
สงขลาเร่งช่วย2แม่ลูกคลื่นซัดบ้านพัง!
รองนายกเทศมนตรีนครสงขลา เร่งช่วยเหลือ2แม่ลูกถูกคลื่นซัดบ้านพังทั้งหลัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 พ.ย.54 นายสมชาย เมฆาอภิรักษ์ รองนายกเทศมนตรีนครสงขลา พร้อมด้วย นายสมนึก ผลพิบูลย์ ผอ.กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลนครสงขลา เข้าตรวจสอบสภาพบ้านของ นางจำนง ศรีรักษา พนักงานทำความสะอาดของเทศบาลนครสงขลา และบ้านของ นางนิวารินทร์ ศรีรักษา บุตรสาว ซึ่งปลูกอยู่ติดกันบริเวณริมชายทะเลพื้นที่ บ้านบ่ออิฐ ม.8 ต.เกาะแต้ว อ.เมือง จ.สงขลา ที่ถูกคลื่นและลมซัดกระหน่ำได้รับความเสียหายทั้งสองหลัง หลังจากภาวะคลื่นลมในทะเลอ่าวไทยมีกำลังแรง ซึ่งทั้งสองครอบครัวได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ต้องขนย้ายข้าวของอพยพไปอยู่ที่บ้านญาติชั่วคราว
เบื้องต้นทางเทศบาลนครสงขลาจะมอบอุปกรณ์สร้างบ้าน เพื่อนำมาทำการซ่อมแซมบ้าน หลังคลื่นลมสงบ และจะประสานไปยังนายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลเกาะแต้ว เจ้าของพื้นที่ให้การช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ของผู้ประสบภัยกรณีบ้านพังทั้งหลัง ซึ่งจะได้รับเงินช่วยเหลือหลังละ 30,000 บาท
ยะลาฝนหยุดตกแล้วคาด2-3วันเข้าสู่ภาวะปกติ
ที่ จ.ยะลา สถานการณ์ล่าสุด เกือบทุกพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วม ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว แต่ยังมีบางพื้นที่ลุ่มน้ำ , ใกล้แม่น้ำ , เขื่อนเก็บน้ำ ยังคงมีน้ำท่วมขังอยู่ แม้ระดับน้ำจะลดลงไปแล้วกว่า 10 ซ.ม. อาทิ พื้นที่ ม.4 ต.ตาเซะ อ.เมือง ซึ่งมีพื้นที่อยู่ติดกับเขื่อนชลประทานปัตตานี ยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ มีชาวบ้านกว่า 500 ครัวเรือนได้รับความเดือดร้อน แม้ว่าบางครอบครัวสามารถย้ายสิ่งของกลับเข้าบ้านได้ เหลือเพียง สัตว์เลี้ยง วัว แพะ รวมถึงยานพาหนะ รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ที่ยังคงต้องนำมาจอดหนีน้ำที่ริมถนน เนื่องจากยังไม่ไว้ใจเกรงจะเกิดน้ำท่วมซ้ำอีก
ทั้งนี้ พื้นที่ ม.4 ต.ตาเซะ และ ม.2 บ้านทุ่งเหรียง ต.ยุโป อ.เมืองยะลา หากไม่เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ อ.บันนังสตา , อ.กรงปินัง , อ.ธารโต ระดับน้ำน่าจะทรงตัว แต่หากมีฝนตกหนัก ติดต่อกันหลายวันในพื้นที่ 4 อำเภอดังกล่าว อาจจะทำให้เกิดน้ำท่วมซ้ำขึ้นอีก เนื่องจากปริมาณน้ำฝนจะไหลลงสู่แม่น้ำปัตตานี และเข้าสู่จังหวัดยะลา มาสะสมที่เขื่อนชลประทานปัตตานี
รายงานจากศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย-วาตภัยและดินถล่มจังหวัดยะลา สรุปสถานการณ์อุทกภัยในระหว่างวันที่ 23-26 พ.ย. ที่ผ่านมาว่า จ.ยะลา มีพื้นที่ประสบอุทกภัยทั้งสิ้น 5 อำเภอ 38 ตำบล 125 หมู่บ้าน 6 ชุมชน มีผู้เสียชีวิต 2 ราย มีราษฎรได้รับความเดือดร้อน 29,440 คน 6,787 ครัวเรือน อพยพ 930 คน 174 ครัวเรือน มีพื้นที่การเกษตรเสียหาย 9,645 ไร่ บ่อปลา 66 บ่อ ซึ่งจากการรายงานสภาพภูมิอาการจากกรมอุตุนิยมวิทยา ปรากฏว่า น้ำในพื้นที่ประสบอุทกภัยเริ่มลดลง ประกอบกับปริมาณน้ำฝนมีเพียงเล็กน้อย เมื่อวันที่ 26 พ.ย. หากไม่มีฝนตก หรือตกเพียงเล็กน้อยในระยะนี้ คาดว่า สถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติในอีก 2-3 วัน
ชาวแลแบงลี้ภัยน้ำท่วม 364 คน นอภ.สะบ้าย้อยเผยน้ำยังท่วมสูง 50 ซ.ม.
