ข่าว

คนส่วนใหญ่ติดตามอภิปราย'ประชา'

คนส่วนใหญ่ติดตามอภิปราย'ประชา'

27 พ.ย. 2554

เอแบคโพลล์เผยคนส่วนใหญ่สนใจติดตามการอภิปรายการทุจริตถุงยังชีพ มองนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องแน่ ต้องให้นำรายละเอียดมาเปิดเผย "ขวัญชัย" นำเสื้อแดง 400 เข้ากรุงฯให้กำลังใจ"ประชา"

          27พ.ย.54  ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง การอภิปรายการทุจริตถุงยังชีพในสายตาประชาชน กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนผู้ที่พักอาศัยอยู่ใน 17 จังหวัดของประเทศ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นครปฐม ฉะเชิงเทรา มุกดาหาร หนองคาย สกลนคร ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ เลย อุตรดิตถ์ เชียงราย เชียงใหม่ เพชรบุรี ยะลา นราธิวาส และสงขลา จำนวนทั้งสิ้น 2,303 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการในช่วง 24 - 26 พฤศจิกายน 2554 ผลการสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่ติดตามข่าวสารบ้านเมืองเป็นประจำทุกสัปดาห์
         
          เมื่อสอบถามถึง ความสนใจที่จะติดตามฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พบว่า ร้อยละ 66.7 ระบุสนใจที่จะติดตาม และร้อยละ 33.3 ระบุไม่สนใจที่จะติดตามที่น่าสนใจคือ เมื่อถามถึงความคิดเห็นว่ามีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องในการทุจริตถุงยังชีพหรือไม่ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 80.3 คิดว่ามีนักการเมืองเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง มีเพียงร้อยละ 19.7 ที่ไม่คิดว่ามีนักการเมืองเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง
   
   
          นอกจากนี้ เมื่อสอบถามถึงความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานและคณะบุคคลในการตรวจสอบถุงยังชีพ พบว่าร้อยละ 66.3 เชื่อมั่นต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน รองลงมาคือ ร้อยละ 61.7 เท่ากัน คือ ระบุเชื่อมั่นต่อ DSI : (กรมสอบสวนคดีพิเศษ) และ ปปช ภาคประชาชน ร้อยละ 60.9 ระบุเชื่อมั่นต่อปปง : (สํานักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน) และสื่อมวลชน ในขณะที่หน่วยงานที่ตรวจสอบการทุจริตถุงยังชีพโดยตรงอย่างปปช : (สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) ได้ร้อยละ 60.2 และ ร้อยละ 54.2 ระบุเชื่อมั่นต่อป.ป.ท. : (สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ) ตามลำดับ

         
          แต่ที่น่าพิจารณาคือ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่หรือร้อยละ 97.1ระบุต้องการให้มีการเปิดเผยรายละเอียดการใช้จ่ายงบประมาณช่วยเหลือผู้ประสบภัยในแต่ละพื้นที่ต่อสาธารณะชน ในขณะที่ร้อยละ 2.9 ระบุไม่ต้องการ

   
          เมื่อสอบถามถึงปัญหาอุปสรรคที่ทำให้ประชนไม่กล้าออกมาแจ้งเบาะแสการทุจริตคอรัปชั่น พบว่า ร้อยละ 76.1 ระบุกลัวไม่ปลอดภัยในชีวิตของตนเองและคนในครอบครัว  รองลงมาคือ ร้อยละ 58.1 กลัวถูกเปิดเผยข้อมูล เช่น ชื่อคนแจ้ง ร้อยละ 56.3 กลัวไม่ได้รับความช่วยเหลือ ร้อยละ 53.5 ระบุไม่เคยเห็นการลงโทษที่ชัดเจน ร้อยละ 46.0 ระบุคิดว่าไม่เกิดประโยชน์ในการแจ้ง ร้อยละ 28.2 ระบุคิดว่าการทุจริตเป็นเรื่องปกติใครๆ ก็ทำกัน และ ร้อยละ 22.3 ระบุคิดว่าไม่ใช่ธุระของตนเอง ตามลำดับ

