ข่าว

'โก๊ะ กันตนา'หวิดจมน้ำลงเรือเก็บขยะ

'โก๊ะ กันตนา'หวิดจมน้ำลงเรือเก็บขยะ

27 พ.ย. 2554

หวิดเกิดเหตุระทึก "โก๊ะ กันตนา" โปรดิวเซอร์บัลลังก์คนดี ลงเรือตะกร้าเวียดนาม เก็บขยะในสระน้ำจวนพ่อเมืองกรุงเก่า น้ำทะลักท้องเรือ เจ้าตัวถึงช็อคว่ายน้ำไม่เป็น โชคดีพายเข้าฝั่งทัน เริ่มบิ๊กคลีนนิ้งเดย์เมืองนนท์ พบขยะกระสอบทรายตกค้างริมถนนพระราม 5 อื้อ

        เรื่องราวระทึกรายนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 27 พ.ย. ที่เรือนรับรองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายวสันต์ พัดทอง หรือ โก๊ะ กันตนา อายุ 50 ปี นักแสดงและโปรดิวเซอร์รายการบัลลังก์คนดี ได้ลงเรือตะกร้า เพื่อเก็บขยะที่ค้างอยู่ในสระน้ำที่ถูกน้ำท่วม ซึ่งเรือที่นายวสันต์ลงไปนั่งนั้นเป็นเรือหวายที่กาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้รับมอบมาจากประเทศเวียดนาม เพื่อช่วยเหลือในช่วงน้ำท่วม โดยเรือมีลักษณะเป็นรูปทรงกลม สูงประมาณ 80 ซ.ม.เส้นผ้าศูนย์กลางประมาณ 1.30 ม. มีเจ้าหน้าที่ อ.ส. 2 นายเป็นผู้พาย โดยสระดังกล่าวมีน้ำลึกกว่า 5 เมตร  และมีพื้นที่กว้าง ขณะที่โก๊ะ กันตนา กำลังเก็บขยะอยู่ได้ประมาณ 10 นาที ปรากฏว่าได้มีน้ำทะลักเข้ามาทางด้านใต้ท้องเรืออย่างรวดเร็ว สูงกว่าท้องเรือเกือบ 1 ฟุต โก๊ะถึงกับช๊อคตะโกนส่งเสียงเอะอะ ขอความช่วยเหลือให้อ.ส.รีบพายเข้าฝั่งอย่างรวดเร็ว ซึ่งเมื่อเรือมาถึงฝั่งน้ำก็เกือบเต็มลำเรือพอดี ส่วนโก๊ะ กันตนา ปลอดภัยแต่ต้องไปนั่งสงบอาการอยู่ในสำนักงานกาชาด

          นางวาสินี ผิวผ่อง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่าในวันเดียวกันนี้ได้รับการประสานจากนายวสันต์ และแม่ชีปุณยนุช แซ่เฮ็ง สำนักวิปัสสนาวังน้ำเขียว นำจิตอาสาและกู้ภัยปลวกแดง จ.ระยอง จำนวน 150 คนมาช่วยกันเก็บขยะและทาสีจวนผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกน้ำท่วม ปรากฏว่าโก๊ะ กันตนา ได้อาสาลงไปเก็บขยะในสระน้ำ ซึ่งพอดีเพิ่งได้เรือสานด้วยหวายมาจากเวียดนาม แต่เนื่องจากในช่วงน้ำท่วมใช้งานมาก ท้องเรือจึงมีรอยรั่วซึมแต่ก็สามารถซ่อมแซมได้ ซึ่งไม่คิดว่าโก๊ะ จะลงไป แต่โชคดีที่ปลอดภัย

   
          โก๊ะ เปิดเผยว่าในช่วงน้ำท่วมไปช่วยมาหลายที่ และเห็นว่าอยุธยาน้ำลด ก็รวบรวมเพื่อนๆและจิตอาสามาทำความสะอาด และไม่คิดว่าเรือที่ลงไปจะรั่ว ตอนที่อยู่ในเรือรู้สึกกลัวมากเนื่องจากตนว่ายน้ำไม่เป็นและกลัวน้ำมาก แต่ก็ยังจะไปร่วมฟื้นฟูต่อไป



 เริ่มบิ๊กคลีนนิ้งเดย์พบขยะกระสอบทรายตกค้างริมถนนพระราม5อื้อ


          เมื่อเวลา 11.00 น. กลุ่มชาวบ้านเครือข่ายชุมชนคนรักเมืองนนท์ ได้ร่วมตัวกันที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดนนทบุรีเพื่อร่วมกับทางจังหวัดนนทบุรีและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เดินทางไปยังคลองพระพิมล ถนนบางกรวย-ไทรน้อย อำเภอบางบัวทอง จ.นนทบุรี เพื่อร่วมกันเก็บขยะและผักตบชวาที่กีดขวางการระบายน้ำในคลองดังกล่าว ก่อนที่ทางจังหวัดจะนำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ที่ได้รับมอบจากกรมชลประทานไปติดตั้งเพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำต่อไป

