ข่าว

ชาวการ์เด้นโฮมขู่ฟ้องศปภ.'อาญา-ศาลปค.'

ชาวการ์เด้นโฮมขู่ฟ้องศปภ.'อาญา-ศาลปค.'

28 พ.ย. 2554

อดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตรนำชาวการ์เด้นโฮมบุก ศปภ. จี้แก้ปัญหาน้ำท่วม ขู่ฟ้องอาญา - ศาลปกครองละเว้นปฏิบัติหน้าที่ "ปลอดประสพ" เจรจาเร่งรัดระบายน้ำ รื้อบิ๊กแบ็ก มหาดไทยเตรียมปิดครัวช่วยน้ำท่วม 30 พ.ย.นี้ มอบจังหวัดน้ำท่วม- กทม.รับไม้ดูแลปชช.

         เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 28 พ.ย. ดร.อดิศักดิ์ ศรีสรรพกิจ อดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ผู้ประสานงานการแก้ปัญหาอุทกภัยในหมู่บ้านจัดสรรการ์เด้นโฮม ซอยพหลโยธิน 60 พร้อมด้วยชาวบ้านร่วม 30 ราย เดินทางมายื่นหนังสือเสนอข้อเรียกร้องต่อ ผอ.ศปภ. โดยได้พบกับพล.ต.อ.ประชา  พรหมนอก รมว.ยุติธรรม และ ผอ.ศปภ.ขณะเดินทางกลับมาจากภารกิจสภาผู้แทนราษฎร อย่างไรก็ดีในการพูดคุยกับชาวบ้าน นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมปฏิบัติ ศปภ.ได้อาสารับเรื่องการเจรจากับชาวบ้านเอง

         โดยหนังสือที่ชาวบ้าน ระบุว่า ตามที่นิติบุคคลของหมู่บ้านได้ยื่นหนังสือต่อ ผอ. ศปภ. เมื่อวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมาแล้วได้เสนอข้อเรียกร้องให้ศปภ.ทบทวนการใช้มาตรการสร้างแนวกั้นน้ำด้วยบิ๊กแบ็กและมาตรการผันน้ำลงทะเลซึ่งขอให้ดำเนินการภายในวันที่ 22 พ.ย. โดยให้มีผลกระทบน้อยที่สุดกับชุมชนที่อยู่ใต้แนวกั้นน้ำ แต่จากการติดตามสถานการณ์น้ำที่อยู่เหนือแนวกั้นน้ำพบว่า ระดับน้ำลดลงน้อยมาก เช่นพื้นที่ ถ.พหลโยธิน 60  และระดับน้ำในคลองสอง ( หน้าวัดโพสพ) จึงต้องมาเร่งรัดขอให้ ศปภ.พิจารณาทบทวนมาตรการต่าง ๆ อย่างจริงจังโดยด่วนที่สุด และการพิจารณาเพิ่มการเปิดประตูระบายน้ำในส่วนคลองสอง และคลองหกวาเพิ่มอีก 30 เซนติเมตร เพราะพบว่าน้ำที่ระบายลงคลองทั้งสองยังน้อยอยู่ซึ่งในส่วนของชุมชนการ์เด้นโฮมนั้นถูกน้ำท่วมขังความลึกถึง 1-1.5 เมตร และเรามีความประสงค์ที่จะกู้ชุมชนให้ได้ก่อนวันที่ 5 ธ.ค.เพื่อร่วมเฉลิมพระชนมพรรษา

   
         ขณะที่ ดร.อดิศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเรายังเห็นว่าการแก้ปัญหาของ ศปภ.และ กทม.ไม่เป็นผลแม้น้ำจะลดแต่ก็น้อย ซึ่งขณะนี้เตรียมพิจารณาการจะยื่นฟ้องคดีอาญา ปฏิบัติหน้าที่และละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 คดีแพ่งเรียกค่าเสียหาย และอาจรวมถึงคดีที่ศาลปกครองด้วย    

   
         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการเจรจาชาวบ้านได้สอบถามความชัดเจนว่า จะเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะมีการระบายน้ำให้เรียบร้อยทันวันที่ 5 ธ.ค.ซึ่งชาวบ้านปฏิบัติเป็นประเพณีที่ต้องร่วมงานเฉลิมพระชนมพรรษา นายปลอดประสพ กล่าวว่า คงตอบให้ชัดเจนไม่ได้เรื่องนี้ ขณะที่ชาวบ้านได้กล่าวกับนายปลอดประสพว่า ที่ผ่านมาการทำงานและแนวทางแก้ปญหาของศปภ.และกทม. ชาวบ้านยังได้รับความเดือดร้อน ทั้งที่แนวทางการแก้ปัญหาเรื่องเปิดประตูน้ำสามารถดำเนินการได้ ซึ่งการแก้ปัญหาจะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะทำให้ชุมชนตลอดแนวคลองไม่ได้รับผลกระทบ และเป็นไปได้หรือที่ ศปภ.และกทม. จะลงไปช่วยเหลือโดยที่ไม่ต้องมาเรียกร้องอย่างนี้  

