
'ปชป.'ชี้ใช้ข้อมูลจริงซักฟอก'ประชา'
'วิรัตน์' เชื่อ 'รัฐ' ใช้โพลดิสเครดิต'ฝ่ายค้าน' อ้างไม่ถึงเวลาซักฟอก ย้ำใช้ข้อมูลจริง-ไม่คิดชั่วตัดต่อคลิป ชี้'ยิ่งลักษณ์' ปัดความรับผิดชอบยาก แขวะตั้งคกก.ดูแลน้ำมาอีกกี่ชุดก็เหลว
26 พ.ย.54 นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฏหมาย และเป็นหนึ่งในผู้ที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรมในฐานะ ผอ.ศปภ. กล่าวถึงกรณีที่สวนดุสิตโพลระบุว่า ประชาชนไม่สนใจการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน เนื่องจากเห็นว่ายังไม่ถึงเวลา แต่อยากให้แก้ปัญหาอุทกภัยมากกว่าว่า เป็นการบริหารสื่อของรัฐบาล เพื่อดิสเครดิตว่าฝ่ายค้านทำเรื่องนี้ในจังหวะที่ไม่เหมาะสม ควรจะไปทำเรื่องน้ำท่วมดีกว่า ความจริงแล้วเรื่องน้ำท่วมฝ่ายค้านทำเต็มที่ และถึงมือชาวบ้าน โดยเฉพาะครัวชาวใต้ผลิดได้ 1.5 แสนกล่องต่อวันและถึงมือประชาชน แต่ตามตัวเลขของรัฐบาลที่บอกว่าผลิตข้าวกล่องไม่รู้กี่แสนกล่อง แต่ชาวบ้านที่น้ำท่วมไม่ได้กินเลย ก็แปลว่า ชาวบ้านไม่ได้กินเลยหรือกระจายให้กับสีเสื้อพวกเดียวกันเอง เพราะถ้าถามว่าใครดูแลประชาชนและถึงมือประชาชน คนที่ถูกน้ำท่วมจะตอบได้ดีว่าใครที่มีจิตอาสา ทั้งที่เราไม่มีกลไกรัฐอยู่ในมือ ดังนั้นประเด็นเรื่องสื่อดังกล่าวเป็นเรื่องการบริหารจัดการ ซึ่งกระบวนการตั้งคำถามนั้นทำได้และบิดประเด็นให้ออกมา จำนวนเท่านั้นเท่านี้
“เราจะอภิปรายเฉพาะที่เป็นความจริง เพราะการอภิปราย คือการประหารชีวิตทางการเมือง และครั้งนี้จะเป็นการพูดความจริงไม่พูดเท็จหรือตัดต่อคลิป เหมือนที่อดีตนายกฯอภิสิทธิ์เคยโดนมาแล้ว เราไม่เลวร้ายเราไม่คิดชั่วอย่างนั้น ซึ่งข้อมูลหลักฐานต่าง ๆ ก็จะได้ดูในวันอาทิตย์นี้ ผู้อภิปรายหลายคนก็ลงพื้นที่หาข้อมูลเพิ่มเติมรวมทั้งผมด้วยก็เห็นชัด สิ่งที่เราคาดว่าน่าจะเป็นอย่างนั้นก็เป็นไปตามคาด และในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเราจะไปพูดตามความรู้สึกไม่ได้ เราพูดแบบวาทะกรรมให้สนุกสนานปากไม่ได้ แต่พยานหลักฐานต้องครบ อย่างนั้นผู้ถูกอภิปรายไม่เป็นไร แต่ผู้ที่อภิปรายจะเดือดร้อนเอง การอภิปรายคราวนี้ไม่เยิ่นเย้อ สามารถชี้ให้เห็นถึงการทุจริต ไร้ประสิทธิภาพ รู้เห็นเป็นใจให้เกิดการทุจริต รู้เห็นเป็นใจให้ผู้ที่คิดไม่ซื่อหาประโยชน์ส่วนตนอย่างมากมายมหาศาล และความเสียหายครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 1.4 ล้านล้านบาท ซึ่งเกินกว่าครึ่งหนึ่งของงบประมาณประเทศ ดังนั้นนายกรัฐมนตรีก็คงปฏิเสธความรับผิดชอบได้ยากมาก จะตั้งกรรมการขึ้นมาอีกกี่ชุดก็ช่วยไม่ได้ เพราะการตัดสินใจสุดท้ายอยู่ที่นายกฯ” นายวิรัตน์ กล่าว
ยังไม่รู้ว่าตนเองถูกจัดวางให้เป็นผู้อภิปรายในลำดับใด แต่ส่วนตัวมั่นใจมากว่า จากข้อมูล เอกสารและหลักฐานที่จะใช้ในการอภิปรายฯครั้งนี้ เป็นของจริงทั้งหมดที่มีอยู่ จะสามารถเปิดแผลแสดงให้ประชาชนเห็นถึงการบริหารจัดการระบบงานที่ล้มเหลวและผิดพลาด อย่างไม่น่าให้อภัยของผอ.ศปภ.ได้ และจะมีผลต่อการเก็บรวบรวมหลักฐาน ในการตรวจสอบและสอบสวนของ คณะกรรมการป้องกันและปรามปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ด้วย อย่างไรก็ตาม ฝ่ายค้านมีเสียงในสภาน้อยกว่า จึงไม่ได้คาดหวังว่า หลังการอภิปรายฯแล้วจะได้รับชัยชนะ แต่ต้องการให้ข้อมูล ข้อเท็จจริงเพื่อเปิดหูเปิดตาประชาชน ให้ได้รับรู้ข้อมูลที่เป็นความจริง ซึ่งทั้งหมดมีผลเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบในการตัดสินใจมากกว่า เพราะรู้อยู่แล้วว่า เสียงของรัฐบาลมีมาก และคงยกมือไว้วางใจให้ พล.