นายจำลอง ไกรดิษฐ์ นายอำเภอสะบ้าย้อย จ.สงขลา เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.สะบ้าย้อย เริ่มคลี่คลายในบางจุดหลังฝนทิ้งช่วง ทำให้ชาวบ้านบางส่วนเดินทางกลับไปสำรวจพื้นที่ และบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายในช่วงกลางวัน และกลับเข้ามาพักอาศัยอยู่ที่ศูนย์พักพิงผู้ประสบอุทกภัยชั่วคราว โรงเรียนสะบ้าย้อย อ.สะบ้าย้อย ต่อ โดยล่าสุดยอดผู้ประสบภัยที่ศูนย์พักพิงฯ ล่าสุดประมาณ 364 คน ระดับน้ำขณะนี้ ยังคงท่วมสูง 50 ซ.ม.
ด้านนางสาวชุตินา ยูโสะ อายุ 26 ปี ชาวบ้าน ม.1 บ้านแลแบง กล่าวว่า ระดับน้ำที่ทะลักท่วมบ้านเรือนของชาวบ้านในพื้นที่บ้านแลแบงสูงประมาณท่วมหัว โดยบางจุดสูงประมาณ 2 ม. ทำให้ชาวบ้านอพยพมาอยู่ที่ศูนย์พักพิงฯ เพื่อความปลอดภัย โดยมีนายอำเภอสะบ้าย้อยคอยให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี จนทำให้ชาวบ้านรู้สึกปลอดภัย และมั่นใจที่จะอยู่ต่อจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ปกติ
"หมู่บ้านแลแบงเป็นพื้นที่ราบลุ่มทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากเป็นประจำ แต่โชคดีปีนี้ชาวบ้านเตรียมการรับมือน้ำได้ทันการณ์ เนื่องจากทางอำเภอได้แจ้งข้อมูลให้ทราบเป็นระยะ อีกทั้งเจ้าหน้าที่สามารถเข้าให้ความช่วยเหลือชาวบ้านได้อย่างทันท่วงที"
น้ำท่วมจังหวัดสุราษฎร์ธานี เสียหายประมาณ 27 ล้านบาท
นายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล ผวจ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ฝนตกหนักน้ำป่าไหลหลากและคลื่นลมแรง ระหว่างวันที่ 20-26 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยมีพื้นที่ประสบความเสียหายทั้งสิ้น 6 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอท่าชนะ , ไชยา , ท่าฉาง , วิภาวดี , คีรีรัฐนิคม และกาญจนดิษฐ์
โดยทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สุราษฎร์ธานี ได้สรุปความเสียหายล่าสุด มีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน 26 ตำบล 143 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 18,979 ครัวเรือน 56,168 คน บ้านพังเสียหายทั้งหลัง 3 หลัง เสียหายบางส่วน 14 หลัง พื้นที่การเกษตรเสียหาย 259 ไร่ ถนนชำรุด 35 สาย คอสะพาน 14 แห่ง ท่อระบายน้ำ 60 แห่ง วัดเสียหาย 3 แห่ง บ่อปลา 5 บ่อ มูลค่าความเสียหายในเบื้องต้น 27 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพอากาศโดยภาพรวมวันที่ 27 พ.ย. มีปริมาณฝนตกน้อยลง บางช่วงมีแสงแดดส่องให้เห็นบ้างแล้ว หลังจากที่ท้องฟ้ามืดครึ้มมาร่วม 1 สัปดาห์เต็ม สภาพน้ำท่วมขัง และร่องรอยความเสียหายเริ่มคลี่คลาย กลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยในส่วนของคอสะพานที่ขาดได้ซ่อมแซมให้สามารถใช้สัญจรไปมาชั่วคราวได้แล้ว
"อย่างไรก็ตามทาง ปภ.ยังคงเตรียมพร้อมตลอดเวลา และย้ำเตือนให้ประชาชนเฝ้าติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด นอกจากนั้นในส่วนของการเดินเรือข้ามฟากไปเกาะสมุย และเกาะพะงัน สามารถเดินทางข้ามฟากได้เป็นปกติแล้ว ไม่ต้องเลื่อนเวลาออกไป"