         ขณะที่ในการพูดคุย ดร.อดิศักดิ์ ได้สรุปประเด็นการเรียกร้องต่อนายปลอดประสพว่า เราต้องการให้มีการเปิดคูคลองเพื่อระบายน้ำให้ได้มากขึ้น และการติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่บริเวณหมู่บ้านเพื่อช่วยระบาย การซ่อมแซมแนวกำแพงล้อมรอบหมู่บ้านที่เสียหายเพราะรับแรงกดดันน้ำที่ท่วมไม่ไหวจนน้ำเข้ามาท่วมขังในพื้นที่หมู่บ้านประมาณ 1- 1.5 เมตร โดยหากมีการซ่อมแซมกำแพงก็น่าจะช่วยกันน้ำให้เข้ามาได้บ้างแล้วก็จะสูบที่มีอยู่ออกไป รวมทั้งเรื่องแนวคันบิ๊กแบ็ก การกำจัดขยะ ผักตบชวา และการเยียวยาที่เห็นว่าผู้ที่อยู่เหนือน้ำจะต้องถูกจัดเป็นกรณีพิเศษ
   
         นายปลอดประสพ กล่าวว่า จะรับการพิจารณาทุกเรื่อง ซึ่งเรื่องแนวบิ๊กแบ็คนั้นน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้มีการสั่งการในการรื้อแนวคันกั้นน้ำบิ๊กแบ็ก เพราะเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ไม่จำเป็นต้องใช้ เพราะที่ผ่านมาแนวคันกั้นน้ำบิ๊กแบ็กก็ได้ให้ประโยชน์แต่ในทางกลับกันก็ส่งผลให้ประชาชนบางส่วนเกิดวามเดือดร้อน ทั้งนี้ภายในระยะเวลา 24 - 48 ชม. ก็จะมีการวางแผนและแนวทางในการรื้อบิ๊กแบ็กออกจากพื้นที่โดยจะมีการสำรวจว่าจะเริ่มจากจุดใดก่อนหลัง รวมถึงจะมีการประเมินผลกระทบและทิศทางการไหลของน้ำ ซึ่งคาดว่าหากข้อสรุปแล้วจะสามารถดำเนินการรื้อถอนบิ๊กแบ็กได้ภายใน 2 สัปดาห์

         ส่วนเรื่องการซ่อมแซมจะต้องใช้งบเท่าใด ก็ขอให้หมู่บ้านดำเนินการซ่อมแซมไปก่อน แล้วให้ทำรายละเอียดส่งมาที่ตน ซึ่งรัฐบาลจะช่วยจ่ายค่าวัสดุ อุปกรณ์ เช่นเดียวกับ การหาเครื่องสูบน้ำ ก็ให้หมู่บ้านไปหาเครื่องสุบน้ำมาเองแล้วตนจะช่วยเหลือค่าเช่าเครื่องสูบ เหมือนกรณีหมู่บ้านเมืองที่เขาทำสะพานไม้เอง หาเครื่องสุบน้ำ ซึ่งจะสองหรือสามล้านบาทตนไม่สนใจเพราะเงินจะกี่ล้านบาทก็เงินของพวกคุณที่เสียภาษีให้ประเทศ ถ้ามีเหตุผลก้มีเหตุผล  ภายหลังการพูดคุยกับชาวบ้านเป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง นายปลอดประสพ กล่าวว่า หากประชาชนในชุมชนต่าง ๆ ที่เดือดร้อนก็สามารถที่จะมาพูดคุยกันได้ โดยการทำงานจัดการน้ำ ศปภ. และ กทม. ยังทำงานบูรณาการร่วมกัน แต่อาจมีความเห็นที่แตกต่างกัน


         เมื่อถามว่า แปลว่าหากชาวบ้านจะร้องเรียนเรื่องการเปิดประตูระบายน้ำ ต้องไปร้องเรียนที่ กทม.ใช่หรือไม่ นายปลอดประสพ กล่าวว่า  ประตูระบายน้ำแบ่งเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่อยู่ในความรับผิดชอบของ กทม. และส่วนของกรมชลประทาน ถ้าอยู่ในส่วนของกรมชลประทานก็ไปขอกรมชลฯหรือศปภ.ก็ได้ ถ้ากทม.ก็ไปขอกทม.

