'ประชา'จวกปชป.อคติพาดพิงพรฎ.อภัยโทษ
ฝ่ายค้านอัดรัฐบาลบริหารน้ำผิดพลาดทุกมิติ พาดพิง พ.ร.ฎ.อภัยโทษ "ประชา" ลุกโต้ทันควัน "ปชป." อคติ "เฉลิม" บอกบทสอนชี้แจง เพื่อไทยเสนอประชุมลับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 09.45 น.วันที่ 27 พ.ย. ได้มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวาระเรื่องด่วน ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (รมว.ยธ.) ฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ผอ.ศปภ.) โดยมีนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมโดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน เป็นผู้กล่าวเปิดการอภิปราย ว่า ตนขอชี้แจงว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจดังกล่าวไม่ได้หวังผลล้มรัฐบาล เพราะเป็นการอภิปรายรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคณะรัฐบาล ไม่ใช่อภิปราย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ที่จะส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลครั้งคณะ อย่างไรก็ตามการทำหน้าที่ของพรรคประชาธิปัตย์นั้นไม่มีเจตนากลั่นแกล้งทางการเมือง แต่เป็นการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลตามที่ประชาชนมอบหมาย เมื่อพบการกระทำที่ทุจริต จึงเลี่ยงการตรวจสอบไม่ได้
"จุรินทร์"อัดประชาผิดพลาดทุกมิติ
นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่าสำหรับเหตุผลที่ต้องอภิปราย พล.ต.อ.ประชาก็เนื่องจากได้กระทำทุจริต จงใจทำผิดรัฐธรรมนูญและกฎหมาย และบริหารราชการแผ่นดินบกพร่องล้มเหลวไร้ประสิทธิภาพ ปล่อยให้มีการทำทุจริต ขัดหลักนิติธราม เพื่อเอื้อประโยชน์ให้บางคนและทำให้ประชาชนเดือดร้อน โดยในส่วนที่พล.ต.อ.ประชา ทำหน้าที่ ผอ.ศปภ. นั้นมีพฤติกรรมไม่ไว้วางใจ คือ บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาดทุกมิติ ทั้งเรื่อง น้ำ คน เงิน รวมถึงสิ่งของที่มีผู้บริจาค นอกจากนั้นยังมีพฤติกรรมรู้เห็นเป็นใจให้คนของพรรคการเมืองเดียวกันแทรกแซงการทำงานของหน่วยงานราชการ เพื่อหาประโยชน์ และทุจริตจากเงินงบประมาณ, เงินบริจาคของประชาชน สำหรับความล้มเหลวเรื่องแก้ไขปัญหาน้ำนั้น ปรากฎเป็นข้อเท็จจริงว่ารัฐบาลรัฐบาลเชื่อว่า “เอาอยู่” จึงมุ่งให้ความสำคัญกับการโฆษณาประชาสัมพันธ์มากกว่าผลสำฤทธิ์ของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม
เทียบประเทศอื่นก็มีพายุเท่ากันแต่ท่วมน้อยกว่า
“จะเห็นได้จากการแต่งตั้ง รมว.ยธ. เข้ามาทำหน้าที่ ผอ.ศปภ. ทำให้สังคมเกิดเครื่องหมายคำถามว่า ทำไม ให้ รมว.ยธ.แก้ปัญหาน้ำท่วม ซึ่งมีสิ่งที่ได้ค้นพบคือ รัฐบาลต้องการกระจายน้ำไปท่วมทุกพื้นที่อย่างยุติธรรม หลังจากนั้น ผอ.ศปภ. ก็ได้ทำให้เกิดความผิดพลาดเรื่องการแก้ไขน้ำ แม้ว่าจะอ้างว่าที่ผ่านมาเจอพายุเข้า 3-4 ลูกแต่เมื่อเทียบกับต่างประเทศ เช่น ประเทศฟิลิปปินส์, ลาว, เวียดนาม ที่เจอพายุเช่นเดียวกับประเทศไทย ทำไมเขาไม่เสียหายยับเยิน ดังนั้นเป็นสิ่งที่สะท้อนว่าปัญหาใหญ่ที่เกิด เพราะการบริหารน้ำภายใต้ ศปภ. นั้นล้มเหลว” นายจุรินทร์ กล่าว