เรือประมงอ่าวไทยหนีมรสุมทยอยเข้าอันดามันอย่างต่อเนื่อง
นายทวี บุญยิ่ง กรรมการสมาคมประมง จังหวัดระนอง เปิดเผยว่า เรือประมงจากอ่าวไทยจำนวนมากได้เดินทางข้ามฟากมายังทะเลอันดามัน เนื่องจากอ่าวไทยย่างเข้าสู่ฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพาดผ่าน ส่งผลกระทบต่อการออกทะเลทำการประมง และการเคลื่อนย้ายของฝูงปลา ทำให้ขณะนี้ผู้ประกอบการประมงในเขตพื้นที่จังหวัดระนอง ซึ่งมีกองเรือประมงจำนวน 3,000 ลำ จับปลาในเขตน่านน้ำพม่ากว่า 200 ลำ หวาดวิตกว่า กองเรือประมงจากอ่าวไทยที่ทยอยเข้ามาในพื้นที่จะเข้ามาแย่งพื้นที่ทำการประมง ซึ่งปัจจุบันยอมรับว่า ปริมาณสัตว์น้ำที่เรือประมงไทยจับได้มีจำนวนมากพอสมควร แต่หากมีกองเรือประมงเข้าไปเพิ่มเติม อาจจะเป็นการแย่งทรัพยากรกันเอง เพราะเขตพื้นที่ หรือโซนที่ได้รับสัมปทานมีจำนวนจำกัด
"การทยอยเดินเรือเข้ามาของกองเรือประมงจากอ่าวไทย เท่ากับมาเพิ่มจำนวนเรือในเขตน่านน้ำฝั่งทะเลอันดามัน ทั้งที่ปัจจุบันมีน่านน้ำหลายประเทศที่น่าสนใจ อาทิ น่านน้ำพม่า , อินเดีย , บังกลาเทศ ซึ่งแต่ละพื้นที่ต่างมีกฎระเบียบ เงื่อนไขที่แตกต่างกันออกไป ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องน่าจะศึกษาข้อมูลในระเอียดก่อน เพื่อที่จะหาช่องทางให้เรือประมงจากไทยเข้าไปทำการประมง เพื่อลดปัญหาทรัพยากรสัตว์น้ำที่ลดลงเป็นอย่างมากในปัจจุบัน รวมถึงการแย่งชิงพื้นที่การทำประมงกันเอง"
ปภ.พัทลุง สรุปน้ำท่วมเสียชีวิต2ราย รมช.สาธารณสุขลงพื้นที่มอบ'ถุงยังชีพ-ยา'500ชุด
ที่ศาลาประชาคมบ้านบางมวง ม.3 ต.ฝาละมี อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะ ได้เดินตรวจเยี่ยมติดตามสถานการณ์น้ำท่วม และให้กำลังใจผู้ประสบภัย พื้นที่ตำบลบางมวง พร้อมมอบถุงยังชีพ-ยาชุดน้ำท่วม 500 ชุด ให้กับชาวบ้านได้ใช้รักษาอาการเจ็บป่วยเป็นการเบื้องต้น
นายกันภัย พลพงษ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลฝาละมี กล่าวว่า พื้นที่ตำบลฝาละมี มี 11 หมู่บ้าน 3,170 ครัวเรือน ประชากร 10,5851 คน เมื่อวันที่ 21-24 พ.ย. ที่ผ่านมา มีฝนตกหนักน้ำไหลเข้าท่วมในพื้นที่ หมู่ 3 , 4 , 6 , 7 และหมู่ 8 โดยเฉพาะบ้านแหลมไก่ผู้ - บ้านบางมวง ได้รับผลกระทบมากที่สุดกว่า 400 ครัวเรือน และถึงขณะนี้น้ำยังคงท่วมขังทุกพื้นที่ทั้งตำบล เนื่องจากตำบลฝาละมี เป็นพื้นที่รองรับน้ำจากเทือกเขาบรรทัด อีกทั้งยังมีน้ำทะเลหนุน แต่คาดว่าน้ำจะท่วมขังอยู่ประมาณ 3-5 วัน หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติมอีก
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ขณะนี้ ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดพัทลุง ได้รับรายงานมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมแล้ว 2 ราย คือ นายบุญทิพย์ บุญโท อายุ 58 ปี อยู่ที่ ต.ฝาละมี เสียชีวิตขณะเดินเข้าบ้าน และด.ญ.น้ำ (นามสมมติ) อายุ 13 ปี อยู่ที่ ต.หารเทา อ.ปากพะยูน ขณะลงเล่นน้ำที่ท่วมบริเวณหน้าบ้าน ถูกกระแสน้ำพัดพาลงลำคลองจนเสียชีวิต
................................
(หมายเหตุ : ภาพแฟ้มข่าว)



