ข่าว

3in1...'ไม้วัดไฟรั่ว'

3in1...'ไม้วัดไฟรั่ว'

26 พ.ย. 2554

3in1...'ไม้วัดไฟรั่ว' :สารพันตำรวจ โดย พัฐอร พิจารณ์โสภณ

         น้ำท่วมนี้ ตำรวจไทยหัดทำอะไรได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น การพายเรือ ขับเรือ ล่าสุดต้องมาหัด ทำไม้วัดไฟรั่ว เพื่อช่วยป้องกันความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยเมื่อถึงเวลาต้องกลับเข้าบ้านแล้ว พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วย ผบ.ตร. จึงชักชวนเหล่าบรรดา "นักวิทยาศาสตร์" ในสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เข้าคอร์สภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เกี่ยวกับ "ไม้วัดกระแสไฟฟ้ารั่ว" ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (บางมด) เพื่อนำความรู้มาประดิษฐ์ไม้วัดไฟรั่วแจกจ่ายแก่ตำรวจในการช่วยเหลือประชาชน เพื่อพาประชาชนกลับบ้านอย่างปลอดภัยตามแนวคิดของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.
                
          "ยุทธศักดิ์ รุ่งเรืองพลางกูร” อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (บางมด) เปิดห้องเรียนติวเข้มถึงหลักการทำงาน "ไม้วัดกระแสไฟฟ้ารั่ว" ว่า  มีหลักการแบบง่ายๆ เหมือนกับการทำงานของ “ไขควงวัดกระแสไฟฟ้า” แต่ไขควงไม่เหมาะที่จะใช้ในน้ำ ต้องหาวัสดุที่มีความเหมาะสม ที่จะนำมาติดกับต้านทานและหลอด ซึ่งเมื่อพบกระแสไฟรั่วก็ไฟจะวิ่งจากข้างล่างขึ้นมาข้างบน ผ่านหลอดไฟตัวต้านทานผ่านตัวเราลงดิน ถ้าหลอดไฟสว่างแสดงว่ามีไฟรั่ว
   
          เมื่อได้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับหลักการแล้ว พล.ต.ท.จรัมพร บอกว่า การนำไปใช้งานจริง ไม้วัดไฟรั่วของตำรวจต้องเสริมเขี้ยวเล็บให้ใช้งานมากกว่าการวัดไฟฟ้ารั่วทั่วๆ ไป ด้วยการเสริมตะขอลวดเหล็กที่ส่วนปลาย เพื่อใช้เกี่ยวเพื่อลากคนที่ถูกไฟดูด นำมากู้ชีวิต หรือใช้เขี่ย สายไฟฟ้า หรือสัตว์มีพิษ นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มการเขียนสเกลวัดระยะ เพื่อไว้ใช้วัดระยะและวัดระดับน้ำได้อีกด้วย เรียกว่า ใช้ประโยชน์แบบทรี-อิน-วัน (3 in 1)
   
          หลังจากที่ให้ตำรวจวิทยาศาสตร์กว่า 10 คนไปติวเข้มในช่วงเช้า พอถึงช่วงบ่ายก็ได้เวลาฝึกปรือฝีมือการทำ "ไม้วัดกระแสไฟฟ้ารั่ว เวอร์ชั่นตำรวจ" ด้วยการเริ่มจากการนำท่อพีวีซี ความยาว 2 เมตร มาเติมเขี้ยวเล็บก่อนโดยการนำลวดที่มีความแข็งมาตัดให้ได้ขนาดประมาณ 8 นิ้ว ก่อนจะนำท่อพีวีซี มาเจาะแล้วเกี่ยวลวดเข้าไปก่อนพันลวดให้ติดอยู่กับท่อแล้วใช้เทปกาวสีแดงพันไว้ ก่อนจะเจาะท่อพีวีซีอีกฝั่งหนึ่งแล้วนำหลอดไฟนีออนที่ประกอบเรียบร้อยแล้วร้อยสายลงท่อ ซึ่งด้านจับจะพันไว้ด้วยสีเขียวว่า "ปลอดภัย" เพียงไม่นาน ไม้วัดไฟรั่วหลายชิ้นก็เสร็จเรียบร้อย แต่ยังเหลือขั้นตอนทดสอบว่าใช้ได้จริงหรือไม่ 
   
          โดยการทดสอบ จะใช้ไม้วัดไฟรั่วจุ่มลงไปในน้ำบริเวณจุดที่สงสัยว่ามีไฟรั่ว และใช้มือจับจุดที่เป็นทองแดงด้านเทปกาวสีเขียวหากหลอดไฟสว่างแสดงว่ามีกระแสไฟฟ้ารั่ว ทั้งนี้ ผู้ตรวจสอบต้องยืนบนพื้นที่แห้ง ห้ามสัมผัสน้ำโดยเด็ดขาด แต่การทำงานของตำรวจต้องใส่บู๊ทลุยน้ำถ้าน้ำไม่เปียกเชื่อมถึงผิวหนังก็ไม่เป็นอันตราย เมื่อไม้วัดไฟรั่วปรากฏไฟสว่างเป็นอันว่า "ผ่านการทดสอบ" 
   
          ว่าแล้ว...พล.ต.ท.จรัมพร ใช้ "ไม้วัดกระแสไฟฟ้ารั่ว เวอร์ชั่นตำรวจ" จุ่มเข้าไปในปลั๊กไฟที่อยู่ในถังน้ำ เมื่อเช็กให้ชัวร์ว่ามีกระแสไฟก็มีการนำเอาไขควงวัดไฟมาเช็ก สัญญาณแจ้งเตือนว่ามีไฟรั่ว พล.ต.ท.จรัมพร ถึงกับปล่อยมุกว่า "ลองทดสอบ...แล้วตำแหน่งจะว่างไหม" (ฮา)
   
          นอกจากนี้ พล.ต.ท.จรัมพร แนะนำอีกว่า น้ำลดแล้วผู้ประสบภัยอย่าปล่อยทิ้งเวลานาน ก่อนที่จะตกเป็นเหยื่อของโจรที่เริ่มเดินทางสะดวกขึ้น และเมื่อกลับเข้ามาบ้านแล้ว ต้องสังเกตรอบๆ บริเวณรั้วบ้าน ร่องรอยกุญแจนั้นถูกตัดไหม บ้านถูกงัดไหม ดูเสร็จอย่าเพิ่งสัมผัสรั้วบ้าน เพราะเราอาจจะลืมตัดคัตเอาท์ไว้ อาจจะเกิดอันตรายได้ และอย่าเพิ่งรื้อค้นข้าวของเพราะอาจจะได้รับอันตรายจากสัตว์มีพิษกัดต่อยได้ ที่สำคัญต้องสังเกตว่า ภายในบ้านมีร่องรอยการถูกโจรกรรมหรือไม่ ถ้าพบว่าถูกโจรกรรมอย่าเพิ่งไปทำลายหลักฐานให้เรียกตำรวจเข้ามาตรวจสอบก่อน