เผยไม่ระบายน้ำลง "ท่าจีน - บางปะกง"
นายจุรินทร์ อภิปรายอีกว่า สำหรับความล้มเหลวที่เกิดขึ้น ตนขอยกตัวอย่างบางประการ เช่น การระบายน้ำเหนือลงทะเล ตามแผนที่ประเทศไทย มี 3 ทาง คือ แม่น้ำเจ้าพระยา, แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำบางปะกง แต่การระบายน้ำจริงๆ ไปล้นอยู่ที่แม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้น้ำเอ่อท่วมพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, จังหวัดปทุมธานี, จังหวัดนนทบุรี และฝั่งธนบุรี ของกทม. , ปล่อยให้นักการเมืองเข้ามาแทรกแซงการทำงานของฝ่ายข้าราชการประจำทุกมิติ โดยตนมีหลักฐาน เป็นคำสั่ง ศปภ. ที่ 12/ 2554 เรื่องตั้งคณะกรรมการผันน้ำลงทะเล ให้นายวัลลภ ยังตรง อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคไทยรักไทย เป็นกรรมการ ซึ่งพบว่าเป็นการตั้งคนเพื่อปกป้องพื้นที่ของตนเอง, การจัดโครงสร้างภายในของศปภ. ที่เสมือนการจัดทัพสู้กับน้ำนั้น มีความสับสน และที่สำคัญ ตามคำสั่งที่ 27/2554 แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริจาค มีนายธีรชัย วุฒิธรรม เลขารมว.ยธ. เป็นประธานกรรมการ และให้นายบัณฑูรย์ สุภัควณิช เป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นรองประธานกรรมการ ซึ่งเรื่องดังกล่าวนั้นหาเทียบให้เห็นชัดคือ รมว.ยธ. เป็นประธาน ส่วนนายกฯ เป็นรองประธาน นอกจากนั้น คำสั่งที่ 5/2554 เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ผู้ประสบอุทกภัย ลงวันที่ 11 ต.ค. และเมื่อวันที่12 ต.ค ได้ออกคำสั่งที่ 5/2554 เรื่องเดียวกัน เลขที่เดียวกันแต่มีเนื้อหาแตกต่างกัน คือ คำสั่งที่ 5/2554 ฉบับแรก มอบให้นายพรเทพ เตชะไพบูลย์ รองผู้ว่าฯกทม. เป็นรองประธานกรรมการ แต่คำสั่งที่ออกภายหลัง ได้ตัดชื่อ นายพรเทพ ออก
“ผมมีเอกสารที่ยืนยันได้ว่ามี ส.ส.พรรคเดียวกับท่าน เข้าไปก้าวกายแทรกแซงการทำหน้าที่ของข้าราชการประจำ แต่ผมไม่ประสงค์จะให้มีการพาดพิง และตอบโต้เสียเวลาสภา แต่จะยื่นเอกสารนี้ต่อคณะกรรมการป.ป.ช. โดยรายละเอียด คือ ที่มีส.ส.กทม. ท่านหนึ่งทำหนังสือไปถึงปลัดกระทรวงหนึ่ง สั่งการให้ส่งเจ้าหน้าที่มาปฏิบัติการที่ศปภ. ทั้งที่มี่อำนาจเกี่ยวข้องกับการทำงานของศปภ. นอกจากนั้นแล้วยังมีเอกสารจัดซื้อเต้นท์จำนวน 700 หลัง และให้จัดส่งที่ศปภ.ดอนเมือง แต่มีข้อสังเกตว่ารหัสลูกค้า ซึ่งเป็นผู้ที่รับสินค้า นั้นเป็นชื่อ ส.ส.คนหนึ่งของพรรคการเมืองเดียวกับท่าน และเมื่อตรวจสอบลายเซ็นต์แล้วมีความคล้ายกับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคการเมืองเดียวกันกับ รมว.ยธ. ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นดังกล่าวนั้นถือว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 265 และ 266 ที่ระบุไม่ให้นักการเมืองเข้าไปก้าวก่าย และแทรกแซงงานของข้าราชการ พนักงานของรัฐ” ประธานวิปฯ ฝ่ายค้านกล่าว
ชี้ชัดคำสั่ง"ประชา"ตั้งส.ส.แทรกแซงงานข้าราชการขัดรธน.
นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า ผอ.ศปภ. ได้ลงนามในคำสั่งศปภ. ที่ 27/2554 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการจัดการถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภค พบว่าได้ตั้ง 4 ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย ได้แก่ นายการุณ โหสกุล, สุรชาติ เทียนทอง, ,นายวรชัย เหมะ และนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย นอกจากนั้นแล้วยังได้ออกคำสั่งให้นายการุณ ไปทำหน้าที่ประสานสั่งการ ติดตามการปฏิบัติงานรับบริจาคและให้ความช่วยเหลืผู้ประสบภัย ถือว่าเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ 265 และ 266 แม้ว่ารมว.ยธ. อ้างว่าได้ยกเลิก 2 คำสั่งดังกล่าวแล้ว ตามคำสั่งเลขที่ 31/2554 แต่ถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว ซึ่งได้ยอมรับชัดเจนว่าผิด ไม่เช่นนั้นคงไม่ออกคำสั่งยกเลิก โดยที่สำคัญแล้วหากประชาชนไม่มีสิทธิอ้างว่าไม่รู้กฎหมาย ดังนั้น รมว.ยธ. ต้องทำตนเป็นตัวอย่างในการปฏิบัติตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ
“ผมเห็นใจท่านประชา เข้าใจว่าอาจจะเมาหมัด ใครเสนออะไรมาก็เซ็นหมด ไม่ว่าจะเหตุผลใด จะหนีความรับผิดชอบไม่ได้ และความผิดที่เกิดขึ้นนั้นยังพบว่ามีความผิดซ้ำซ้อนอีก กล่าวคือ ได้ออกคำสังที่ 39/2554 แต่งตั้งให้ นายจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเดียวกัน เป็นที่ปรึกษา ผอ.ศปภ. แปลว่ามีการทำผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญซ้ำซาก”นายจุรินทร์ กล่าว
ซัด“ประชา”ใจถั่วยอมรับผลสอบถุงยังชีพไม่ทุจริต
นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่าสำหรับประเด็นการทุจริตงบประมาณแผ่นดินและเงินกองทุนบริจาคนั้น รมว.ยธ.จะปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อถุงยังชีพไม่ได้ เพราะ อำนาจของศปภ.ที่นายกฯ แต่งตั้งนั้นมีอำนาจครอบจักรวาล อีกทั้งตนมีหลักฐานชี้ชัดว่า ผอ.ศปภ. เคยลงนามอนุมัติจัดซื้อสิ่งของ ได้แก่ เรือของสตช. เมื่อวันที่ 16 ต.ค. , อนุมัติซื้อน้ำมันเชื้อเพลิง เมื่อวันที่ 7 พ.ย. และที่สำคัญหากพล.ต.อ.ประชาไม่เกี่ยวข้องจริง ทำไมต้องออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบการจัดซื้อถุงยังชีพ นอกจากนั้นแล้วผลการสอบประเด็นดังกล่าวนั้นผลเพิ่งออกมา ตนไม่ทราบว่ากรรมการสอบตาถั่วหรือ รมว.ยธ. ใจถั่ว ที่ยอมรับผลสอบที่ไม่พบว่าการทุจริต ทั้งที่คนไทยทั้งประเทศก็ตรวจสอบได้ว่ารายการสิ่งของนั้นแพงทุกรายการ
จับ 5พิรุธออก พ.ร.ฎ.อภัยโทษ
นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า นอกจากเรื่องน้ำท่วมแล้ว ตนขอตั้งข้อกล่าวหาเรื่อง การออก พระราชกฤษฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ (พ.ร.ฎ.อภัยโทษ) ที่ตนพบข้อพิรุธ 5 ข้อ ได้แก่ 1.หาก พ.ร.ฎ.ขอพระราชทานอภัยโทษ เป็นเรื่องก่อการดี ทำไมต้องประชุมลับ และไล่เจ้าหน้าที่ออกจากห้องประชุม ทั้งนี้ปกติการพิจารณาเรื่องดังกล่าวที่ผ่านมาเป็นเพียงวาระจร ไม่มีการไล่เจ้าหน้าที่ออก 2.ทำไมต้องห้ามเปิดเผย 3. ทำไม รมว.ยธ. ต้องร่วมวางแผนตบตาประชาชนร่วมกับนายกฯ ที่ไปค้างคืนที่ จ.สิงห์บุรี ก่อนวันประชุม ครม. เพื่อหนีข้อหาเอื้อญาติใช่หรือไม่ 4.ถ้าเรื่องที่ปรากฎเป็นข่าวไม่จริง ทำไม รมว.ยธ. ไม่ปฏิเสธตั้งแต่วันแรก เรื่องจะได้จบ ไม่มีคนมาประท้วง และ 5. หากเรื่องนี้ไม่จริง ต้องรอจดหมายจากต่างประเทศ รอปฏิเสธว่าไม่ขอรับพระราชทานอภัยโทษ รมว.ยธ.จึงออกมา แสดงว่าเรื่องนี้มีใบสั่ง ประเด็นนี้ตนอยากฟังคำชี้แจงจากรมว.ยธ. เพราะไม่มีเอกสารใดยืนยัน แต่เชื่อว่าประเด็นนี้ รมว.ยธ.รู้อยู่แก่ใจว่าทำอะไรลงไป ส่วนประเด็นสับขาหลอก ตนเชื่อว่าเป็นเพราะถูกจับได้ ประเด็นงานในกระทรวงยุติธรรมนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้มีคำถามว่า เป็นการทำเพื่อประชาชนหรือ คนๆเดียว และ รมว.ยธ. เป็น รมว.ยธ.ของใครกันแน่
"เฉลิม"โต้ทันควันไม่ได้สับขาหลอก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังกจากที่นายจุรินทร์ กล่าวจบ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ขอใช้สิทธิ์พาดพิง โดยไม่ฟังเสียงทัดทานของนายเจริญ ว่า ความพิรุธ 5ข้อดังกล่าวนั้น เป็นสิ่งที่ นายจุรินทร์ คิดเอง เมื่อรู้ว่าไม่มีเอกสารแล้วจะคิดเองทำเองได้อย่างไร หากว่าตนสับขาหลอก แล้วตนจะยืนได้อย่างไร ตนยืนยันว่าไม่จริง โดยระหว่างนั้นมีส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกประท้วงของให้ประธานได้ควบคุมการประชุมให้เป็นไปตามลำดับขั้นตอน
“ประชา”โวย “ปชป.” อคติ
จากนั้น พล.ต.อ. ประชา ลุกขอหารือในที่ประชุมว่า กรณีที่ฝ่ายค้านนำเรื่อง พ.ร.ฎ.อภัยโทษมาอภิปราย จะเป็นสิ่งที่สมควรหรือไม่ เพราะเรื่องดังกล่าวนั้นอยู่ระหว่างทูลขอพระราชวินิจฉัย หากมีการอภิปรายเรื่องนี้จริง อาจจะระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทได้ อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวด้วยความให้เกียรตินายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรมว.ยธ. ตนไม่ได้เปลี่ยนตัวร่าง พ.ร.ฎ. ฉบับที่นายพีระพันธุ์ ลงนามเมื่อวันที่ 5 ส.ค. ทั้งที่ช่วงนั้นน.ส.ยิ่งลักษณ์ เข้ามาเป็นนายกฯแล้ว
“ผมว่าประเด็นนี้ พวกท่านกำลังยึดกับบุคคลหนึ่ง ที่ท่านมีอคดติหรือไม่ ทั้งที่บุคคลนั้นไม่ได้อยู่ในประเทศไทยแล้ว แต่ยังกลับพุ่งเป้าไป เพราะความอคติ แต่หากยังสงสัยผมจะให้ท่านอภิสิทธิ์ และ ท่านพีระพันธุ์ มาดูเอกสารที่ผมถืออยู่นี้ ผมยืนยันว่าไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงจากร่างเดิม ยกเว้นที่เพิ่มเข้ามาคือการลดโทษเท่านั้น ส่วนที่ผมไม่ชี้แจงตั้งแต่แรก เป็นเพราะผมเป็นคนไม่ชอบพูด หากมีสาระผมจะพูด แต่หากเป็นสิ่งที่ฝันไปเอง ผมไม่พูด” พล.ต.อ.ประชา กล่าว
เอาคืนเผยสมัย ปชป.ซื้อถุงยังชีพแพงกว่านี้
