ข่าว

นายกเล็งรื้อบิ๊กแบ็กปรับระบายน้ำกทม.

นายกเล็งรื้อบิ๊กแบ็กปรับระบายน้ำกทม.

26 พ.ย. 2554

นายกฯ เล็งรื้อ-วาง บิ๊กแบ็กใหม่ ปรับการระบายน้ำ เผยห่วงภาคใต้ สั่ง มท.เฝ้าระวังสงขลา ย้ำ รัฐบาลจัดงาน 5 ธ.ค.สมพระเกียรติ ระบุ ถกอาเซียนสำเร็จ มีข่าวดี อินโดฯ ยอมซื้อข้าวไทย 1 ล้านตัน

          น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน" ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้ว่า หลายจังหวัด รวมถึง พื้นที่ กรุงเทพมหานคร บางส่วน เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว โดยทางเหนือ น้ำลดลงต่อเนื่อง หลังจากกรมชลประทาน พยายามสูบน้ำระบายน้ำสู่เจ้าพระยา ออกทางคลองรังสิตประยูรศักดิ์ รวมถึงติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่ต่าง ๆ เพิ่มขึ้น

          ทั้งนี้ ได้สั่งการให้มีการประสานงานกัน ระหว่าง ผู้ว่าฯกทม. และจังหวัดปริมณฑล ในการหาทางระบายน้ำออกโดยเร็วที่สุด และไม่ให้กระทบกับประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งจากการหารือพบว่า อาจจะมีการรื้อแนวบิ๊กแบ็ก บางส่วน บางพื้นที่ออก เพื่อให้น้ำระบายไปได้รวดเร็วขึ้นด้วย

          น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังแสดงความเป็นห่วง พี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ตั้งแต่ จ.สุราษฏร์ธานี, นครศรีธรรมราช, สงขลา, พัทลุง, ปัตตานี ยะลา และ นราธิวาส เพราะมีมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพาดผ่าน ทำให้มีฝนตกหนัก รวมถึงคาดว่า น้ำฝนจากประเทศมาเลเซีย จะมากกว่าปีก่อนถึง 40% และทำให้ จ.สงขลา เกิดความเสี่ยงมากขึ้น โดยเฉพาะ อ.สะเดา

          ทั้งนี้ ได้สั่งการให้จับตาพื้นที่ดังกล่าวเป็นพิเศษแล้ว และส่ง พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี และ นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น รัฐมนตรีช่วยฯสาธารณสุข มาดูแลประชาชนด้วย

          ส่วนแนวทางการแก้ปัญหาน้ำแบบถาวรนั้น ได้มีการประชุม กยน. แล้ว และมีมติร่วมกัน ตั้งอนุกรรมการขึ้นมา 2 ชุด บริหารจัดการน้ำเร่งด่วนมี นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา เป็นประธาน และอีกชุด จัดการน้ำอย่างยั่งยืน มี นายกิจจา ผลภาษี เป็นประธาน และจะมีการเชิญ องค์กรระหว่างประเทศ มาแนะนำ เช่น เนเธอร์แลนด์แลนด์ และไจก้า เข้ามา จะมีการเริ่มสำรวจ ศึกษาข้อเท็จจริง ปัญหาต่าง ๆ ทำภายใน 1-3 เดือน

          นายกฯ ยังกล่าวขอบคุณจดหมายให้กำลังใจและข้อแนะนำเรื่องแก้ปัญหาน้ำท่วม โดยยกตัวอย่างจดหมายของแฟนรายการ จาก จ.สมุทรปราการ มาอ่านให้ฟังด้วย  

 

ย้ำ จัดงาน 5 ธ.ค. ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ

          น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวด้วยว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางรัฐบาลได้มีการเตรียมความพร้อมในการจัดงานเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างยิ่งใหญ่ และสมเกียรติ พร้อมกับเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าร่วมกันแสดงออกมในความจงรักภักดี ในวันที่ 5 ธ.ค.นี้

          น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีโอกาส นำแจกันดอกไม้ไปทูลเกล้าฯ ถวายเยี่ยมพระอาการประชวร ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีผู้เเทนพระองค์รับมอบ ที่โรงพยาบาลศิริราช 

          นอกจากนี้ ยังได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังซุก และพระราชินี แห่งภูฏานด้วย ซึ่งในโอกาสมหามงคล 5 ธ.ค.นี้ ก็พระราชทานโอกาส ให้มีการอันเชิญพระเขี้ยวแก้วจากภูฏาน มาให้ประชาชนชาวไทยสักการะด้วย

 

เผยอินโดฯซื้อข้าวไทย1ล้านตัน

          นายกฯ ยังกล่าวถึงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 19 ที่ประเทศอินโดนีเซียว่า ได้หารือร่วมกับ ผู้นำประเทศต่าง ๆ หลายประเทศในกลุ่มอาเซียนฯ อาทิ อินโดนีเซีย,จีน,ญี่ปุ่น ฯลฯ โดยที่ประชุมได้ชื่นชม และขานรับข้อเสนอ เกี่ยวกับปัญหาภัยพิบัติของประเทศไทย ต่างเห็นร่วมกันว่า จะให้ความร่วมมือในระดับทวิภาคีและภูมิภาค เพื่อแก้ปัญหาร่วมกันต่อไป

          ทั้งนี้ มีข่าวดีหลังจากได้หารือกับ ผู้นำอินโดนีเซีย โดยทางอินโดนีเซีย ได้ตอบรับที่จะซื้อข้าวไทยแล้วจำนวน 1 ล้านตัน ส่วนประเทศจีน ให้ความสนใจซื้อสินค้าเกษตรของไทยเช่นกัน เช่น ข้าว,ยางพารา,ผลไม้ เป็นต้น

