ข่าว

'เด็ก10ขวบ'ร่ายกลอนน้ำท่วมยังชีพ

'เด็ก10ขวบ'ร่ายกลอนน้ำท่วมยังชีพ

28 พ.ย. 2554

มรสุมซัด'ไทเกอร์เด็กอัจฉริยะ'ร่ายกลอนน้ำท่วม....ประทังชีวิต : ทีมข่าวรายงานพิเศษรายงาน

         "...วิปโยคอุทกภัยในครั้งนี้ไร้ปรานี จากฟากฟ้า เจ้าข้าแล้ว ฤาเป็นกรรม นำมนุษย์ จุดเริ่มแนว คงไม่แคล้ว แววสิ้นโลกหรืออย่างไร..." เสียงร่ายกลอนทำนองเสนาะดังก้องผ่านโทรโข่งขยายเสียงบริเวณหอนาฬิกา ตลาดนัดจตุจักร เด็กชายรูปร่างซูบผอมอายุราว 10 ขวบใบหน้าหม่นเศร้า กำลังยืนหลบเปลวแดดยามเที่ยง มือขวาถือโทรโข่งตัวเขื่องจนแทบคอนน้ำหนักไม่ไหว ส่วนมือซ้ายถือกระดาษหนาหลายแผ่น อ่านกลอนเกี่ยวกับ "วิปโยคอุทกภัยประเทศไทย" ลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่เกิดน้ำท่วมจนกรณีรื้อบิ๊กแบ็กตลอดจนบทกลอนที่สะท้อนชีวิตตัวเอง ที่เผชิญความทุกข์ยากมานานหลายปีแล้ว แถมปีนี้ยังถูกหางเลขกลายเป็นผู้ประสบภัยตามมารดาไปด้วย จึงจำเป็นต้องสลัดความ "อาย" มาอ่านกลอนแลกเศษเงินจากผู้ใจบุญหย่อนเศษสตางค์ลงกล่องกระดาษสีเขียวลายการ์ตูนเพื่อนำเงินที่ได้เป็นทุนรอนต่อชีวิต


         เด็กชายคนนั้นคือ ด.ช.ธนากรพิศนุภูมิ หรือ"น้องไทเกอร์" อายุ 10 ขวบเด็กอัจฉริยะที่เคยโด่งดังเมื่อ 6 ปีก่อน เนื่องจากอ่านภาษาเขียนภาษาไทย-ภาษาอังกฤษได้ตั้งแต่อายุ4 ขวบ และเคยเป็นนักแสดงเด็กจากภาพยนตร์เรื่อง "ผีเลี้ยงลูกคน" และละครเรื่อง "ฝนเหนือ" แต่ชีวิตวงการบันเทิงไม่ยั่งยืนแถมแม่ยังมีคดีค้างเก่าถูกฟ้องร้องจากพ่อแท้ๆ ทำให้ 2 แม่ลูกต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก โดยเฉพาะช่วง 1 ปีที่ผ่านมา"น้องไทเกอร์" ต้องอยู่คนเดียวในห้องพักคอนโดเมืองทองบ่อยครั้ง เนื่องจากแม่ต้องไปดูแลธุรกิจที่ลงทุนทำสวนมะลิที่ จ.ปทุมธานี แต่แล้วก็ถูกน้ำท่วมสวนมะลิจนสิ้นเนื้อประดาตัว จนทำให้เกิดความเครียดและล้มป่วยบ่อยครั้ง


         "ฉันเจอน้องไทเกอร์ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนก่อนน้ำท่วม น้องมาทักและแนะนำตัว จนล่าสุด ฉันมาบริจาคของช่วยผู้ประสบภัย เจอน้องไทเกอร์จึงให้ถุงข้าวไปกิน แล้วน้องมากระซิบว่า แม่คิดจะฆ่าตัวตาย ไปซื้อยานอนหลับมากินหลายสิบเม็ด ฉันจึงไปเยี่ยมพูดคุยปลอบใจจนสนิทคุ้นเคยกัน และเห็นว่ามีความเป็นอยู่ลำบาก ต้องอดมื้อกินมื้อ ดื่มน้ำประปาจากก๊อก จึงอยากหาทางช่วยให้มีรายได้ จึงชวนให้มาอ่านกลอน ตอนแรกแม่เขาก็ไม่เห็นด้วย เพราะไม่อยากให้ลูกเป็นขอทาน แต่น้องไทเกอร์บอกว่าเป็นทางเดียวที่เขาจะได้กินขนม" ป้าเล็กหรือทิวพร เสนีวงศ์ ณ อยุธยา อายุ49 ปี อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี อาสาสมัครจากหมู่บ้านสมานฉันท์ 8 รับผิดชอบดูแลพื้นที่อาคาร ซี 8 และซี9 คอนโดมิเนียมเมืองทองธานี ถนนแจ้งวัฒนะ ผู้ขันอาสาพาน้องไทเกอร์มาร่ายกลอนตั้งกล่องรับบริจาค เนื่องจากอยากให้น้องไทเกอร์มีรายได้บ้าง แต่ใจจริงอยากให้วงการบันเทิงรับกลับไปทำงานอีกครั้ง


