ข่าว

ล่องใต้ตามอ.อ.ป.ดูงาน'สวนป่า'

ล่องใต้ตามอ.อ.ป.ดูงาน'สวนป่า'

27 พ.ย. 2554

ท่องโลกเกษตร : ล่องใต้ตามอ.อ.ป.ดูงาน'สวนป่า'จากสวนสินปุนสู่ป่ากาญจนดิษฐ์ โดย...สุรัตน์ อัตตะ

                    แม้การอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของประเทศชาติให้คงอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน จะเป็นหัวใจในการทำงานขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) แต่การสร้างแนวร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ ด้วยการส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนเพื่อให้พวกเขามีสภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นนั้นก็เป็นเป้าหลักสำคัญในการให้คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน

                    "ท่องโลกเกษตร" อาทิตย์นี้ล่องใต้สู่เมืองคนดี ตามคณะผู้บริหารองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) หน่วยงานรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำโดย ชัยภัฏ สมบูรณ์ดำรงกุล รักษาการผู้อำนวยการอ.อ.ป.ดูภารกิจการทำงานของ "สวนป่าสินปุน" ต.สินเจริญ อ.พระแสง และ "สวนป่ากาญจนดิษฐ์" ต.ปากแพรก อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี

                    กลางเดือนพฤศจิกายน สุราษฎร์ย่างเข้าสู่ช่วงมรสุม ฝนเริ่มโปรยเม็ดแต่เช้าตรู่ ระยะทางกว่า 110 กิโลเมตรจากตัวเมืองสุราษฎร์ถึงสวนป่าสินปุน เราใช้เวลาเดินทางเกือบ 2 ชั่วโมง ตามเส้นทางที่คดเคี้ยวสองข้างทางเต็มไปด้วยสวนยางพารา หลังถึงที่ทำการสวนป่าสินปุน จากนั้นฟังบรรยายสรุปภารกิจของงานจากหัวหน้าสวนป่า "คีรี เถือนเหมือน" และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ก่อนลงพื้นที่ดูงานตามจุดต่างๆ 

                    คีรีย้อนอดีตให้ฟังว่า สินปุนเป็นสวนป่าขนาดเล็ก ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1,726 ไร่เศษ โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินการปลูกสร้างสวนป่าเมื่อปี 2521 ซึ่งในขณะนั้นเป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม โดยเริ่มจากปลูกไม้เศรษฐกิจพันธุ์ต่างๆ ก่อนจะเปลี่ยนมาปลูกยางพาราในปี 2523 จนถึงปัจจุบัน เนื่องจากเป็นไม้เศรษฐกิจที่สามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ด้วย

                    ปัจจุบันสวนป่าสินปุนได้ดำเนินการเก็บเกี่ยวผลผลิตน้ำยางพาราสด โดยแบ่งพื้นที่กรีดยางเป็น 76 เบอร์กรีด เป็นแปลงโครงการปลูกป่าเพื่อพัฒนาชนบท 22 เบอร์กรีด ดำเนินการโดยชาวบ้านในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการปลูกป่า ส่วนที่เหลือ 54 เบอร์กรีดเป็นสมาชิกหมู่บ้านป่าไม้และชาวบ้านในท้องถิ่นมาเป็นแรงงานรับจ้างกรีดเป็นส่วนใหญ่

                    "การดำเนินงานจะยึดหลัก 3 ประการตามนโยบายของอ.อ.ป.คือไม่มีของเหลือใช้ การพัฒนาอย่างยั่งยืนและการจัดการสวนป่าอย่างยั่งยืน ซึ่งประกอบไปด้วยมิติทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม เราจะให้ความสำคัญกับคน กับชุมชนเป็นอันดับแรก คนกับสวนป่าจะต้องอยู่ร่วมกัน ถ้าชาวบ้านอยู่ได้ เราก็อยู่ได้ ฉะนั้นเรื่องอาชีพและรายได้เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จึงมีความสำคัญมากสำหรับพวกเขา" หัวหน้าสวนป่าสินปุนสรุปทิ้งท้าย ก่อนพาลงพื้นที่ดูกิจกรรมของสวนป่า

                     จุดแรกที่ไปดูเป็นกระบวนการผลิตปุ๋ยชีวภาพจากเศษทะลายปาล์ม ซึ่งเป็นวัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นเพื่อทดแทนปุ๋ยเคมีที่นับวันมีราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ วิธีการนี้เป็นแนวคิดของ ลุงบำรุง หนูด้วง แกนนำเครือข่ายสมาชิกหมู่บ้านป่าไม้ โดยนำเศษทะลายปาล์มเหลือใช้จากโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มมาใส่ระหว่างร่องยางในสวน แล้วทิ้งไว้ประมาณ 3 เดือนเศษทะลายปาล์มเหล่านี้จะย่อยสลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพสำหรับยางพาราต่อไป

