ข่าว

'ธุรกิจ'เผยรบ.ใช้การเมืองนำทำชาติพัง

'ธุรกิจ'เผยรบ.ใช้การเมืองนำทำชาติพัง

27 พ.ย. 2554

นักธุรกิจเหยื่อน้ำท่วมภาคกลาง เล็งหาที่ตั้งโรงงานใหม่โซนภาคตะวันออก ครวญผ่านสื่อ รบ.ใช้การเมืองนำ!บริหารประเทศ จัดการน้ำเหลว ทำชาติพัง ภาคธุรกิจล่มจมเสียหายทั้งเมือง

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 27 พ.ย.54  กลุ่มนักธุรกิจที่ได้รับความบอบช้ำจากผลกระทบภัยพิบัติน้ำท่วมภาคกลาง เปิดเผยว่า ทางกลุ่มกำลังปรึกษาจัดเตรียมแผนระยะยาวในการรับมือมหาอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นอีก ทั้งที่ไม่ควรเกิดขึ้น ด้วยการเตรียมมองหาซื้อที่ดินในเขตพื้นที่ภาคตะวันออก ที่มีความเสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วมน้อยกว่า เพื่อใช้เป็นฐานที่มั่นในการผลิตสินค้าส่งออก และหนีปัญหาจากน้ำท่วมอย่างถาวรต่อไป

          ทั้งนี้นักธุรกิจหลายรายต่างให้ความเห็นที่สอดคล้องกันว่า ภัยจากน้ำท่วมใหญ่ในครั้งนี้ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้น หากแต่เป็นเพราะฝีมือจาก รบ. ที่ใช้การเมืองนำการบริหารประเทศ ในการบริหารจัดการมวลน้ำก้อนใหญ่ ที่ต้องการให้นโยบายที่ได้เคยใช้ในการหาเสียงไว้ก่อนหน้าการเลือกตั้ง ปรากฎเป็นผลเห็นเป็นภาพที่ชัดออกมา ด้วยการกักเก็บน้ำไว้ในเขื่อนทางตอนบนของประเทศ โดยที่ไม่ยอมปล่อยระบายพร่องน้ำลงมาแต่แรก เพื่อรอให้ชาวนาได้เกี่ยวข้าวก่อน ซึ่งต้องใช้เวลารอการเก็บเกี่ยวนานถึงกว่า 20 วันเป็นอย่างน้อย ทั้งที่กำลังจะมีพายุพัดเข้ามา ทำให้น้ำในเขื่อนต่าง ๆ มีปริมาณมากจนเอ่อเต็มล้นเขื่อน

          หลังมีพายุพัดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมกันถึง 5 ลูก จึงไม่มีพื้นที่ในเขื่อนพอที่จะรองรับน้ำ ซึ่งหากมีการทยอยปล่อยระบายน้ำออกมาเป็นระยะ ตั้งแต่เมื่อช่วงเดือน ก.ค. น้ำทางตอนบนก็จะไม่มากมายเหลือล้นขนาดนี้ ทั้งที่ทราบได้จากการพยากรณ์อากาศก่อนล่วงหน้าอยู่แล้วว่า จะมีพายุพัดเข้ามาหลายลูก แต่ รบ. กลับไม่เร่งจัดการบริหารน้ำอย่างจริงจัง ทั้งที่ปริมาณน้ำจากพายุทั้ง 5 ลูกรวมกันนั้น เพิ่มขึ้นจากในปีก่อน ๆ แค่เพียงประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น หากมีการปล่อยระบายน้ำออกจากเขื่อน เพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับกลุ่มพายุตั้งแต่เนิ่น ๆ ปัญหาน้ำท่วมในครั้งนี้ จะไม่เกิดขึ้นจนส่งผลกระทบเสียหายมากมายขนาดนี้เลย