          นอกจากนี้ ยังได้หารือกับ นายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับความร่วมมือทางการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา และทั้ง 2 ประเทศ ต่างมีทิศทางที่ดี คาดว่า จะกำหนดทิศทางการทำงานร่วมกันในเร็ว ๆ นี้ ให้มีความชัดเจนได้  ซึ่งนักลงทุนต่างประเทศ ต่างให้ความสนใจที่จะลงทุนในประเทศไทยด้วย รวมถึง การหารือผู้นำประเทศออสเตรเลีย เพื่อเพิ่มมูลค่าทางการค้าเพิ่มขึ้น จากเดิมที่ไทยได้ดุลทางการค้าอยู่แล้วด้วย

 

บางกรวยน้ำลด-ทางไปบางบัวทองยังท่วม

          ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำ ในพื้นที่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรีว่า ล่าสุดที่ ถ.นครอินทร์ ระดับน้ำ ลดลง แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในช่องทางการจราจรช่องซ้าย ซึ่งบางช่วงระดับน้ำประมาณ 10 ซ.ม. ส่วนถนนที่จะมุ่งหน้าไป อ.บางบัวทอง ช่วงใต้สะพานกลับรถ มีน้ำท่วมขังสูง ประมาณ 40 - 50 ซ.ม. รถเล็ก ยังไม่สามารถสัญจรไปได้

          ทั้งนี้ จุดที่น้ำท่วมขังขณะนี้ น้ำเป็นสีดำ และมีตะไคร่น้ำเกาะตามพื้นถนน อย่างไรก็ตาม มีรถบรรทุกของกองทัพบก มาให้บริการรับส่งประชาชนเข้าออก แต่ในบางพื้นที่ที่น้ำลดลง พบว่า มีกองขยะและเศษไม้จำนวนมาก ซึ่งยังไม่มีเจ้าหน้าที่ หรือชาวบ้านมาทำความสะอาด

 

รังสิต น้ำลดลง แต่ยังสูงกว่า 1 เมตร

          สำหรับสถานการณ์บนถนนรังสิต ปทุมธานี ขณะนี้ ระดับน้ำยังสูง อยู่ที่ 40 - 50 ซ.ม. ซึ่งแม้ว่า น้ำจะลดระดับลงบ้างแล้วก็ตาม แต่ภายในซอย บางจุดน้ำยังสูงถึงระดับเข่า ประมาณ 60 ซ.ม. ขณะที่ ภายในหมู่บ้านรัตนโกสินทร์ 200 ปี น้ำยังสูงกว่า 1 เมตร

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความเป็นอยู่ของประชาชนในย่านนี้ ค่อนข้างลำบาก ต้องเดินทางด้วยรถกระบะยกสูง รถบรรทุกของทหาร หรือเรือเท่านั้น

          ทั้งนี้ จากการสังเกต พบว่า ลักษณะของน้ำในขณะนี้ ส่งกลิ่นเน่าเหม็นมาก และมีสีดำคล้ำ เนื่องจากบริเวณนี้ น้ำได้ไหลเข้าท่วมขัง ตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งกินเวลานานกว่า 1 เดือนแล้ว

 

คลองมหาสวัสดิ์ น้ำต่ำกว่าคันกั้นของกทม. แค่ 20 ซ.ม.

          ด้านสถานการณ์ระดับน้ำ ในคลองมหาสวัสดิ์ ในช่วงเช้าวันที่ 26 พ.ย.54 ระดับน้ำยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ระดับน้ำต่ำกว่าคันกั้นน้ำของทางฝั่งกรุงเทพมหานคร เพียง 20 ซ.ม. เท่านั้น

          ทั้งนี้ ระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นนั้น เกิดจากการเปิดประตูระบายน้ำฉิมพลี เพิ่มขึ้นเป็น 1 เมตร เพื่อเร่งช่วยระบายน้ำออก จ.นนทบุรี ทั้ง อ.บางใหญ่ และ บางกรวย โดยเร่งระบายลงฝั่งต้นคลองที่ระบายออกบริเวณคลองทวีวัฒนาและฝั่งท้ายคลองที่ระบายออกทางคลองบางกอกน้อย

          อย่างไรก็ตาม การเปิดประตูระบายน้ำเป็น 1 เมตร ทั้ง 2 ฝั่งนั้น ทำให้ระดับน้ำที่ จ.นนทบุรี ทั้ง อ.บางกรวย และ อ.บางใหญ่ เริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด

อุตุฯเตือน ภาคใต้ยังมีฝนตกหนักบางพื้นที่

          วันเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานลักษณะอากาศทั่วไป มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังค่อนข้างแรง ที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง ยังคงทำให้ภาคใต้ฝั่งตะวันออกตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานี ลงไป มีฝนตกอยู่ในเกณฑ์กระจายถึงเกือบทั่วไปและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

          ส่วนคลื่นลมในอ่าวไทย มีกำลังอ่อนลง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือในระยะนี้

          อนึ่ง บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนยังคงปกคลุมประเทศไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวอากาศหนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง และอุณหภูมิจะลดลงอีก 1-2 องศา กับมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นได้ในบริเวณภูเขาสูงของภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 26-28 พ.ย. 2554

          ภาคเหนือ ทางตอนบนสุดของภาค อากาศหนาว โดยอุณหภูมิจะลดลงอีก 1-2 องศา สำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-11 องศา และมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็น และอุณหภูมิจะลดลงอีก 1-2 องศา

          ภาคกลาง อากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลงอีกเล็กน้อย

          ภาคตะวันออก อากาศเย็น และอุณหภูมิจะลดลงอีกเล็กน้อย

          ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) จังหวัดชุมพรขึ้นมา มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล

          กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศเย็นในตอนเช้า โดยอุณหภูมิจะลดลงอีกเล็กน้อย