ข่าว

ไก่เห็นตีนงู

ไก่เห็นตีนงู

28 พ.ย. 2554

ไก่เห็นตีนงู : เลียบค่าย โดยชัยกร ใบเงิน

         คดีปล้นบ้านนายสุพจน์ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม กำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม มุมการปล้น การวางแผนตัวละครต่างๆ ไม่มีใครสนใจเท่ากับปริมาณเงินจำนวนมหาศาล


         โก้ หัวหน้าทีมปล้นที่ว่ากันว่าหอบกระสอบเงินหนีไปเป็นร้อยล้านบาทคือกุญแจสำคัญที่จะไขปริศนาคดีนี้ ได้หลบหนีเข้าไปใน ส.ป.ป.ลาว ตำรวจกำลังตั้งสินบนเพื่อสร้างแรงจูงใจให้เพื่อนบ้านไล่ล่าอีกทางหนึ่ง


         สำนวนคดีตำรวจคงต้องรอบคอบเพราะพยานหลักฐานคำรับสารภาพของผู้ต้องหาค่อนข้างชัด แต่อาจมีการกลับคำในชั้นศาล


         แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าเงินที่ถูกอายัดกว่า 10 ล้านบาท และการสาวไปถึงเบื้องหน้า เบื้องหลังจะทำได้มากน้อยแค่ไหน


         ยิ่งร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกมาปูดเบื้องหลัง "สั่งปล้น" กลางสภา และเรื่องที่คนร้ายหอบเอาเงินใส่กระเป๋าขนาดใหญ่หลายใบ มีเงินบรรจุอยู่มหาศาล มีวงจรปิดเก็บภาพไว้ได้ แต่ตำรวจกลับไม่รู้เรื่อง กลายเป็นประเด็นร้อนจนหลายคนตั้งข้อสังเกต เพื่อเบี่ยงเบนอะไรหรือไม่


         รองนายกฯเฉลิมได้หลักฐานเหล่านี้มาจากใคร ทำไมตำรวจถึงไม่รู้เรื่อง หลักฐานสำคัญขนาดนี้ไม่มีประกอบอยู่ในสำนวนได้อย่างไร


         การถามตอบกระทู้ในสภาเลยกลายเป็นเรื่องทางการเมืองไปเลยเพราะนายโสภณ ซารัมย์อดีต รมว.คมนาคม ออกมาโต้ดุเดือดในฐานะที่กำกับดูแล และจะฟ้องกลับรองฯ เฉลิม ที่ปูดเรื่องความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับโครงการรถไฟฟ้าสีต่างๆ


         ความจริงเรื่องเงินจำนวนที่คนร้ายปล้นไปในทางสืบสวนพอรู้มาตั้งแต่ต้นแล้วว่า มากมายขนาดไหน รวมถึงที่มาของเงิน แต่การสอบสวนเพื่อโยงเงินถึงตัวบุคคลยังไม่ชัดเจน


         ด้านหนึ่งตำรวจต้องรอดูทิศทางและสัญญาณจากฝ่ายการเมืองด้วยเนื่องจากไปกระทบกับหลายส่วนทั้งนักการเมือง ฝ่ายเอกชน การตั้งประเด็นเรื่องทุจริตต้องมีหลักฐานชัดเจน


         มีคำถามว่า เอกชนหรือนักการเมืองใครจะออกมายอมรับ ยกเว้นเสียแต่ว่าจำนนด้วยหลักฐาน แต่ถึงเวลานี้ยังไม่ปรากฏ


         ประเด็นเดียวที่มีคือ ปลัดฯจะชี้แจงถึงที่มาที่ไปของเงินได้หรือไม่ อย่างไร


         ส่วนอื่นก็รู้ๆกัน นักการเมืองเค้าไม่เอาลีลาหรือเส้นทางทำกินมาสาวไส้กันหรอก เดียวก็เข้าทำนองไก่เห็นตีนงู งูเห็นขุมทรัพย์ไก่


         โอกาสใครโอกาสมัน ก็วนเวียนกันอยู่แค่ 4-500 คนในสภาหินอ่อนนี่แหละ!!