
เก็บค่าจอดรถเป็นแสน
ผมเป็นคนไข้ของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งย่านบางนา มานานกว่า 10 ปีแล้ว และเป็นสมาชิกทั้งครอบครัว ที่บ้านผมประสบปัญหาน้ำท่วม จึงนำรถไปจอดไว้ที่โรงพยาบาล วันที่ 11 ตุลาคม 2554 แต่ไม่ได้บอกกล่าวกับทางโรงพยาบาล ตั้งใจว่าจะจอดประมาณ 1 สัปดาห์
แต่หลังวันที่ 23 ตุลาคม ให้ลูกชายเข้าไปดูรถ ปรากฏว่ารถหายไปจากที่จอดรถ สอบถาม รปภ.ทราบว่าทางโรงพยาบาลได้ยกรถไปจอดไว้ที่อื่นจำนวน 3 คัน โดย 2 คันแรกจอดไว้ที่ชั้นล่าง คันที่ 3 จอดไว้ชั้นบนของที่จอดรถ ผมเตรียมนำรถออกจากโรงพยาบาล แต่โรงพยาบาลไม่ยอมให้นำรถออกจนกว่าจะจ่ายเงินค่าจอดรถคันละ 39,000 บาท จำนวน 2 คันที่จะนำออกก่อน
ผมติดต่อทางโทรศัพท์กับคุณหมอประจำตัว และได้ขอร้องผู้บริหารโรงพยาบาล แต่ไม่ได้รับการผ่อนผัน นอกจากคำขาดว่า ถ้าไม่จ่ายเงินก็ไม่ให้นำรถออกไป
สุดท้ายผมต้องยอมจ่ายเงิน พอวันรุ่งขึ้นผมก็จะไปนำรถที่เหลืออีก 1 คันออกจากโรงพยาบาล แต่โรงพยาบาลจะเก็บเงินอีกจำนวน 4 หมื่นกว่าบาท ผมเจรจาขอร้องให้ลดหย่อน สุดท้ายผมต้องจ่ายเพิ่มอีก 20,000 บาท สรุปผมได้จ่ายเงินให้โรงพยาบาลไปทั้งหมด 98,000 บาท เป็นค่าจอดรถ 3 คัน
เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดกับผมเพียงคนเดียว แต่เกิดกับอีกหลายคน ผมอยากให้โรงพยาบาลคืนเงินให้ผู้ที่มาจอดรถรายอื่นๆ และตัวผมเอง เวลาผ่านไปเกือบ 2 อาทิตย์ ผมก็ยังไม่ได้รับการติดต่อจากทางโรงพยาบาล
ในสภาวการณ์แบบนี้น่าจะเห็นใจกันบ้าง
สมชาย
ตอบ
สำนักผู้อำนวยการบริหาร โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งย่านบางนา ชี้แจงว่า เรื่องนี้โรงพยาบาลได้ชี้แจงถึงความจำเป็นในการใช้มาตรการค่าปรับสำหรับผู้ที่นำรถมาจอดในโรงพยาบาลผิดระเบียบไปครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อเกิดเหตุการณ์เมลส่งต่อเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ข้อเท็จจริงคือครอบครัวผู้ร้องเรียนนำมาจอดระหว่างวันที่ 11-28 และ 29 ตุลาคม 2554 รวม 17 และ 18 วัน จำนวนรวม 3 คัน
ระหว่างวันดังกล่าวไม่ได้มีประวัติเข้ารับการรักษาจากโรงพยาบาล ปกติแล้วโรงพยาบาลจัดพื้นที่จอดรถเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการของโรงพยาบาล และมีระบบรับบัตรจอดรถ โดยกำหนดให้มีการประทับตราจากหน่วยงาน ซึ่งผู้ใช้บริการเข้ารับการรักษา หรือมาติดต่อ และบนบัตรจอดรถระบุไว้ชัดเจนว่า
-โรงพยาบาลจัดสถานที่จอดรถไว้ให้เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น มิได้รับฝากรถแต่อย่างใด
-โรงพยาบาลสงวนสิทธิ์คิดค่าปรับ หากท่านมิได้มาใช้บริการในวันที่นำรถมาจอด ในอัตรา 100 บาทต่อชั่วโมง
ในคืนเกิดเหตุ เป็นการเจรจาระหว่างบุตรชายผู้ร้องเรียน และเจ้าหน้าที่แผนกรักษาความปลอดภัยหน้างาน ซึ่งได้รับนโยบายให้เข้มงวดเรื่องระเบียบที่จอดรถอย่างจริงจัง เมื่อทีมบริหารได้รับรายงานถึงจำนวนเงินค่าปรับ จึงติดต่อกลับไปยังผู้ร้องเรียน มีภรรยาเป็นผู้รับเรื่องไว้ โรงพยาบาลได้ทำการชี้แจงถึงความจำเป็นในการดำเนินการตามมาตรการ รวมทั้งแจ้งให้ทราบถึงส่วนลดที่โรงพยาบาลพิจารณาคืนให้ และเงินจำนวนดังกล่าวจะนำไปบริจาคทั้งหมด จนเป็นที่เข้าใจ
โรงพยาบาลติดต่อธนาคาร อนุมัติการคืนเงินเข้าบัตรเครดิตที่ได้รูดชำระเงินไว้ จำนวน 99,800 บาท ลดค่าปรับให้ 33,000 บาท รวมคืนเงินให้ทั้งสิ้น 66,800 บาท ตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2554
ทั้งนี้ ได้พิจารณารายละเอียดของทุกรายที่ถูกปรับแล้ว พบว่าแผนกรักษาความปลอดภัยมีการผ่อนปรนให้ส่วนลดจนสมควรแก่เหตุแล้วทุกกรณี
สำนักผู้อำนวยการบริหาร บอกว่า ผู้ที่เจ็บป่วยเข้ามารับการรักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลจริง ได้รับผลกระทบจากการไม่มีที่จอดรถภายในโรงพยาบาล ทางโรงพยาบาลจำเป็นต้องปฏิบัติตามระเบียบเรื่องที่จอดรถอย่างเข้มงวด
ลุงแจ่ม



