
'เกษตร'เสียหาย7.2หมื่นล.ผนึกญี่ปุ่นฟื้นฟู
รมว.เกษตรฯ ชี้ญี่ปุ่นมองไทยยังเป็นแหล่งผลิตอาหารของโลก ประเมินความเสียหายภาคการเกษตรประมาณ 7.2 หมื่นล้านพร้อมผนึกผู้เชี่ยวชาญจากญี่ปุ่นเร่งฟื้นผลผลิตด้านพืช ประมงปศุสัตว์ที่ประสบภัยน้ำท่วมโดยด่วน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 พ.ย.54 นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า นายเซย์จิ โคจิมะเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย ระบุว่าประเทศญี่ปุ่นได้กล่าวย้ำและยืนยันถึงการให้ความช่วยเหลือประเทศไทยจากปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในครั้งนี้อย่างเต็มที่โดยในส่วนของภาคการเกษตรนั้นทูตญี่ปุ่นได้แจ้งให้ทราบว่าไจก้าจะส่งคณะศึกษาสำรวจที่เป็นผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงเกษตรป่าไม้ และประมงญี่ปุ่น และผู้แทนจากไจก้าจำนวน 7 คนมาประเทศไทยในช่วงระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน - 3 ธันวาคม 2554 นี้เพื่อเก็บข้อมูลและจัดทำแผนความช่วยเหลือประเทศไทยที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยในครั้งนี้
เบื้องต้นกระทรวงเกษตรฯได้หารือกับทางไจก้าในการให้ความร่วมมือในเรื่องการจัดสถานที่ศึกษาสำรวจพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในประเทศไทยแล้วเช่นกันเพื่อให้การบริหารจัดการน้ำและการฟื้นฟูพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบฟื้นกลับมาโดยเร็วที่สุดสำหรับการประเมินความเสียหายภาคการเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้คาดว่าความเสียหายด้านพืชประมง และปศุสัตว์มีมูลค่าความเสียหายรวม 7.2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นด้านพืชประมาณ 6.4 หมื่นล้านบาท ด้านประมง 3.2 พันล้านบาทและด้านปศุสัตว์ 4.4 พันล้านบาทรวมทั้งได้คาดการณ์ว่าตัวเลขจีดีพีภาคเกษตรในปีนี้จะลดลงจากที่ได้ประเมินไว้จากเดิมจะเพิ่มขึ้น4.8 % เหลือเพียง 1 %
แต่อย่างไรก็ตามได้ยืนยันกับทูตญี่ปุ่นถึงศักยภาพการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารของไทยว่าจะไม่กระทบต่อการเป็นแหล่งผลิตอาหารของโลกมากนักโดยขณะนี้ชาวนาเริ่มจะทำการเพาะปลูกข้าวนาปรังกันบ้างแล้วประกอบกับปริมาณน้ำในเขื่อนก็มีมากเพียงพอก็จะสามารถผลิตข้าวเพื่อทดแทนปริมาณข้าวที่เสียหายจากน้ำท่วมในครั้งนี้ที่เสียหายประมาณ 5 ล้านตันได้
"ที่ผ่านมาประเทศญี่ปุ่นได้ประสานงานกับรัฐบาลไทยเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ ทั้งสิ่งของช่วยเหลือแบบเร่งด่วนผ่านองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่นหรือไจก้าเป็นจำนวนเงิน 55 ล้านเยนรวมทั้งได้ให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมล่าสุดขณะนี้ คือการให้ความร่วมมือทางด้านการเงินแบบให้เปล่าและเร่งด่วนในเรื่องสิ่งของช่วยเหลือต่าง ๆ เช่น เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ เรือยนต์ สุขาเคลื่อนที่ และเครื่องกรองน้ำเป็นต้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 400 ล้านบาท นอกจากนี้ทางประเทศญี่ปุ่นยังได้ส่งคณะผู้เชี่ยวชาญด้านการระบายน้ำและรถสูบน้ำและระบายน้ำ จำนวน 10 คันโดยจะมีการประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันปฏิบัติภารกิจสูบน้ำและระบายน้ำที่ยังท่วมขังอยู่ในหลายพื้นที่ให้ลดลงโดยเร็วที่สุดอีกด้วย"
................................
(หมายเหตุ : ภาพแฟ้มข่าว)