         "น้องไทเกอร์เป็นเด็กดี เห็นว่าตอนนี้กำลังมีปัญหาเรื่องค่าเทอมด้วย ทั้งที่ตอนรับเข้าเรียนตอนแรกให้เรียนฟรี แถมเงินไปโรงเรียนก็แทบไม่มี ค่ารถก็ไม่มี ต้องขออาศัยนั่งฟรีเบียดไปบนรถตู้ไปโรงเรียน ฉันก็พยายามช่วยเท่าที่พอทำได้ ไม่ได้อะไรหรอก แค่สงสารเด็ก ได้ช่วยเขาก็พอใจแล้ว" ป้าเล็กบอกถึงความตั้งใจก่อนไปเปลี่ยนถือโทรโข่งประกาศขอให้ผู้ที่สัญจรผ่านบริจาคเงินช่วยเหลือน้องไทเกอร์


         "น้องไทเกอร์ " จึงได้โอกาสพักดื่มน้ำแก้กระหาย หลังจากร่ายกลอนไปหลายหน้ากระดาษ ยอมรับว่าเหนื่อย และหนัก (โทรโข่ง) และเล่าถึงที่มาของกลอนบทต่างๆที่นำมาอ่านว่า เป็นการรวบรวมมาจากการแต่งกลอนทิ้งไว้ตั้งแต่ช่วงที่เริ่มเกิดน้ำท่วมใหม่ๆ อาศัยข้อมูลจากข่าวทางทีวี และแวะไปอ่านหนังสือพิมพ์ที่ร้านขายข้าว จึงนำข้อมูลมาเขียนกลอนไว้


         "กลอนที่ผมแต่งจะสะท้อนเหตุการณ์และให้กำลังใจผู้ประสบภัย แม้ว่าชีวิตผมมีแต่เรื่องแย่ๆ แต่คิดว่ามีคนที่ลำบากกว่าเรา น้ำท่วมครั้งนี้ เราสบายกว่าคนอื่นที่ไม่ต้องไปลอยคอในน้ำท่วม และเวลาที่ผมท้อแท้ก็จะคิดถึงในหลวง เพื่อให้มีกำลังใจ ยิ่งตอนนี้ผมจะคิดถึงพระองค์ท่านบ่อยมาก" น้องไทเกอร์บอกด้วยรอยยิ้ม


         นอกจากกลอนเกี่ยวกับน้ำท่วมแล้วก็ยังมีกลอนเกี่ยวกับชีวิตตัวเอง โดย "น้องไทเกอร์" ได้อ่านกลอนท่อนที่ชอบให้ฟังด้วยว่า"...เพราะความจนมีไม่พร้อมย่อมต้อยต่ำ ถูกเหยียบย่ำ ว่าโง่ โซสมอง เป็นอัจฉริยะตัวปลอม แค่เบอร์รอง ก็เพราะต้องดิ้นรน พ้นไปวันในชีวี คงไม่มี ใครจะเชื่อ โน้ตบุ๊กเอื้อ ทำโครงงานการสร้างสรรค์ สู้เด็กดอย ไกลถิ่น ยังมีกัน แต่ตัวฉัน อยู่กรุงใน ไร้ปัญญา...แหงนหน้าดูประวัติศาสตร์ชาติไทยใหม่ คงสดใส ชัยสะเทิ้น เหินเวลาหา เพื่อไทยขวัญ ใจคนยากบากบั่นมา แต่เวลาผ่านไป ให้เหมือนเดิมตื่นภวังค์ อีกครั้ง เพียงหวังใหม่ ไม่ต้องไกล ให้แม่คืน ยืนส่งเสริม อยู่ข้างหน้า มารับขวัญ ลูกดั่งเดิม..."


         "...หนูต้องจบการเขียนกลอนที่อ่อนล้าพร้อมฟันฝ่าอุปสรรค ขวากหนามเหมือน ทั้งรู้ว่า ป้าลุงใจ ให้สะเทือน ชาแรมเดือน เฉือนสูญ เพลียแรมรอน...หนูหวังว่าปิดเทอมหน้า ไม่ว้าวุ่น ชุลมุน คงไม่พบ จบภัยหนี คงไม่เกิดเหตุการณ์ ดุจนานปี เห็นสร้างศรี สิ่งใหม่ๆ ให้ไทยแลนด์..."


         จากประสบการณ์ครั้งแรกของน้องไทเกอร์ที่มาเปิดกล่องรับบริจาคเพื่อตัวเองที่ประสบภัยที่ตลาดนัดจตุจักรครั้งนี้ น้องไทเกอร์ยอมรับว่า รู้สึกอายที่ต้องมาขอเงินคนอื่น แต่มันไม่มีทางเลือก เมื่อได้เงินบริจาคจากผู้ใจบุญมาแล้ว จะนำส่วนหนึ่งไปฝากธนาคาร และอีกส่วนหนึ่งจะนำไปซื้อหนังสือติววิชาเลข เพราะตอนนี้คะแนนวิชาคณิตศาสตร์ที่เคยชื่นชอบ คะแนนลดต่ำลงมาก และอยากทำตามความฝันของตัวเอง อยากไปแข่งคณิตศาสตร์โอลิมปิก เพื่อสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทย


         หากใครผ่านไปในย่านที่ผู้คนพลุกพล่านและได้ยินเสียงเด็กชายตัวเล็กๆ มายืนอ่านบทกลอนทำนองเสนาะ...ก็ช่วยอุดหนุนแบ่งปัน"ความสุข" ให้เด็กอัจฉริยะคนนี้ ได้กลับมามีรอยยิ้มสดใสสมวัยอีกครั้ง!!