         เมื่อถามว่าเหตุใดไม่ลงทุกพื้นที่แก้ปัญหาให้ประชาชนล่วงหน้าแทนที่จะต้องรอให้มาร้องเรียน นายปลอดประสพ กล่าวว่าเพราะแต่ละพื้นที่มีปัญหาไม่เหมือนกันเช่นหมู่บ้านเมืองเอกมีปัญหาเรื่องสะพาน แต่การ์เด้นโฮมมีปัญหาเรื่องรั้ว ส่วนเรื่องสูบน้ำก็ต้องทำเหมือนกันหมดทุกที่อยู่แล้ว  ซึ่งการที่ประชาชนมาพบและพูดคุยเช่นนี้ก็เสียหายและไม่ได้เกิดความชักช้าอะไร

         ผู้สื่อข่าวถามว่าหากชาวบ้านเห็นว่าการทำงานทั้งศปภ.และกทม.ล่าช้าจะมีการปรับปรุงแก้ไขการทำงานเพื่อจัดการน้ำในปีหน้าหรือไม่ นายปลอดประสพ กล่าวว่า ก็มีการปรับปรุงแล้ว แต่ที่จริงไม่ต้องถึงบปีหน้าให้มีน้ำท่วม เอาเป็นว่าจะทำให้ดีกว่านี้ ถ้าจะมีน้ำท่วมก็ต้องควบคุมไม่ให้ท่วมขนาดนี้ ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียน          

         เมื่อถามว่าที่จะให้ประชาชนดำเนินการซ่อมแซมความเสียหายด้วยตนเองก่อนแล้วให้เขียนรายละเอียดส่งมาที่ตนเพื่อจะช่วยเหลือค่าใช้จ่ายนั้น เป็นงบ ศปภ. โดยตรงหรือไม่ นายปลอดประสพ กล่าวว่า เป็นงบประมาณจากส่วนที่ ครม.อนุมัติให้รัฐมนตรีหลาย ๆ คน ใช้ช่วยเหลือประชาชนในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งตนก็ได้รับเช่นกัน จำนวน 100 ล้านบาท โดยที่ผ่านมาให้การช่วยเหลือหมู่บ้านเมืองเอก จ.ปทุมธานีไปแล้ว กรณีของหมู่บ้านการ์เด้นโฮม ถ้าเขียนรายละเอียดส่งมาตนก็พิจารณาให้ได้ทันที     



มหาดไทยเตรียมปิดครัวช่วยน้ำท่วม 30 พ.ย.นี้

   
         นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้จัดตั้งศูนย์รับบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมกระทรวงมหาดไทย บริเวณด้านข้างวัดราชบพิธ ตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2554 เป็นต้นมา เป็นศูนย์กลางในการเปิดครัวทำอาหารปรุงสุก รับบริจาคอาหารสด น้ำดื่ม แล ถุงยังชีพ เพื่อแจกจ่ายไปยังผู้ประสบภัยอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ร่วมทำอาหารปรุงสุกแจกจ่ายช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑลไปแล้ว จำนวน 663,217 กล่อง น้ำดื่มจำนวน 536,722 ขวด และถุงยังชีพ จำนวน 7,860 ชุด คิดเป็นมูลค่า 26,548,306 ล้านบาท

   
         “กระทรวงมหาดไทยยังได้จัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจ เพื่อแจกจ่ายอาหารช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่น้ำท่วมสูงซึ่งการจราจรถูกตัดขาด เพื่อให้ประชาชนได้รับอาหารและน้ำดื่ม ตลอดจน การช่วยเหลืออื่น ๆ อย่างทั่วถึงจำนวน 5 ศูนย์ อาทิ ศูนย์เฉพาะกิจซอยวัชรพล ศูนย์เฉพาะกิจซอยวัดคู้บอน ศูนย์เฉพาะกิจบางพูนจังหวัดปทุมธานี ศูนย์เฉพาะกิจบางคูวัตจังหวัดปทุมธานี และศูนย์เฉพาะกิจจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อย่างไรก็ตามภายหลังจากวันที่ 30 พฤศจิกายน 2554 จะส่งมอบภารกิจนี้ให้กับจังหวัดน้ำท่วมและกรุงเทพมหานคร ไปดำเนินการแจกจ่ายอาหารช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยตามนโยบายของรัฐบาลต่อไป” รมว.มหาดไทย กล่าวและว่า ดังนั้นกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหน่วยงานหลักในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน จะยังดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะเข้าสู่สภาวะปกติของบ้านเมือง และจะให้การสนับสนุนงบประมาณ พาหนะ วัสดุอุปกรณ์ รวมถึงบุคลากรในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยร่วมกับจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ และกรุงเทพมหานคร รวมถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มกำลังความสามารถ


