ข่าว

'เสี่ยงชีวิต'เพื่อพิทักษ์ป่า

'เสี่ยงชีวิต'เพื่อพิทักษ์ป่า

28 พ.ย. 2554

'เสี่ยงชีวิต'เพื่อพิทักษ์ป่า : ตะลุยข่าว โดย สมโภชน์ สมบัติ

         ท่ามกลางความรกทึบของต้นไม้เขียวขจีที่ปกคลุมทั่วผืนป่ามีสรรพชีวิตสัตว์ป่าใหญ่น้อยเคลื่อนไหวอยู่ รวมถึงมนุษย์ที่เข้าไปดูแลรักษาป่า เพื่อป้องปรามผู้ทำลาย และทุกย่างก้าวของ "ผู้พิทักษ์" ล้วนมีความเสี่ยง!!


         การรับมือกับขบวนการตัดไม้ที่มีมูลค่าสูงกว่าทองคำเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าต้องมีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ ในส่วนของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ แบ่งการทำงานเป็นหลายชุดมีกลุ่มเคลื่อนที่เร็ว และศูนย์ปฏิบัติการ แยกย้ายกันรับผิดชอบในที่ต่างๆ มุ่งลาดตระเวนแบบสัมฤทธิผล การลาดตระเวนแต่ละครั้ง ทุกคนจะมีห่อข้าวส่วนตัว มีปลาแห้งปลากระป๋อง ไข่เค็ม น้ำพริก ในเป้สะพายหลัง กระติกน้ำ ไฟฉาย ของใช้ เปลแบบมีมุ้งในตัว ที่ต้องให้อยู่ในพื้นที่ได้อย่างน้อย 3 วัน
 

         เมื่อจับกุมผู้กระทำความผิดและตรวจพบไม้พะยูงได้จะใช้ "จีพีเอส" จดบันทึกและถ่ายภาพไว้หากเข้าพื้นที่คับขันที่มีสถานการณ์รุนแรงมากปะทะกับกลุ่มมอดไม้ติดอาวุธ บางครั้งเจ้าหน้าที่ถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส เพราะทุกย่างก้าวคือความเสี่ยงก่อนเข้าป่าลาดตระเวน ทุกคนต้องเขียนชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ ของญาติหรือคนสนิทที่สามารถติดต่อได้เพื่อความสะดวกหากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือไม่คาดคิด มิใช่ให้สั่งเสีย หรือเสียกำลังใจ แต่นี่คือความรอบคอบท่ามกลางชีวิตที่ต้องเสี่ยงทุกลมหายใจ


         "สมเกียรติชั้นบุญใส" หัวหน้าสำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เล่าประสบการณ์เฉียดตายของทีมงานว่าครั้งหนึ่งขณะลาดตระเวนพบกลุ่มติดอาวุธลอบตัดไม้ เกิดการปะทะกันขึ้น มีเจ้าหน้าที่ 3 คนพลัดหลงจากกลุ่ม เหลือข้าวเท่ากำปั้นแบ่งกันกินประทัง 3 ชีวิต ใช้ความนิ่งที่ฝึกมาเอาตัวรอดได้ตลอดคืนรอให้ถึงรุ่งเช้ามีแสงสว่างจึงเดินทางกลับมาได้อย่างปลอดภัย


         "การทำงานแม้จะหนักหน่วง และแลกด้วยชีวิต ทุกคนก็ทำ เหน็ดเหนื่อยก็ทน ค่าตอบแทนได้แค่เงินเดือน6,000-7,000 บาท น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาทก็ตาม แต่ทุกคนมุ่งมั่นปราบปรามขบวนการมอดไม้ที่กำลังผุดขึ้นราวดอกเห็ด" นายสมเกียรติกล่าว


         ทว่าเล่ห์เหลี่ยมของขบวนการตัดไม้พะยูงก็แพรวพราวใช้สารพัดวิธีในการรอดพ้นถูกจับกุมว่าที่พบมากสุดคือการจ่ายส่วย บางรายเสนอเงินสูงถึงครั้งละ 3 แสนบาท หากเจ้าหน้าที่รายใดหลงไปกับความหอมหวานของเงิน ก็เท่ากับต้องจบชีวิตราชการลง กลลวงของมิจฉาชีพยังนิยมวิธีการปล่อยข่าวลวง เรื่องการใช้เส้นทางผ่านเพื่อหลอกล่อเจ้าหน้าที่ให้เข้าตรวจสอบ ก่อนตลบหลังลักลอบขนย้ายไม้ไปอีกทางหนึ่ง บางครั้งแสดงตัวเป็นพลเมืองดีแจ้งพิกัดให้เข้าตรวจสอบคนตัดไม้ เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบก็มีการเปิดเครื่องเลื่อยโซ่ยนต์ดังสนั่นป่าหลายจุดพร้อมกัน ให้เจ้าหน้าที่สับสนและแยกย้ายกันเข้าหาจุดที่ได้ยินเสียง หากเรียกกำลังเสริม จะทำให้เส้นทางอื่นปลอดโล่งจนสามารถขนย้ายไม้ได้อย่างสบายๆ วิธีนี้มักเกิดขึ้นในเขตพื้นที่หุบเขาใหญ่ๆ ที่มีไม้พะยูงมาก ทั้งเทือกเขาภูพาน และเทือกเขาภูเวียง


         "เกียรติศักดิ์ สนิทไทย" หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูเวียง จ.ขอนแก่น ยอมรับว่า เจ้าหน้าที่ที่มาสนธิกำลังการปราบปรามกลุ่มมอดไม้พะยูงต้องปรับกลยุทธ์สู้ทุกรูปแบบ ต้องรู้เท่าทันขบวนการตัดไม้ ที่สำคัญร่างกายต้องพร้อมตลอดเวลา แต่อุปสรรคที่พบคือ บางพื้นที่นอกจากข้าราชการจะรู้เห็นเป็นใจแล้ว ยังมีชาวบ้านส่วนหนึ่งที่รับจ้างหรือมีส่วนร่วมกับขบวนการตัดไม้พะยูงด้วย ทำให้ยากต่อการหาข่าวหรือเข้าจับกุม แถมทำให้เจ้าหน้าที่เสี่ยงมากขึ้น เพราะไม่รู้ใครเป็นใคร แต่พวกเราพร้อมเต็มร้อยที่จะปกป้องผืนป่าแม้ต้องสละชีวิตก็ตาม!!