   
          อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้จะมีผลต่อการเปลี่ยนรัฐบาลหรือไม่ พบว่า ร้อยละ 78.4 ระบุว่าไม่มีผลถึงขั้นเปลี่ยนรัฐบาล และร้อยละ 21.6 ระบุว่ามีผลถึงขั้นเปลี่ยนรัฐบาล

   
          ผอ.เอแบคโพลล์ กล่าวว่า ผลสำรวจระบุชัดเจนว่าประชาชนเชื่อว่ามีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริต   ถุงยังชีพ ดังนั้นกระแสข่าวที่ออกมาว่าเป็นความผิดของข้าราชการเพียงฝ่ายเดียวนั้นอาจส่งผลให้เกิดความเสื่อมศรัทธาในหมู่ประชาชนต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลได้ ประเด็นที่น่าพิจารณาอีกประการหนึ่ง คือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบการทุจริตคอรัปชั่นในขณะนี้กับไม่ได้อยู่ในอันดับแรกๆในความเชื่อมั่นของประชาชน จะเห็นได้ว่าการรวมตัวกันของกลุ่มประชาชนบางกลุ่มที่ออกมาคัดค้านในเรื่องนี้มีอยู่ไม่กี่กลุ่มกับได้รับความเชื่อมั่นมากกว่า ทางออกคือ  ผู้มีอำนาจ ผู้ใหญ่ในสังคมและประชาชนทั่วไปที่มีจิตอาสาและกล้าหาญต้องแสดงตนเป็นตัวอย่างให้สาธารณะชนเห็นประจักษ์ และกลุ่มข้าราชการที่รู้เห็นควรออกมาแสดงพลังต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่นกล้าที่จะออกมาลบข้อครหา  เพื่อช่วยลบ “ทัศนคติอันตราย ยอมรับรัฐบาลทุจริตคอรัปชั่นแต่ขอให้ตนเองได้ประโยชน์” หมดไปจากสังคมไทย

 

"ประชา"อ้างมีเหตุผลพร้อมเเจงฝ่ายค้าน



    เมื่อเวลา 09.35 น.พล.ต.อ.ประชา  กล่าวก่อนเข้าประชุมสภาผู้เเทนราษฎร ในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล  โดยมีการอภิปรายพล.ต.อ.ประชาเพียงรายเดียวว่า ตนมีเหตุผลพอที่จะชี้เเจงการอภิปราย เมื่อถามว่ามีข้อมูลใดบ้างที่จะชี้เเจงข้อกล่าวหาว่าศปภ.บริหารงานผิดพลาด กดล่าวว่า คงต้องรอฝ่ายค้านถามมาก่อน จึงจะชี้เเจงได้

 

"ขวัญชัย"นำเสื้อแดง 400 เข้ากรุงฯให้กำลังใจ"ประชา"

   
          ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี ว่าเมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 26 พฤศจิกายน ที่อาณาจักรคนเสื้อแดง สถานีวิทยุชมรมคนรักอุดร 97.5 เมกกะเฮิร์ต บ้านหนองลีหู ต.สามพร้าว อ.เมือง นายขวัญชัย สาราคำ หรือ ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร พร้อมคนเสื้อแดง 400 คน ได้เตรียมเดินทางด้วยรถบัส รถ 6 ล้อ รวม 6 คัน เดินทางเข้าไปยังกรุงเทพฯ เพื่อไปให้กำลังใจ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม และ ผอ.ศปภ.ที่พรรคฝ่ายค้าน จะเปิดอภิปรายไม่ได้วางใจ กรณีเรื่องของการบริหารจัดการศูนย์ผิดพลาดกับกรณีการทุจริตถุงยังชีพ

   
          นายขวัญชัยเปิดเผยว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมา คนเสื้อแดง โดยเฉพาะสมาชิกชมรมคนรักอุดร ได้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย จนได้จัดตั้งรัฐบาล และ พล.ต.อ.ประชาฯ เท่ากับเป็น ส.ส.คนหนึ่งของ จ.อุดรธานี ที่พวกเราให้การสนับสนุน และได้เป็นรัฐมนตรีที่เป็นหน้าตาของชาวอุดรธานี การเดินทางไปที่กรุงเทพฯ เพื่อให้กำลังใจท่าน ที่จะต้องถูกพรรคฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจ จากการบริหารจัดการเรื่องของน้ำท่วม ในฐานะหัวหน้าทีมทำงานของ ศปภ.ที่ฝ่ายค้านน้ำเรื่องน้ำท่วมมาเป็นเกมการเมือง

