'กิติศักดิ์'วอนชาวไร่อย่าเผาอ้อยหวั่นถูกกดราคา
เลขาฯ สมาคมเกษตรกรชายแดนบูรพา วอนชาวไร่อย่าเผาอ้อยส่งโรงงาน จะทำให้คุณภาพน้ำตาลหด ถูกกดราคา
28 พ.ย.54 ดร.กิติศักดิ์ พรพรหมวินิจ นายกเทศมนตรีตำบลป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ในฐานะเลขาธิการสมาคมเกษตรกรชายแดนบูรพา เปิดเผยว่า ขณะนี้เกษตรกรชาวไร่อ้อยทั่วประเทศเริ่มตัดอ้อยป้อนส่งเข้าโรงงานเพื่อหีบอ้อยเป็นน้ำตาลแล้ว ซึ่งจากการสำรวจข้อมูลพบพื้นที่ปลูกอ้อยส่วนใหญ่ยังคงมีการเผาอ้อยก่อนตัดผลผลิต ทั้งๆ ที่เพิ่งเริ่มเปิดหีบอ้อยใหม่ โดยพื้นที่ภาคเหนือมีการเผาอ้อยสูงถึง 49.7 % ขณะที่ภาคกลางมีการเผาอ้อย 21.8 % และภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอ้อยไฟไหม้ 37.8 % ซึ่งอัตราการเผาอ้อยในช่วงปลายฤดูหีบจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากโรงงานมีความต้องการอ้อยมาก เกษตรกรจึงเร่งเผาอ้อยเก็บผลผลิต เพื่อที่จะตัดส่งโรงงานได้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น
เลขาธิการสมาคมเกษตรกรชายแดนบูรพากล่าวว่า การเผาอ้อยมีผลเสียที่กระทบต่อผู้ปลูกอ้อยโดยตรง คือน้ำหนักอ้อยจะลดลง เนื่องจากการเผาใบอ้อยจะทำให้สูญเสียความชื้นส่งผลให้อ้อยที่ตัดมีน้ำหนักหายไปส่วนหนึ่ง โดยอ้อยหนึ่งตันน้ำหนักจะสูญเสียไปราว 80-100 กิโลกรัม ทำให้รายได้ของเกษตรกรจะลดลง 60-80 บาทต่อตัน ถ้าผลิตอ้อยได้ไร่ละ 10 ตัน เกษตรกรจะสูญเสียรายได้มากถึง 600-800 บาท และการตัดอ้อยไฟไหม้ส่งเข้าโรงงานยังจะถูกตัดราคาอีกตันละ 20 บาทด้วย
นอกจากนี้การเผาอ้อยจะทำให้เกิดปัญหาดินเสื่อม สูญเสียอินทรียวัตถุในดิน ทำให้การปลูกอ้อยต้องใส่ปุ๋ยเพิ่มขึ้นเป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิตให้เกษตรกร และยังมีผลต่อการไว้ตออ้อยด้วย เพราะอ้อยที่ถูกไฟไหม้จะทำให้ไม่สามารถไว้ตอได้ดี ต้องปลูกอ้อยบ่อยและใช้ท่อนใหม่ ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น แต่ถ้าตัดอ้อยสดส่งโรงงาน จะทำให้ไว้ตอได้นาน 4-5 ปี ต้นทุนการผลิตลดลงอย่างเห็นได้ชัด
"การส่งอ้อยเผาเข้าโรงงานยังทำให้โรงงานไม่สามารถหีบอ้อยได้ทัน และน้ำอ้อยไม่สามารถตกผลึกเป็นน้ำตาลทรายได้ ซึ่งที่ผ่านมามีประเทศที่นำเข้าน้ำตาลดิบจากไทย เช่น ญี่ปุ่น และไต้หวัน ร้องเรียนมาว่า น้ำตาลดิบที่ซื้อจากไทยไม่สามารถตกผลึกเป็นน้ำตาลทรายได้ ทำให้ประเทศดังกล่าวหันไปนำเข้าน้ำตาลดิบจากประเทศออสเตรเลียแทน เพราะประเทศออสเตรเลียตัดอ้อยสด 100 % และไทยอาจถูกกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ เนื่องจากผลผลิตน้ำตาลส่วนใหญ่ของไทยเกิดจากอ้อยไฟไหม้และเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม ดังนั้น เกษตรกรจึงควรตัดอ้อยสดส่งโรงงานจะดีกว่ามาก และยังช่วยลดสภาวะโลกร้อนซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของโลกในปัจจุบันอีกด้วยเช่นกัน" เลขาธิการสมาคมเกษตรกรชายแดนบูรพา กล่าว