ต.อ.ประชา อยู่ดี ส่วนจะมีผลอย่างไรตามาหรือไม่นั้น ก็อยู่ที่พรรคเพื่อไทยเองและเสียงของคนในสังคมว่าเห็นอย่างไร เรามุ่งเน้นเสนอข้อมูล ข้อเท็จจริงความล้มเหลว สิ่งผิดกฎหมาย และการทุจริตต่าง ๆ เป็นหลัก
'สาทิตย์'ซัด'ประชา'อย่าบิดเบือนเหตุขรก.วิ่งแจง.งบ
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ หนึ่งในผู้อภิปรายไม่ไว้วางใจพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ที่กังวลอยู่ในเวลานี้ คือการที่ส.ส.รัฐบาลจะใช้สิทธิ์พาดพิง ซึ่งมีหลายคนที่เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ก็อยากให้นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กำหนดกรอบเรื่องนี้ให้ชัดเจนไม่อย่างนั้นจะเสียเวลามาก เพราะท่านหลายมาตรฐาน ครั้งนี้มีการถ่ายทอดสดก็ควรที่จะควบคุมสถานการณ์ให้ดี ส่วนเนื้อหาการอภิปรายเราให้น้ำหนักเท่ากันหมด ทั้งการบริหารทุจริตผิดพลาดมีที่มาที่ไปเดียวกัน เอกสารทุกอย่างจะเป็นเอกสารทางราชการ และส่วนหนึ่งที่เราส่งทีมงานไปติดตามในพื้นที่ต่างๆก็ได้เก็บรวบรวมมา ซึ่งพรรคคิดว่าประชาชนควรได้รับรู้ที่ พล.ต.อ.ประชา จะปฏิเสธความรับผิดไม่ได้และเมื่ออภิปรายฯจบแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ควรตัดสินใจในตัวพล.ต.อ.ประชา เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของคน
“ฝ่ายค้านชัดเจนว่ายื่นอภิปรายใครก็อภิปรายคนนั้น ดังนั้นรัฐบาลไม่ต้องไปกลัว แต่คุณยิ่งลักษณ์ต้องรับผิดชอบเต็มๆ อยู่แล้วในฐานะเซ็นคำสั่งตั้งพล.ต.อ.ประชา แต่ความรับผิดชอบของคุณยิ่งลักษณ์ จะมาหลังจากอภิปราย พล.ต.อ.ประชา ว่าจะตัดสินใจอย่างไร แต่ที่กังวลคือ พล.ต.อ.ประชาออกมาระบุซึ่งเป็นการบิดเบือนประเด็นว่า ตอนนี้ไม่ได้ทำงานช่วยน้ำท่วมเลย เพราะข้าราชการต้องไปชี้แจงกรรมาธิการหมด ทำให้คนเข้าใจผิดว่ากรรมาธิการของสภา เรียกข้าราชการไปทั้งหมดในศปภ.หรืออย่างไร เรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับกรรมาธิการด้วย เพราะกรรมาธิการสอบเฉพาะเรื่องถุงยังชีพ ก็จะเรียกเฉพาะคนที่เกี่ยวข้องกับถุงยังชีพไปชี้แจง แต่เห็นว่า พล.ต.อ.ประชา มีอำนาจสั่งได้ตั้งแต่กองทัพ กรมทุกกรม 12 กระทรวงที่พล.ต.อ.ประชาพูดมีตั้ง 20-30 กรม เขาไม่ได้เรียกไปด้วย ดังนั้นอย่ามาตำหนิสภาฯว่ากรรมาธิการเรียกไปแล้วไม่มีใครไปช่วยเรื่องน้ำท่วม ความจริงท่านทำงานเรื่องน้ำท่วมมา 49 วันแล้ว ในฐานะผอ.ศปภ. เพราะฉะนั้นอย่าไปบิดเบือน เพราะเรื่องล้มเหลวเป็นความรับผิดชอบของท่าน” นายสาทิตย์ กล่าว
ส่วนเวลาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น นายสาทิตย์ กล่าวว่า ญัตติในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ฝ่ายค้านจะอภิปรายฝ่ายเดียว ส่วนการชี้แจงก็จะเป็นเรื่อง พล.ต.อ.ประชาคนเดียว ดังนั้นจึงไม่มีการจัดสรรเวลากรอบเวลาต้องแล้วเสร็จก่อน 24 น. เพื่อลงมติวันถัดไป ดังนั้นรัฐบาลก็ไม่ควรทำให้เสียเวลา ตนก็คิดว่าตั้งทีมไว้เยอะแยะมาก ซึ่งไม่จำเป็นเพราะเราจะใช้เวลาให้กระชับและสั้นที่สุด