รมว.ยธ. กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ตนมีหลักฐานเรื่องการจัดซื้อสิ่งของที่พบว่าสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลได้จัดซื้อในราคาแพงกว่ารัฐบาลปัจจุบัน ทั้งที่มีสเปคเดียวกัน อย่างไรก็ตามสำหรับประเด็นตั้ง ส.ส.มาเป็นคณะทำงานนั้น ไม่ถือว่าเป็นการแทรกแซง โดยเฉพาะ นายการุณ ที่เป็นส.ส.ในพื้นที่ เมื่อชาวบ้านเดือดร้อนน้ำท่วมเกือบถึงจมูก ฐานะเป็นผู้แทนก็ต้องเข้าไปช่วยเประชาชน ในกรณีนี้ตนไม่อยากเอ่ยชื่อพรรค แต่คนในพรรคประชาธิปัตย์ล้วนมีอคติ
"เฉลิม"บอกบท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในระหว่างที่ พล.ต.อ.ประชา ชี้แจงต่อที่ประชุมอยู่นั้น ได้ยินเสียง ของ ร.ต.อ.เฉลิม พูดสอดแทรกมาเป็นระยะ อาทิ ช่วงที่พล.ต.อ.ประชา ชี้แจงเรื่องข้อพิรุธ ออก พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวแทรกมาว่า “ที่พูดมานั้นเท็จหมด” เป็นต้น
“อภิสิทธิ์”ขอคงอภิปราย พ.ร.ฎ.ต่อ ปัดก้าวล่วงพระราชอำนาจ
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชช่ชีวะ กล่าวว่า ประเด็น พ.ร.ฎ.ขออภัยโทษตนไม่ก้าวล่วงไปสิ่งที่อยู่ระหว่างดำเนินการ สำหรับประเด็นที่จะอภิปราย นั้น คือเป็นข้อเท็จจริงที่รมว.ยธ.พูดไม่หมด ซึ่งรัฐบาลชุดนี้มีความคิดมาตั้งแต่เดือนกันยายน และมาชี้แจงอีกครั้งเดือนพฤศจิกายน รมว.ยธ.นั้นคิดอะไร และได้พูดกับข้าราชการอย่างไรบ้าง ซึ่งขอให้รมว.ยธ.รอฟัง เพราะประเด็นดังกล่าวไม่ก้าวล่วงพระราชอำนาจ แต่เป็นการตรวจสอบรัฐบาล
จากนั้นนายพีระพันธุ์ ชี้แจงว่า กรณีที่ รมว.ยธ. ให้สัมภาษณ์ที่ทำให้เข้าใจว่า ตนลงนาม ในพ.ร.ฎ.ขออภัยโทษ เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะตนไม่เคยลงนาม อีกทั้งยืนยันว่าคณะกรรมการพิจารณาเรื่อง พ.ร.ฎ. พระราชทานอภัยโทษ ที่ตนแต่งตั้งนั้นยังไม่เคยมีการประชุมคณะกรรมการ มาก่อน ซึ่งตนยืนยันว่าร่าง พ.ร.ฎ.ขออภัยโทษที่อยู่ในมือของพล.ต.อ.ประชานั้น เป็นแนวทางเดียวกันกับที่กรมราชทัณฑ์เสนอ เป็นเพียงแนวนโยบายเท่านั้น
ทั้งนี้ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ตนพร้อมที่จะชี้แจง และขอให้มีการอภิปรายในเรื่องดังกล่าว แต่เกรงว่าจะเป็นการก้าวล่วงพระราชอำนาจ จึงอยากให้ที่ประชุมได้ทบทวน เพราะหน้าที่สำคัญ การใช้พระราชอำนาจวินิฉัย พ.ร.ฎ.ขอพระราชทานอภัยโทษ นั้นไม่เหมือนกับการใช้พระราชวินิจฉัย พ.ร.ฎ. ฉบับอื่น ดังนั้นต้องระมัดระวัง
เสนอประชุมลับเรื่อง พ.ร.ฎ.อภัยโทษ
อย่างไรก็ตามในระหว่างนั้น น.พ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส. น่าน พรรคเพื่อไทย ได้เสนอว่าเนื่องจากประเด็นดังกล่าวมีความละเอียดอ่อน จึงเห็นควรว่าหากพรรคประชาธิปัตย์ยังจะอธิปรายก็ขอให้เป็นการประชุมลับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับประเด็นหารือดังกล่าว การอภิปราย พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษดังกล่าว ส.ส.สภาได้ใช้เวลาหากรือ นานกว่า 1 ชั่วโมง นายอภิสิทธิ์ ได้กล่าวตัดบทว่า ประเด็นดังกล่าวขอให้นำมาหารืออีกครั้ง และจากนี้ขอให้เดินหน้าเรื่องน้ำท่วมไปก่อน ส่วนเรื่อง พ.ร.ฎ.อภัยโทษนั้นตนจะขอหารือกับ พล.ต.อ.ประชาก่อน ทำให้การประชุมได้เริ่มอภิปรายประเด็นน้ำท่วมต่อไป