เล็งสร้างทางด่วนกรุงเทพ-สมุทรสาคร รองรับน้ำท่วมในอนาคต


         นายอัยยณัฐ ถินอภัย ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยว่า วิกฤตน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมาณฑล ส่งผลกระทบต่อเส้นทางคมนาคมปกติ การทางพิเศษแห่งประเทศไทยจึงมีแนวคิดจะก่อสร้างทางด่วนเส้นทางใหม่ เพื่อเชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพมหานครกับต่างจังหวัด โดยเส้นทางที่เป็นไปได้มากที่สุดขณะนี้คือ ทางด่วนจากรุงเทพ เส้นทางดาวคะนอง ไปจังหวัดสมุทรสาคร สิ้นสุดที่อำเภอวังมะนาว ระยะทางประมาณ 28 กิโลเมตร

   
         เบื้องต้นคาดว่าจะมีมูลค่าโครงการรวม 19,188 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินลงทุนก่อสร้าง 13,700 ล้านบาท ค่าเวนคืนที่ดิน 5,000 ล้านบาท ค่าออกแบบ 144 ล้านบาท และค่าควบคุมงานก่อสร้างอีก 344 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างเริ่มต้นศึกษาความเป็นไปได้ และยังไม่มีกำหนดว่าจะศึกษาแล้วเสร็จเมื่อไหร่



ทร.เตรียมส่ง“เรือจักรีนฤเบศร์”ช่วยน้ำท่วมใต้

   
         พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวถึงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ว่า ขณะนี้เราเตรียมกำลังและตั้งหน่วยเฉพาะกิจขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในภาคใต้ ส่วนจะส่งเรือหลวงจักรีนฤเบศร์เตรียมพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนบริเวณอ่าวไทยหรือไม่นั้น ขณะนี้ฝ่ายเสนาธิการจะเป็นผู้พิจารณาสถานการณ์ว่ามีความรุนแรงอย่างไรก่อนจะส่งเรือไป ขณะนี้ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือได้ติดตามและเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ตลอดในพื้นที่ภาคใต้    

         พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัยในภาคใต้ ตั้งแต่ จ.สุราษฎร์ธานี ลงไป ขณะนี้กองทัพภาคที่ 4 ได้เปิดศูนย์บรรเทาสาธารณภัยของหน่วยทหารในพื้นที่จำนวน 21ศูนย์ ตั้งแต่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา พร้อมทั้งได้กระจายกำลังทหาร ยุทโธปกรณ์ และเครื่องมือบรรเทาสาธารณภัย เข้าช่วยเหลือประชาชนโดยเฉพาะใน จ.สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง ยะลา นราธิวาสปัตตานี และสงขลา โดยได้ทำการอพยพประชาชน และสิ่งของไปไว้ในที่ปลอดภัย แจกจ่ายถุงยังชีพ และอาหารกล่อง จัดยานพาหนะ ช่วยอำนวยความสะดวกในเส้นทางที่ถูกน้ำท่วม โดยเฉพาะเส้นทางหมายเลข 418 (ยะลา-ปัตตานี)   

         ทั้งนี้ได้ประสานการช่วยเหลือกับส่วนราชการในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ควบคู่ไปกับการดำเนินการก่อสร้างบ้านหลังใหม่ และซ่อมแซมบ้านหลังเดิมให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยเมื่อปลายปี 53 ที่ผ่านมา ในพื้นที่ จ.สงขลา และจ.นครศรีธรรมราช โดยต้องสร้างบ้านหลังใหม่และซ่อมแซมบ้านหลังเก่า ทั้งสิ้น 269 หลัง ขณะนี้ดำเนินการเสร็จแล้ว 72 หลัง กำลังก่อสร้าง 87 หลัง รอดำเนินการ 110 หลัง โดยการสร้างบ้านหลังใหม่จะหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่เป็นเส้นทางน้ำ ใช้แบบบ้านที่เป็นใต้ถุนสูงโล่ง และบางพื้นที่มีการยกระดับของบ้านให้ปลอดภัยจากน้ำท่วม เพื่อให้ประชาชนได้มีบ้านพักอาศัยที่มั่นคง แข็งแรง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น