          ขณะเดียวกันทางกลุ่มชาวบ้านอีกจำนวนหนึ่งได้ร่วมกับทาง อบต.บางตะไนย์ ช่วยกันเก็บกวาดทำความสะอาดบริเวณถนนใต้สะพานพระราม 4 ราชพฤกษ์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หลังจากที่ระดับน้ำลดลงจนรถยนต์สามารถกลับมาใช้สัญจรได้แล้ว

          ขณะเดียวกันที่บริเวณริมถนนพระราม 5 นครอินทร์ พบว่า ระดับน้ำที่เคยท่วมสูงจนรถยนต์ไม่สามารถเดินทางสัญจรไปมาได้นั้น ในขณะนี้น้ำที่เคยท่วมสูงได้ลดลงจนแห้งเกือบเป็นปกติแล้ว จนทำให้รถยนต์สามารถเดินทางสัญจรได้แล้ว แต่บางจุดของถนนก็ยังคงมีน้ำท่วมขังอยู่ในระดับ 40-50 เซนติเมตร โดยเฉพาะช่วงถนนพระราม 5 นครอินทร์ที่มุ่งไปลงสะพานกลับหน้าโลตัส บางใหญ่ ยังคงมีน้ำท่วมสูงอยู่ รถเล็กยังไม่สามารถผ่านไปได้ นอกจากนี้ยังพบว่า ชาวบ้านที่เริ่มกลับเข้าทำความสะอาดบ้านเรือนได้ทยอยขนขยะ ข้าวของเครื่องใช้ที่ถูกน้ำท่วมจนได้รับความเสียหายและใช้การไม่ได้ออกมากองทิ้งที่ริมถนนจำนวนมาก รวมทั้งกระสอบทรายอีกด้วย เพื่อรอรถเก็บขยะของหน่วยงานท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่มาจัดเก็บ

          ด้านนายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี กล่าวกับชาวบ้านที่มารวมตัวกันไปทำความสะอาดในงานบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ว่า จากการลงพื้นที่ติดตามระดับน้ำในอำเภอต่าง ๆ ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา พบว่าระดับน้ำที่เคยท่วมในถนนสายสำคัญหลายสายของจังหวัดนนทบุรีเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่องอยู่ในระดับที่น่าพอใจ คาดว่าในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ ระดับน้ำจะลดลงจนกลับสู่สภาวะปกติได้ในหลาย ๆ จุด ซึ่งก็จะเป็นตามที่ได้รับปากกับชาวบ้านที่ได้ยื่นข้อเรียกข้อเอาไว้ แต่อย่างไรก็ตามระดับน้ำที่ท่วมขังตามหมู่บ้านต่าง ๆ ที่อยู่ต่ำกว่าระดับของถนนสายหลักนั้น จะแห้งไม่เกินวันที่ 15 ธ.ค.นี้ เนื่องจากต้องใช้เครื่องสูบน้ำเข้าไปช่วยสูบระบายน้ำออกมา เนื่องจากหมู่บ้านจัดสรรส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ติดกับลำคลองที่จะสามารถระบายน้ำผ่านลงไปได้ ดังนั้นทางจังหวัดได้สั่งการให้ทาง เทศบาล อบต. แต่ละพื้นที่เร่งจัดทำแผนระบายน้ำเสนอมาทางจังหวัด เพื่อที่ทางจังหวัดจะได้นำเครื่องสูบน้ำไปติดตั้งระบายน้ำให้กับชุมชนที่ยังได้รับความเดือดร้อนในขณะนี้

          ส่วนเรื่องที่มีชาวบ้านไปยื่นเรื่องให้ระงับการสร้างแนวบิ๊กแบ็คถนน 304 กับทางศาลปกครองนั้น ตนขอเรียนชี้แจงว่า การตัดสินใจดำเนินการใด ๆ ก็ตามของทางจังหวัดนั้น ได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของคนกลุ่มใหญ่เป็นหลัก แต่ในขณะเดียวกันก็พยายามจะทำให้คนกลุ่มน้อยที่ต้องกลายเป็นผู้เสียสละนั้น ได้รับผลกระทบหรือความเดือดร้อนให้น้อยที่สุด ซึ่งการสร้างแนวบิ๊กแบ็คนั้นจะเป็นการเปิดเส้นทางลำเลียงนำความช่วยเหลือเข้าไปได้ถึงประชาชนได้ง่าย โดยเฉพาะการขนย้ายเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เข้าไปติดตั้งเพื่อเร่งระบายน้ำก็จะเป็นไปด้วยความสะดวก ตนจึงขอชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวบ้านไว้เรื่องนี้ด้วย