          แต่ รบ. ได้แต่กักเก็บน้ำเอาไว้ในเขื่อน เนื่องจากต้องการที่จะเอาใจคนในระดับรากหญ้า หรือชาวนาซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของรัฐบาลชุดนี้ ด้วยการรอให้ชาวนาได้เกี่ยวข้าวก่อน เมื่อชาวนาเกี่ยวข้าวได้ทัน ก็จะนำข้าวมาจำนำกับโครงการที่เป็นนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ ตามที่ได้มีการหาเสียงเอาไว้ เพื่อที่จะเปิดรับจำนำข้าวในวันที่ 7 ต.ค. ในราคาที่สูงถึงเกวียนละ 1.5 หมื่นบาท จึงทำให้น้ำจากตอนบนของประเทศมีปริมาณสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งน้ำจากพายุลูกแรก ๆ และน้ำใหม่ที่ถูกพายุอีกหลายลูกพัดเข้ามา จนมากเกินกว่าที่เขื่อนต่าง ๆ จะรองรับไว้ได้

          จากนั้นจึงได้พากันเร่งระดมปล่อยน้ำลงมาในปริมารมาก แบบที่ไม่มีช่องทางที่จะระบายให้หมดไปได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อปริมาณน้ำที่ท่วมล้นอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้ และจากการเอาใจชาวนา จนส่งผลกระทบต่อคนกว่าค่อนประเทศในครั้งนี้ ได้สร้างความเสียหายเป็นมูลค่ามหาศาล โดยเฉพาะในภาคธุรกิจนั้น ได้รับความเสียหายไปแล้วกว่า 2-3 แสนล้านบาท เพื่อแลกกับการที่จะให้นโยบาย การรับจำนำข้าวตามที่ได้เคยหาเสียงไว้นั้นสัมฤทธิ์ผล และสามารถนำไปอ้างกับฐานเสียง หรือกลุ่มผู้สนับสนุนพรรค ให้เห็นว่านโยบายนั้นสามารถทำได้จริง หลังจากที่หลาย ๆ นโยบายที่ได้เคยหาเสียงไว้ก่อนหน้านั้นยังทำไม่ได้ อาทิ นโยบายขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำ 300 บาท นโยบายเงินเดือนผู้จบปริญญาตรี 1.5 หมื่นบาท เป็นต้น

          ทั้งที่ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อภาคอุตสาหกรรมนั้น จะเสียหายเป็นมูลค่ามากกว่า และจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นของประเทศอีกด้วย โดยเฉพาะธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวนั้นก็ยิ่งกระทบหนักไปด้วย ทั้งที่เป็นรายได้หลัก ๆ ของประเทศ เหตุเพราะต่างชาติไม่มั่นใจ กลัวน้ำท่วม จึงไม่อยากมาเที่ยว เพราะภาพที่ปรากฎออกไปนั้น ล้วนเป็นผลลบต่อการท่องเที่ยวอย่างมาก จนถึงขั้นมีหลาย ๆ ประเทศ ประกาศเตือนไม่ให้คนของเขาเข้ามาเที่ยวในประเทศเรา

          แต่ที่นักธุรกิจส่วนใหญ่ยังไม่กล้าออกมาพูดถึงสาเหตุ ที่หลายคนต่างมองเห็นตรงกันว่า เป็นผลมาจากการบริหารประเทศที่ผิดพลาด โดยใช้การเมืองนำพาการบริหารจัดการในสิ่งที่ไม่ควรกระทำ ก็เพราะกลัวว่าจะมีผลกระทบต่อด้านการดำเนินธุรกิจ หรืออาจจะไม่ได้รับความสะดวกในการลงทุน หรือฟื้นฟูโรงงานที่กำลังถูกน้ำท่วมอยู่ ซึ่งหากเป็นอย่างนี้ต่อไป นักลงทุนจากต่างชาติต้องพากันหนีไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านแน่นอน เพราะประเทศเพื่อนบ้านเรา หลายประเทศมีการเมือง ที่นิ่งกว่าเรามาก

          "รวมถึงยังมีปัจจัยอีกหลายด้านของเพื่อนบ้าน เอื้ออำนวยต่อการลงทุน ทั้งค่าแรงงานที่ถูกกว่า ทั้งยังไม่มีปัญหาความวุ่นวายทางด้านการเมือง และไม่มีปัญหาในกรณีที่นักการเมืองนำเอานโยบายที่ใช้ในการหาเสียงมาบีบคั้นนักลงทุน ให้ต้องมีภาระหรือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น อาทิ นโยบายขึ้นค่าแรงงานที่กำลังเป็นปัญหาของ รบ. ชุดนี้อยู่"

 

 

...............................

(หมายเหตุ : ภาพ : AFP)