                    "ระหว่างที่เศษทะลายปาล์มย่อยสลายเป็นปุ๋ยก็จะมีเห็ดชนิดต่างๆ อย่างน้อย 3 ชนิดงอกขึ้นมาชาวบ้านก็จะมาเก็บ บางคนก็นำไปประกอบเป็นอาหาร บางคนก็เก็บไปขายมีรายได้อีกทางหนึ่งด้วย" ลุงบำรุงเผย

                    จากนั้นทั้งหมดก็เดินทางไปดูเทคโนโลยีเพิ่มผลผลิตน้ำยางด้วยการทำร่มกันฝนสำหรับยางพาราที่ทำการเปิดกรีดเพื่อป้องกันฝนตกใส่น้ำยาง ขณะทำการกรีด ทำให้สามารถกรีดยางขณะฝนตกได้เป็นอย่างดี โดยร่มกันฝนนี้มีต้นทุนเพียงแค่ 32 บาทเท่านั้น จากนั้นจึงเดินทางไปดูเทคโนโลยีเพิ่มน้ำยางด้วย แก๊สเอทธิลีนสามารถเพื่อเพิ่มผลผลิตน้ำยางให้สูงขึ้นกว่าการกรีดปกติ โดยจะเน้นต้นยางพาราที่อายุมากและเตรียมการโค่นล้มในอีก 2-3 ปีข้างหน้า

                    เราใช้เวลาพอสมควรในการตระเวนดูกิจกรรมตามจุดต่างๆ จากนั้นก็มาอิ่มอร่อยมื้อกลางวันด้วยอาหารปักษ์ใต้ในหลากหลายเมนู จากฝีมือชาวบ้านที่ร่วมกันปรุงมาให้รับประทานอย่างสุดฝีมือ ก่อนที่จะอำลาสวนป่าสินปุนเพื่อมุ่งสู่ที่หมายต่อไปคือสวนป่ากาญจนดิษฐ์ ต.ปากแพรก อ.ดอนสัก แหล่งผลิตกล้าพันธุ์ยางพาราของอ.อ.ป.ส่งให้กับสวนป่าทั่วประเทศ

                    ปัจจุบันสวนป่ากาญจนดิษฐ์ มี "ดลใจ บุญทอง" รั้งตำแหน่งหัวหน้า ครอบคลุมพื้นที่กว่า 5,618 ไร่ ประกอบด้วยไม้เศรษฐกิจหลากหลายสายพันธุ์ได้แก่ กระถินณรงค์ ทุ้งฟ้า ยูคาฯ ตำเสา หลุมพอและยางพารา โดยมีพื้นที่ปลูกยางพาราจำนวน 2,759 ไร่และสามารถเปิดกรีดได้แล้วจำนวน 1,746 ไร่ อีกทั้งยังเป็นแหล่งผลิตกล้ายางพาราตาเขียวของอ.อ.ป.ใหญ่ที่สุดเพื่อส่งให้สวนป่าทั่วประเทศนำไปปลูกต่อไป

                    "ในปี 2554 เรามีเป้าหมายผลิตกล้ายางตาเขียวจำนวน 1 แสนกล้า จากกล้ายางพันธุ์ดี 3 สายพันธุ์คือ พีบี 235 พีบี 251 และอาร์อาร์ไอเอ็ม 600 รวมเป็นเงิน 289,200 บาท โดยจะผลิตกล้ายางให้สวนป่าอย่างเดียว คาดว่าจะสามารถผลิตได้ตามเป้าและทันต่อฤดูกาลเพาะปลูกแน่นอน บางสวนก็จะติดตาในแปลง ซึ่งจะเริ่มที่สวนป่าทุ่งตะโกเป็นสวนแรก" ดลใจกล่าวอย่างมั่นใจ 

                    นับเป็นก้าวสำคัญขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ในการเสริมความแกร่งภารกิจสวนป่าทั้งด้านรายได้และการส่งเสริมอาชีพให้คนในชุมชนรอบป่า อันจะนำมาสู่ความร่วมแรงร่วมใจในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ให้คงอยู่อย่างยั่งยืนสืบไป

---------------------------
(ท่องโลกเกษตร : ล่องใต้ตามอ.อ.ป.ดูงาน'สวนป่า'จากสวนสินปุนสู่ป่ากาญจนดิษฐ์ โดย...สุรัตน์ อัตตะ)