
เร่งช่วยคน กทม.-ปริมณฑล จัดสรรงบฯ พันล้าน
แม้รัฐบาลจะยังไม่มีมาตรการเพิ่มเยียวยาพิเศษให้คนหลังคันกั้น-ท่วมขังนาน แต่เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้หารือ และมีมติเห็นชอบในวาระความช่วยเหลือที่เกี่ยวข้องกับปัญหาอุทกภัย
แม้รัฐบาลจะยังไม่มีมาตรการเพิ่มเยียวยาพิเศษให้คนหลังคันกั้น-ท่วมขังนาน แต่เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้หารือ และมีมติเห็นชอบในวาระความช่วยเหลือที่เกี่ยวข้องกับปัญหาอุทกภัย
ในเบื้องต้น ครม.เห็นชอบในหลักการของแผนงาน โครงการและงบประมาณตามแผนงานช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยจังหวัด จำนวน 58 จังหวัด ซึ่งคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย (กฟย.) ได้ให้ความเห็นชอบตามกรอบแผนงานทั้งสามด้าน คือ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และความเป็นอยู่ของประชาชน ด้านฟื้นฟูคุณภาพชีวิต วงเงินงบประมาณจำนวน 45,413,639,190 บาท
ภายใต้เงื่อนไขการมอบหมายให้คณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน (กคฐ.) คณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และความเป็นอยู่ของประชาชน (กศอ.) และคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านฟื้นฟูคุณภาพชีวิต (กคช.) และสำนักงบประมาณ ได้พิจารณาตรวจสอบความเหมาะสมโครงการ งบประมาณและบูรณาการเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน
พร้อมกันนั้น ครม.ยังเห็นชอบในหลักการวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2555 รายการงบกลางสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2554 ไปพลางก่อน วงเงินงบประมาณรวม 2,650 ล้านบาท เพื่อให้จังหวัดและส่วนราชการใช้ในการให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ประสบอุทกภัย ตามที่ ยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกฯ ประธานคณะกรรมการ กฟย. นำเสนอ โดยมีหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
1.จัดสรรให้จังหวัดที่กระทรวงมหาดไทยมอบหมายให้สนับสนุนช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 22 เขต และอีก 3 จังหวัด คือ นนทบุรี ปทุมธานี และนครปฐม รวม 25 พื้นที่ พื้นที่ละ 50 ล้านบาท เป็นเงิน 1,250 ล้านบาท เพื่อใช้จ่ายสำหรับการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งสิ้น 22 เขต ได้แก่ เขตบางพลัด ตลิ่งชัน ทวีวัฒนา บางแค บางกอกน้อย ภาษีเจริญ หนองแขม บางบอน จอมทอง บางกอกใหญ่ บางขุนเทียน บางเขน หลักสี่ จตุจักร ลาดพร้าว ดอนเมือง สายไหม หนองจอก คลองสามวา มีนบุรี คันนายาว และบึงกุ่ม
2.จัดสรรให้ส่วนราชการที่ได้รับมอบหมายจาก ครม. หรือนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงแรงงาน กระทรวงยุติธรรม กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แห่งละ 100 ล้านบาท กระทรวงวัฒนธรรม และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แห่งละ 50 ล้านบาท รวมเป็นเงินงบประมาณ 1,400 ล้านบาท โดยให้ใช้จ่ายสำหรับการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย
3.ให้จังหวัดและส่วนราชการ ใช้จ่ายในการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในเหตุเฉพาะหน้าก่อน และจะต้องควบคุมดูแลการใช้จ่ายเงินให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกับงบประมาณอื่นใดของทางราชการ โดยให้กระทรวงที่ได้รับอนุมัติงบประมาณทำความตกลงกับสำนักงบประมาณต่อไป
ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินงานและการเบิกจ่าย ให้จังหวัดและส่วนราชการที่ได้รับงบประมาณดำเนินการได้จนกว่าสถานการณ์อุทกภัยจะคลี่คลายเข้าสู่สภาวะปกติ
ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) มีวาระที่รายงาน ครม.ให้ทราบว่า ตามที่สุ รวิทย์ คนสมบูรณ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เสนอสรุปผลการหารือเพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคที่ประสบอุทกภัยฯ กรณี การเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ การซ่อมรถยนต์ รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ทำประกันภัย การซ่อมแซมบ้าน ฯลฯ
สำหรับแนวทางการให้ความช่วยเหลือผู้บริโภคเช่าซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ อาทิ ให้มีการยกเว้นค่าติดตามทวงถามและเบี้ยปรับล่าช้า สำหรับลูกค้าที่ประสบภัยน้ำท่วมในช่วงระยะเวลาที่เกิดภาวะน้ำท่วม มีแนวทางการพักชำระค่างวดเช่าซื้อ สำหรับลูกหนี้ปกติที่ประสบภัยน้ำท่วม ให้มีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ให้มีมาตรการหยุดการทวงถามสำหรับลูกหนี้เช่าซื้อปกติที่ประสบภัยน้ำท่วมและอยู่ในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม ส่วนมาตรการอื่นๆ ตามที่ผู้เช่าซื้อร้องขอโดยพิจารณาเป็นรายๆ ไป ทั้งนี้ สามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้จากสถาบันการเงินที่ให้เช่าซื้อ หรือสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย
2.แนวทางการให้ความช่วยเหลือผู้บริโภคเกี่ยวกับการซ่อมรถยนต์ สมาคมอู่กลางมีสมาชิก 380 แห่ง มีราคากลางเป็นมาตรฐาน กรณีรถยนต์ประสบอุทกภัยยังไม่มีราคากลาง แต่จะพิจารณาเป็นกรณีไป และสมาคมยินดีให้ความคุ้มครองผู้บริโภคกรณีดังกล่าว เช่น ข้อมูลรายละเอียดการซ่อมที่ชัดเจน ซึ่งการซ่อมรถยนต์ สคบ. มีประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการซ่อมรถยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมหลักฐานการรับเงิน โดยกำหนดให้มีหลักฐานการซ่อม การแสดงราคาค่าอะไหล่ ค่าบริการ ระยะเวลาประกันการซ่อม การแสดงชื่อผู้รับผิดชอบ (ผู้ประกอบการ) ฯลฯ หากฝ่าฝืนไม่ออกหลักฐานการซ่อมตามประกาศดังกล่าว มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ
มาตรการการฟื้นฟูและเยียวยาจากภาครัฐเวลานี้ ก็น่าจะช่วยบรรเทาทุกข์ประชาชนไปได้บ้าง



