ข่าว

ผวจ.นครศรีฯลุยสำรวจแหลมตะลุมพุก

ผวจ.นครศรีฯลุยสำรวจแหลมตะลุมพุก

28 พ.ย. 2554

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ลงพื้นที่สำรวจแหลมตะลุมพุก สั่งทำแผนบูรณะเบื้องต้น คาดใช้งบประมาณ 5 ล้านบาท

          28 พ.ย.54 นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมคณะเดินทางไปตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบภัย แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง ที่ได้รับผลกระทบจากคลื่นสูงซัดชายฝั่ง จนเป็นเหตุให้บ้านเรือนได้รับความเสียหาย ถนนคอนกรีตในชุมชนเสียหาย เป็นแนวยาว 700 เมตร และต้นมะพร้าวตามชายฝั่งโค่นลงได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก และได้สั่งการให้ทางอำเภอปากพนัง และองค์การบริหารส่วนตำบลแหลมตะลุมพุก ได้ทำการสำรวจและจัดทำแผนบูรณะฟื้นฟูในเบื้องต้นประมาณ 5 ล้านบาท

          สำหรับการสร้างถนนคอนกรีตและเรียงหิน เพื่อป้องกันคลื่นฯ ตามแนวชายฝั่งในชุมชน ส่งผ่านไปยังจังหวัดฯ เพื่อขอรับการสนับสนุนงบฟื้นฟู ของศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ของรัฐบาลโดยเร็ว สำหรับสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลน จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ได้มีการประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) คือ อำเภอพระพรหม, ชะอวด, นบพิตำ, พิปูน และอำเภอเฉลิม พระเกียรติ รวม 5 อำเภอ 22 ตำบล 142 หมู่บ้าน 12,964 ครัวเรือน 41,378 คน ในส่วนอำเภอปากพนัง ที่แหลมตะลุมพุก ได้มีการประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินไปแล้วก่อนหน้านี้

          พร้อมกันนี้ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แจ้งเตือนให้ประชาชน ที่มีบ้านเรือนตามแนวชายฝั่งทะเล ตั้งแต่อำเภอขนอม สิชล ท่าศาลา เมือง ปากพนัง และ หัวไทร ยังต้องเฝ้าระวังในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอันเกิดจากคลื่นลมแรงตลอดแนวชายฝั่งไปอีกระยะหนึ่ง

          นายสมเกียรติ รัตนบุรี อดีตรองนายก อบต.ควนกรด อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า  มีดินทรุดตัวที่บริเวณ หมู่ 13 ต.ควนกรด อ.ทุ่งสง ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบหลุมกว้างประมาณ 2 เมตร ลึกประมาณ 4 - 5 เมตร อยู่ระหว่างกลางบ้านของนายสุรินทร์ รักษ์กำเนิด และบ้านนายปิยาทร ลิขิวัฒน์ โดยนายวิเชษฐ์ รัตนบุรี นายก อบต.ควนกรด และชาวบ้านได้ช่วยกันนำเชือกฟางและไม้มากันเอาไว้

          นายปิยาทร ลิขิตวัฒน์ ผู้ประสบกับเหตุการณ์ กล่าวว่า ได้ขับรถกระบะกลับจากที่ทำงาน และได้ถอยรถเพื่อเก็บไว้ในโรงรถ แต่ล้อหน้ารถได้ตกลงไปในหลุม จึงได้ลงมาดู พบเป็นหลุมขนาดเท่าล้อรถยนต์ จึงได้ไปเรียกภรรยาและชาวบ้านมาช่วยกันเข็นรถขึ้นจากหลุม และนำไฟฉายมาส่องดูพบว่าหลุมดังกล่าวได้ลึกถึงประมาณ 4 - 5 เมตร และจนกระทั่งปัจจุบันดินบนพื้นได้ทรุดตัวกว้างประมาณ 2 เมตร

          ส่วนสาเหตุดินทรุดตัวในครั้งนี้น่ามาจากโรงงานปูนซิเมนต์ ได้ซื้อที่ดินในละแวกหมู่บ้าน
เพื่อขุดดินนำไปใช้ในโรงงาน จึงทำให้น้ำทะลักจากใต้ดินเข้ามาในเขตพื้นที่ใต้ดินของชาวบ้านที่อยู่ห่างกันประมาณ 500 เมตร และชาวบ้านได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ แต่เรื่องก็กลับเงียบหาย