   
          “เราไปเพื่อให้กำลังใจท่าน เพราะเราทราบว่าท่านทำงานเพื่อส่วนรวมเต็มที่ ซึ่งการที่เราจะไปให้กำลังใจ เพราะเราเคยบอกไว้แล้วว่า ชมรมคนรักอุดร และคนเสื้อแดงภาคอีสานทุกคน จะสนับสนุนการทำงานของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงรัฐมนตรีทุกคนของพรรคเพื่อไทย ที่ต้องทำงานอย่างเต็มที่ หากมีรัฐมนตรีคนไหนของพรรค ที่ทำงานไม่เข้าตา หรือทุจริต เราคนเสื้อแดงจะเป็นผู้ที่ดำเนินการขับไล่ออกเอง โดยพรุ่งนี้เราจะอยู่ที่หน้ารัฐสภาฯ ด้วยความสงบ จนเสร็จจึงจะเดินทางกลับ" นายขวัญชัยกล่าว


กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านให้กำลังใจ"ประชา"หน้ารัฐสภา


    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น.ที่หน้าอาคารัฐสภา ได้มีกลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้านจากภาคอีสาน จ.นครพนม ยโสธร บุรีรัมย์ หลายร้อยคนเดินทางมาให้กำลังใจ   พล.ต.อ.ประชา ที่จะถูกอภิปรายฯ

สวนดุสิตโพลเผยผิดหวังรัฐบาล-ศปภ.แก้น้ำท่วม


          "สวนดุสิตโพล" มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นจากประชาชน ทั่วประเทศ เรื่อง “ที่สุด” ของ“น้ำท่วมใหญ่” กับ “การเมืองไทย” เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน จำนวน 2,506 คน ระหว่างวันที่ 22-26 พฤศจิกายน 2554  สรุปผลได้ดังนี้


1. จากเหตุการณ์ “น้ำท่วมใหญ่” มีผลดี - ผลเสีย ต่อการเมืองไทยอย่างไร?

    (1.1) “น้ำท่วมใหญ่”  มี (ผลดี) ต่อการเมืองไทย คือ
    อันดับ 1 ทำให้เกิดความสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจกันในการช่วยเหลือและแก้ปัญหาน้ำท่วม 53.49%
    อันดับ 2 ได้เห็นถึงความตั้งใจและบทบาทหน้าที่ในการทำงานจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง /เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการเลือกตั้งครั้งต่อไป 32.82%
    อันดับ 3 เป็นการกระตุ้นให้ภาครัฐเร่งหาแนวทางป้องกัน แก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างจริงจัง 13.69%


     (1.2) “น้ำท่วมใหญ่”  มี (ผลเสีย) ต่อการเมืองไทย คือ
    อันดับ 1 ภาพลักษณ์ทางการเมืองในสายตาของชาวต่างชาติและนักลงทุนแย่ลง  47.88%
    อันดับ 2 แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งที่มาจากความคิดเห็นในการแก้ปัญหาน้ำท่วมที่ไม่ตรงกัน 29.64%
    อันดับ 3 การทำงานของรัฐบาลยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร /ประชาชนขาดความเชื่อมั่น 22.48%

 
2. “นักการเมืองไทย” ที่ประชาชนประทับใจในการช่วยเหลือหรือแก้ปัญหาน้ำท่วมมากที่สุด

    อันดับ 1 ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 39.20%
    อันดับ 2 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 25.87%
    อันดับ 3 สุขุมพันธุ์ บริพัตร 21.33%
    อันดับ 4 ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ 13.60%

 3.ประชาชนคิดว่า “การเมืองไทย” หลังน้ำลด จะเป็นอย่างไร?

