ข่าว

ทนายเล็งช่วย521คนบุก'วังน้ำเขียว'

ทนายเล็งช่วย521คนบุก'วังน้ำเขียว'

26 พ.ย. 2554

สภาทนายความโคราช เตรียมยื่นฟ้อง 6 หน่วยงาน เรื่องถึงศาลปกครองสูงสุดภายในสัปดาห์หน้า เรียกร้องความเป็นธรรมให้ 521 คน ชาววังน้ำเขียว ที่ตกเป็นจำเลยกรณีบุกรุกที่ดิน

                    26 พย. 54 นายวีรเกียรติ อโณทัยไพบูลย์ กรรมการบริหารสภาทนายความภาค 3 พร้อมนายธราวุธ  ติณทุกะสิริ ประธานสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา ปีบริหาร 2553 -2556 นายไสว จิตเพียร อุปนายกฝ่ายกิจการพิเศษ สภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา และบรรดาสมาชิกสภาทนายความฯ ร่วมกันแถลงข่าวการเตรียมยื่นฟ้องศาลปกครองสูงสุด ตามคำร้องเรียนขอความช่วยเหลือทางด้านกฎหมายของชาวบ้าน และ อบต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว ฯ รวมจำนวน 521 คน ที่ตกเป็นจำเลยสังคมในกรณีพิพาทบุกรุกที่ดิน เป็นผู้ฟ้องคดีที่ 1 ขอยื่นฟ้อง หน่วยงานทางปกครอง และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้แก่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ,กรมป่าไม้ โดยอธิบดีกรมป่าไม้ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ,กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ,คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ,รมว.ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 5 และคณะรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 6

                    ทั้งนี้ ที่ดำเนินการทางปกครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ผู้ฟ้องคดีทั้ง 521 คน ต้องได้รับความเดือดร้อน หรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อน หรือเสียหาย โดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยมีการแสดงหลักฐานแผนที่กำหนดรังวัดที่ดิน พยานหลักฐานเป็นภาพถ่าย และพยานวัตถุ ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่พิพาท ในการนำเสนอประกอบคำชี้แจงว่าผู้ฟ้องคดีทั้งหมดมีความชอบด้วยกฎหมาย ในการครอบครอง และใช้สอยประโยชน์ในที่ดิน ที่มีความขัดแย้งกับการพัฒนาการของกฎหมาย ซ้ำภาครัฐโดยหน่วยงานที่เป็นผู้ถูกฟ้องคดี เพิกเฉย และดำเนินการโดยมิชอบเรื่อยมาจนเป็นการสะสมบ่มปัญหามาตลอดระยะเวลาหลายปี

                    นายไสว กล่าวสรุปเนื้อหาใจความว่า การเตรียมคำร้อง และพยานหลักฐานในการยื่นฟ้อง เพื่อขอให้ศาลปกครองสูงสุดโปรดพิจารณาพิพากษา หรือคำสั่ง และบังคับผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 6 ดังนี้ ข้อ 1. ให้เพิกถอนพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าวังน้ำเขียว และป่าครบุรี ในท้องที่ ต.สะแกราช ต.วังน้ำเขียว อ.ปักธงชัย ฯ,ต.ครบุรี ต.จระเข้หิน ต.โคกกระชาย อ.ครบุรี ,ต.สระตะเคียน ต.โนนสมบูรณ์ อ.เสิงสาง ฯ ,ป่าแก่งดินสอ ป่าแก่งใหญ่ และป่าเขาสะโตน ในท้องที่ ต.บุพรหมณ์ ต.ทุ่งโพธิ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ พศ. 2524 บริเวณที่ดินเป็นอุทยานแห่งชาติ ตามแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกาฉบับดังกล่าว ที่ตั้งอยู่ตำบลวังน้ำเขียว เฉพาะส่วนบริเวณที่ดินที่เป็นที่ตั้งเขตการปกครองของ อบต.ไทยสามัคคี ในหมู่ที่ 1 -หมู่ที่ 11 อ.วังน้ำเขียว นครราชสีมา เนื้อที่โดยประมาณ 21,135 ไร่

                     อีกทั้ง ที่อสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัย และครองชีพโดยการครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินทำกินด้านการเกษตรกรรมโดยชอบด้วยกฎหมาย ตามแนวกรอบบริเวณที่ดินตามรูปแผนที่ตามเอกสารหมายเลข 12 และภาพถ่ายหลักปักหมายเขตที่ดินดังกล่าวไว้ เพื่อกันออกจากเขตที่ดินอุทยานแห่งชาติเสร็จเรียบร้อยไว้แล้ว ตามคำสั่งของกรมป่าไม้ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ที่ 1145/2537 ลงวันที่ 16 กค. 2537 ซึ่งคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 รมว.ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 5 รวมทั้งคณะรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 6 ได้มีมติ ครม.เมื่อวันที่ 22 เมย. 2540 ที่ให้ความเห็นชอบกันพื้นที่ส่วนดังกล่าว ออกจากอุทยานแห่งชาติทับลานแล้ว ข้อ 2.เนื่องจากการดำเนินการเพิกถอนเขตอุทยานแห่งชาติบางส่วนตามคำขอท้ายฟ้องข้อ 1. ผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 6 ได้ละเลยต่อหน้าที่ที่กำหมายกำหนดให้ต้องปฎิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร จนเวลาล่วงเลยมาร่วม 14 ปี ขอศาลปกครองสูงสุดได้โปรดมีคำพิพากษา หรือคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 6 ดำเนินการเพิกถอนสภาพการเป็นอุทยานแห่งชาติของพื้นที่ตามฟ้องดังกล่าวออกไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้เสร็จสิ้นภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษา หรือคำสั่งถึงที่สุดเป็นต้นไป

                    อย่างไรก็ตาม หากผู้ถูกฟ้องทั้งหมดไม่ดำเนินการให้แล้วเสร็จตามกำหนด ของให้ศาลฯ ดำเนินการประกาศผลคำพิพากษาในราชกิจจานุเบกษา และให้ประกาศดังกล่าวมีผลเป็นการเพิกถอนกฎ หรือเพิกถอนพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินบางส่วนที่เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ ที่ออกไปโดยไม่ชอบด้วย รัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พศ.2504 ดังกล่าวนั้นด้วย ข้อ 3.ขอให้ศาล ฯ ได้โปรดมีคำสั่งให้คุ้มครองชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาคดีของศาล น จนกว่าคดีจะถึงที่สุด โดยให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 6 ระงับการปฏิบัติการใดๆ ทั้งโดยอาศัยการใช้กฎ หรือคำสั่ง หรือการกระทำอื่นใดในพื้นที่พิพาท ตามพระราชกฤษฎีกาที่กล่าวในคำฟ้องข้อที่ 1 ไว้ก่อนชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา หรือมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

                    ด้านนายธราวุธ  กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างการเตรียมการรวบรวมเอกสาร หลักฐานต่างๆ ให้สมบูรณ์ที่สุด แล้วจะดำเนินการยื่นต่อศาลปกครองสูงสุดภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งยังไม่สามารถกำหนดได้จะยื่นวันไหน เนื่องจากปัญหาอุทกภัยส่งผลให้ศาลปกครองสูงสุดต้องระงับการทำการชั่วคราว หากทุกฝ่ายมีความพร้อม สภาทนายความ ฯ จะดำเนินการทันที