ข่าว

คาด2-3วันได้ตัวหัวโจกปล้นบ้านปลัดคค.

คาด2-3วันได้ตัวหัวโจกปล้นบ้านปลัดคค.

27 พ.ย. 2554

ตำรวจคาด 2-3 วันได้ตัวหัวโจกปล้นบ้านปลัดคค. หลังจากประสานลาวช่วยเหลือติดตามตัว นัด 6 ธ.ค.ปลัดคค.สอบปากคำ รวมเงินที่ยึดได้ ประมาณ 18 ล้านจากยอด 200 ล้าน

                 กรณีคนร้ายบุกปล้นบ้าน นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ที่บ้านเลขที่ 77 ซ.ลาดพร้าว 64 แยก2 ได้เงินสดไปเกือบ 200 ล้านบาท เมื่อคืนวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ต่อมา พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส. บช.น. ร่วมกับ กก.สส.บก.น.4 นำกำลังจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 8 คน
   
                ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ต.อ.ธวัช วงศ์สง่า ผกก.สน.วังทองหลาง กล่าวถึงความคืบหน้าคดีว่า เบื้องต้นสำหรับเงินของกลางที่สามารถตรวจยึดมาได้นั้นขณะนี้มีประมาณ 18 ล้านบาท ซึ่งในส่วนของการเก็บเงินนั้นได้มีการตั้งคณะกรรมการดูแล โดยมีตนถือกุญแจตู้เซฟร่วมกับ พ.ต.ท.กฤตินาท ตุลยารักษ์ รอง ผกก.ป. รวมถึง พ.ต.ท.โสภณ ยานะธรรม รอง ผกก.สส. ช่วยกันในการดูแล พร้อมกับร้อยเวรและสิบเวรประจำในแต่ละวัน ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะนี้เงินของกลางยังอยู่ใน สน. แต่เพื่อความปลอดภัยจึงขอไม่เปิดเผยว่าเป็นที่ใด เพราะแม้แต่ตำรวจหากเห็นเงินจำนวนมากก็อาจอดใจไม่ได้ เกิดความโลภได้ และตำรวจบางคนก็ยังไม่ทราบว่าเก็บเงินไว้ที่ใด

                ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการเก็บเงินไว้นานเท่าใด พ.ต.อ.ธวัช กล่าวว่า ในทางกฎหมายเงินของผู้เสียหายต้องคืนให้กับเจ้าของ แต่สำหรับเงินในคดีนี้ทาง ป.ป.ช. ได้ขออายัดไว้ก่อน ขณะนี้กำลังประสาน ป.ป.ช. ว่าจะทำอย่างไรต่อไป

                “สำหรับนายสุพจน์ นั้น พนักงานสอบสวนได้นัดมาให้ปากคำในวันที่ 6 ธันวาคม อย่างไรก็ตามยังไม่ได้มีการติดต่อกลับมาว่าจะเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ ซึ่งประเด็นที่จะสอบถามคือเงินมีจำนวนเท่าใดกันแน่ เพราะมากเกินกว่าจำนวน 5 ล้านบาทที่บอกไปครั้งแรก ส่วนด้านการสืบสวนนั้น พ.ต.ท.วิวัฒน์ อัศววิบูลย์ สว.สส.สน.วังทองหลาง กำลังเร่งติดตามเงินจำนวน 9 ล้านบาท ซึ่งนายประพันธ์ เรียงเครือ ผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัวก่อนหน้านี้และปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็นถึงเงินก้อนดังกล่าว” พ.ต.อ.ธวัช กล่าว

                รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องในคดีนั้น ขณะนี้เหลือเพียงการสอบปากคำพยาน 5-6 ปาก ซึ่งรวมถึง นายสุพจน์ ด้วย ซึ่งจะสอบถามในประเด็นว่าเงินมีจำนวนเท่าใด และเหตุใดจึงให้ปากคำก่อนหน้านี้ว่าเงินจากการปล้นครั้งนี้หายไปเพียง 5 ล้านบาท นอกจากนั้นจะรอตรวจสอบพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เกิดขึ้นในจุดเกิดเหตุ เพื่อเปรียบเทียบกับผู้ต้องหาทั้งหมด

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับตู้เซฟที่คาดว่าเก็บเงินของกลางจำนวน 18 ล้านบาทนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำไปใส่ไว้ในห้องควบคุมผู้ต้องหาหญิง ซึ่งมีกล้องวงจรปิดและจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลภายนอกห้องขังตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมติดตู้แดงหน้าห้องเพื่อสับเปลี่ยนในการหมุนเวียนดูแล อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ชัดว่าเงินทั้งหมดอยู่ภายในตู้เซฟดังกล่าวจริงหรือไม่ เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเก็บภาพเงินสดภายในตู้เซฟดังกล่าวแต่อย่างใด จึงเป็นไปได้ว่าอาจเป็นการอำพรางมาไว้ในจุดดังกล่าวเพื่อตบตาเท่านั้น

                แหล่งข่าวจากชุดสืบสวนเปิดเผยว่า ผู้ต้องหาที่หลบหนีไปทั้ง 3 คน คือ นายวีระศักดิ์ หรือโก้ เชื่อลี อายุ 36 ปี ซึ่งหลบหนีไปทางประเทศลาว นายพงษ์ศักดิ์ หรือเจี๊ยบ นามวงศ์ อายุ 35 ปี ซึ่งหลบหนีอยู่แถวปริมณฑล และนายคำนวณ เมฆน้อย อายุ 38 ปี ยังหลบหนีแถวภาคตะวันตก ยังไม่มีผู้ใดติดต่อเพื่อขอเข้ามอบตัวแต่อย่างใด ซึ่งในส่วนของนายโก้ นั้นตำรวจได้ประสานเจ้าหน้าที่จากประเทศลาวให้ช่วยเหลือในการติดตามตัว โดยคาดว่าภายใน 2-3 วัน น่าจะมีข่าวดีในส่วนของการติดตามนายโก้