
ประธานศาลฎีกาถึงแก่อสัญกรรม
"มนตรี ยอดปัญญา" ประธานศาลฎีกาคนปัจจุบันถึงแก่อสัญกรรมที่ รพ.ศิริราช ด้วยภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิต หลังดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกาเมื่อ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา
เมื่อเวลา 21.15 น. วันที่ 26 พฤศจิกายน นายมนตรี ยอดปัญญา ประธานศาลฎีกาคนปัจจุบัน ซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา ถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบที่ รพ.ศิริราช หลังจากเข้ารับการผ่าตัดมะเร็ง แพทย์ระบุสาเหตุการถึงแก่อสัญกรรมว่า มาจากภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน และมีอาการติดเชื้อในกระแสเลือด โดยญาติเตรียมนำศพไปตั้งสวดพระอภิธรรมที่วัดเบญจมบพิตร
ประวัติของนายมนตรี ปัจจุบันอายุ 63 ปี และจะมีวาระดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกา 2 ปี โดยจะเกษียณอายุราชการในปี 2556 จบการศึกษาประถมศึกษาโรงเรียนเทศบาล 1 (พะเยาประชานุกูล) มัธยมศึกษาต้นโรงเรียนพะเยาพิทยาคม พ.ศ.2503-2508 มัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดเบญจมบพิตร พ.ศ.2509 มัธยมปีที่ 4-5 โรงเรียนวัดเทพศิรินทร์ พ.ศ.2511 นิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมดี) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ.2516 เนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา รุ่นที่ 27 พ.ศ.2516
ประวัติการรับราชการ เป็นผู้พิพากษาศาลจังหวัดขอนแก่น ผู้พิพากษาประจำกระทรวง ช่วยทำงานผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเชียงใหม่ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดพิษณุโลก ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลแพ่งธนบุรี ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และรองประธานศาลฎีกา
นอกจากนี้ ผลงานด้านวิชาการ เป็นอาจารย์ผู้บรรยายพิเศษกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในมหาวิทยาลัยหลายแห่ง อาทิ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ม.กรุงเทพ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ ม.รังสิต ประธานกรรมการสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาทั้งสนามใหญ่และสนามเล็ก ผู้เชี่ยวชาญประจำตุลาการรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2549 เคยเป็นองค์คณะพิจารณาพิพากษาคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายเสนาะ เทียนทอง อดีต รมว.มหาดไทย เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจ หรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้ หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 คดีทุจริตที่ดินอัลไพน์ ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อปี 2553
รวมถึงยังเป็นองค์คณะพิจารณาคำร้องที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยยื่นเรื่องต่อประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องให้ศาลฎีกาตั้งองค์คณะพิจารณาถอดถอนป.ป.ช.ทั้งคณะออกจากตำแหน่ง กรณีถูกกล่าวหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ที่ชี้มูลความผิดการสลายกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ปิดล้อมหน้าอาคารรัฐสภา มิชอบด้วยกฎหมาย ผิดวินัยร้ายแรง และกรณีมีมติไล่นายตำรวจออกจากราชการ