    อันดับ 1 ยังคงเห็นภาพการทะเลาะเบาะแว้งระหว่างรัฐบาลและฝ่ายค้านเหมือนเดิม 58.59%
    อันดับ 2 รัฐบาลต้องเร่งให้การช่วยเหลือประชาชนและฟื้นฟูประเทศอย่างเต็มที่  21.64%
    อันดับ 3 อาจมีการเคลื่อนไหว/ชุมนุมของผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ยังไม่พอใจกับการช่วยเหลือของรัฐบาล 19.77%

 
4.  สิ่งที่ประชาชนอยากให้ “นักการเมืองไทย” ทำ หลังน้ำลด

    อันดับ 1 เร่งให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู และเยียวยาให้มากขึ้น 48.62%
    อันดับ 2 การร่วมมือร่วมใจกันทำงานอย่างเต็มที่ /การติดต่อ สื่อสาร และการประสานงานที่ดี 31.85%
    อันดับ 3 การหาแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว/เชิญผู้ที่มีความรู้และเชี่ยวชาญมาให้คำแนะนำ 19.53%

 
ที่สุดของน้ำท่วมไทย

    เรื่องที่ดีใจมากที่สุด
    ความมีน้ำใจของคนไทย /การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  79.04
    คนในชุมชนมีความสามัคคี ห่วงใย ดูแลกันมากขึ้น 12.50
    การได้รับถุงยังชีพจากสื่อมวลชน เอกชน และภาครัฐ 8.46
   
เรื่องที่เสียใจมากที่สุด

    บ้านเรือน ทรัพย์สิน ที่ดินทำกินเสียหาย 48.07
    ไม่มีที่อยู่อาศัย /ครอบครัวไปคนละทิศคนละทาง 29.80
    การทะเลาะกันของประชาชนและประชาชนกับเจ้าหน้าที่ 22.13

 
เรื่องที่สมหวังมากที่สุด

    คนไทยมีน้ำใจช่วยเหลือกัน ไม่ทอดทิ้งกันในยามยาก 77.45
    ระดับน้ำลดลง / ได้กลับเข้าบ้าน 12.74
    ที่บ้านไม่ถูกน้ำท่วม  9.81

 เรื่องที่ผิดหวังมากที่สุด

    การช่วยเหลือและการให้ข้อมูลจากภาครัฐ /ศปภ. 53.09
    การพังแนวคันกั้นน้ำ /รื้อกระสอบทราย 24.22
    ของบริจาคไม่ทั่วถึง 22.69

เรื่องที่ประทับใจมากที่สุด

    ความมีน้ำใจ /การช่วยเหลือของคนไทย 67.82
    การช่วยเหลือประชาชนของทหาร 19.39
    การรายงานข่าวและการลงพื้นที่ของสื่อมวลชน 12.79


เรื่องที่ท้อถอย/ท้อแท้มากที่สุด

    น้ำท่วมขังเป็นเวลานานเกินไป ไม่รู้ว่าจะลดเมื่อใด 38.61
    ต้องหยุดงาน / ตกงาน /ขาดรายได้  31.68
    ไม่มีเงินซ่อมแซมบ้าน รถ และทรัพย์สินที่เสียหาย 29.71

 ใคร? ที่ทำงานช่วยเหลือดีที่สุด

    ทหาร 56.17
    สื่อมวลชน 26.29
    คนไทยทุกคน 17.54

 
ใคร? ที่ทำงาน/ช่วยเหลือบกพร่องที่สุด

    ศปภ. 51.03
    หน่วยงานภาครัฐ 25.27
    ส.ส. /นักการเมืองท้องถิ่น 23.70

“น้ำท่วมใหญ่” ครั้งนี้ ควรโทษใคร? มากที่สุด

    มนุษย์ /การตัดไม้ทำลายป่า 38.13
    เป็นเรื่องของภัยธรรมชาติที่ยากแก่การควบคุม 31.25
    หน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำและการให้ข้อมูล 30.62

บทเรียนที่ดีที่สุดที่ได้รับจาก “น้ำท่วมใหญ่”

    ควรมีการเตรียมพร้อมและการวางแผนรองรับที่ดี 49.58
    เมื่อเกิดภาวะวิกฤตคนไทยจะไม่ทอดทิ้งกัน 30.04
    คนไทยควรให้ความสำคัญ ดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อม 20.38