลาง ได้แก่ ทอม เคลเวอร์ลีย์ (ข้อเท้า) กับ อันแดร์สัน (เข่า) รวมถึง ไมเคิล โอเวน กองหน้า (ต้นขา) ดังนั้นตัวหลักที่น่าจะลงประคองรุ่นน้องในเกมจะเป็น ดิมิทาร์ แบร์บาตอฟ กองหน้า และปาร์ค จี ซุง กับ อันโตนิโอ บาเลนเซีย ในแดนกลาง
ส่วน "อินทรีปราสาทเรือนแก้ว" ที่ถูกคุมทีมโดย ดูกี ฟรีดแมน อดีตกองหน้าทีมชาติสกอตแลนด์ จะมี คากิโช ดิกกาชอย มิดฟิลด์ตัวกลางทีมชาติแอฟริกาใต้ และเกลน เมอร์เรย์ กองหน้าวัย 28 ปี เป็นตัวชูโรง
สำหรับเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัด "ซูเปอร์ซันเดย์" เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน แมนฯ ซิตี้ จ่าฝูง ทำได้แค่ออกไปเสมอ ลิเวอร์พูล 1-1 ที่สนามแอนฟิลด์ ทั้งที่ซิตี้ได้ประตูขึ้นนำก่อนจาก แวงซองต์ กอมปานี นาที 31 ส่วน "หงส์แดง" ไล่ตีเสมอได้จากการทำเข้าประตูตัวเองของ โจเลน เลสคอตต์ นาที 33 นอกจากนั้นทีมเยือนจากย่านอีสต์แลนด์ ต้องสังเวยหนึ่งใบแดง เมื่อ มาริโอ บาโลเตลลี ถูกไล่ออกนาที 83 ทั้งที่ "ซูเปอร์มาริโอ" เพิ่งถูกเปลี่ยนตัวลงมาเพียง 18 นาทีเท่านั้น
ผลแบ่งแต้มทำให้ "เดอะ ซิตี้เซนส์" ยังเป็นทีมเดียวในลีกที่ไม่เคยพ่ายแพ้ แข่ง 13 นัด มี 35 แต้ม นำเป็นจ่าฝูงเช่นเดิมก็จริง ทว่านำหน้า แมนฯ ยูไนเต็ด แชมป์เก่าและรองจ่าฝูง 5 แต้มเท่าเดิม ทั้งที่หากชนะจะเพิ่มช่องว่างเป็น 7 แต้มทันที ส่วน ลิเวอร์พูล แข่ง 13 นัด มี 23 แต้ม เขยิบขึ้นสู่อันดับ 6
หลังเกม โรแบร์โต มันชินี ผู้จัดการทีมแมนฯ ซิตี้ ได้กล่าวโทษผู้เล่นลิเวอร์พูลว่าไม่เป็นสุภาพบุรุษที่เข้าไปกดดัน มาร์ติน แอตกินสัน ผู้ตัดสิน แจกใบเหลืองที่ 2 ให้ มาริโอ บาโลเตลลี และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
"ผมคิดว่าลูกทีมผมทำฟาวล์จริง และคู่ต่อสู้ก็สมควรได้ฟรีคิก แต่กับการโดนใบเหลืองมันมากไป แต่นั่นเป็นเพราะผู้เล่นเจ้าบ้านเข้าไปเหมือนกับตั้งใจให้ลูกทีมของผมโดนใบแดงเลยด้วยซ้ำ ไม่ใช่ได้ใบเหลือง-แดง แต่ถึงกระนั้นผมก็ยอมรับว่า ผมไม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของใครได้ภายในหนึ่งเดือน ลูกทีมของผมคงต้องมีวินัยในเกมมากกว่านี้ด้วย โดยเฉพาะเมื่อต้องเล่นเป็นทีมเยือน ส่วนผลของเกมแม้เราจะไม่ชนะอย่างที่ต้องการ แต่เราเหลือผู้เล่น 10 คน ถึง 10 นาทีเมื่อรวมทดเวลาแล้ว เป็นความยากลำบากมากที่ต้องสู้กับลิเวอร์พูลในบ้านด้วยฟอร์มการเล่นขาขึ้น หนึ่งแต้มจึงน่าพอใจแล้วสำหรับเรา เพราะคุณต้องไม่ลืมว่า โจ ฮาร์ท ผู้รักษาประตูของเราโชว์ซูเปอร์เซฟถึง 3 ครั้งก่อนจบเกม ถ้าไม่ได้เขาเราคงแพ้"
ขณะที่ เคนนี ดัลกลิช ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล กล่าวถึงกรณีบาโลเตลลี ว่า "มาริโอ ทำตัวเองให้ถูกไล่ออก เขาโดนใบแดงมาแล้วถึง 3 ครั้งก่อนหน้านี้ บางทีเขาอาจต้องการกระจกส่องดูพฤติกรรมของตัวเองก็เป็นได้ สำหรับผลการแข่งขันเราอาจเสียดายที่ไม่ได้ 3 แต้ม ทั้งที่มีโอกาสยิงมากกว่า แต่ต้องไม่ลืมว่าเราได้หนึ่งแต้มจากทีมจ่าฝูง"
อีกคู่ แอสตัน วิลล่า บุกเสมอ สวอนซี ซิตี้ 0-0 ถึงสนามลิเบอร์ตี
..........................
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AP , AFP , EPA)



