ข่าว

พลังถีบจักรยานคนจน...สู้ศึกเลือกตั้งคองโก

พลังถีบจักรยานคนจน...สู้ศึกเลือกตั้งคองโก

27 พ.ย. 2554

เปิดโลกวันอาทิตย์ : พลังถีบจักรยานคนจน...สู้ศึกเลือกตั้งคองโก โดย...อุไรวรรณ นอร์มา

           20 ปีมาแล้ว ที่ อัลฟองเซ อเวนเซ มาเคียบา รับจ้างขนส่งทุกสิ่งอย่าง ไม่ว่าจะเป็นรับส่งพืชผลจากสวนจากไร่ จนถึงรับส่งผู้โดยสารด้วยรถจักรยานคู่ใจ อาชีพนี้เรียกกันในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกว่า โทเลคิสต์ (tolekist) หรือนักปั่นรับจ้าง ซึ่งมาจากคำภาษาถิ่น "ลิงกาลา" ว่า toleka หมายถึง ส่งต่อ
 
         แต่ในวันนี้ นักปั่นรับจ้างซอมซ่อ นุ่งยีนขาดๆ และรองเท้าเปิดอ้า กำลังกลายเป็นจุดสนใจของชาวเมืองคิซังกานี ทางตะวันออกของประเทศ หลังจากที่ได้ประกาศลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา ที่จะมีขึ้นในวันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายนนี้ ในนามอิสระ แม้ว่าพรรคการเมืองหลายพรรคพยายามเสนอสิ่งล่อใจทั้งเงินและรถให้มาลงสมัครในนามของพรรค           
 
       การเลือกตั้งในวันจันทร์นี้ จะเป็นครั้งแรกที่เป็นการเลือกตั้งประธานาธิบดีและสมาชิกรัฐสภาในวันเดียวกัน และเป็นการเลือกตั้งครั้งที่สองเท่านั้นในประเทศแห่งนี้นับจากเผชิญสงครามไม่หยุดหย่อน ช่วงปี 2539-2546 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายล้านคน

          เมื่อการรณรงค์หาเสียงเปิดฉากอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนที่แล้ว มาเคียบา หนุ่มโสดวัย 47 ปี ออกเดินสายเรียกคะแนนในแบบไม่เหมือนใคร

          ขณะที่คู่แข่งส่วนใหญ่แปะป้ายโปสเตอร์หาเสียงสีสันเตะตา และตระเวนหาเสียงบนรถพร้อมโทรโข่ง แต่มาเคียบาใช้พาหนะสองล้อจวนจะพัง ออกพบปะผู้โดยสารที่น่าจะลงคะแนนให้ พร้อมคำขวัญว่า พวกเขาจะไม่ถึงเป้าหมายแน่ หากไม่ยินยอมลงคะแนนให้ตน

         ข่าวการลงสมัครเลือกตั้งส.ส.ของเจ้าของจักรยานจนๆ คนหนึ่ง เรียกเสียงฮือฮาอย่างมาก เพราะมาเคียบา เป็นสองล้อรับจ้างคนแรกที่ลงชิงเก้าอี้ในสภาของประเทศนี้ ทั้งยังจะต้องฝ่าด่านผู้สมัคร 200 คน เพื่อชิง 1 ใน 5 ที่นั่งของเมืองคิซังกานี เมืองเหมืองแร่ที่มีประชากรกว่า 6 แสนคน

         แม้ว่าจะยากจนข้นแค้นและไร้การศึกษา แต่มาเคียบา เป็นคนที่เรียกได้ว่า มีเสน่ห์ จับใจคนในแง่การเมือง

         "ผมไม่อยากเชื่อในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นเลย ความปรารถนาของผม คือเพื่อช่วยเหลือประชาชนเท่านั้น ผมไม่รู้ว่าการตอบรับจะมากขนาดนี้ อาจเป็นเพราะพระเจ้าอยากให้ผมเป็นผู้รับใช้" มาเคียบากล่าวต่อหน้าผู้สนับสนุนที่มาฟังหาเสียงกันอย่างเนืองแน่น ที่ตลาดกลางของเมือง ขณะที่ผู้ฟังทั้งชาย หญิงและเยาวชน พากันน้ำตาคลอกับคำพูดของผู้สมัครที่มีรายได้วันละ 2 ดอลลาร์ ส่วนมากได้จากการพาสองล้อส่งสินค้าระหว่างตลาดกับบ้านของลูกค้า ที่ส่วนใหญ่เป็นแม่บ้าน

        ชาวบ้านคนหนึ่งกล่าวอย่างมั่นใจว่า พวกเรารู้จักมาเคียบามานานหลายปีแล้ว และมั่นใจว่าเป็นคนที่เข้าใจและเข้าถึงความเจ็บปวดของการเป็นคนจนในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกเป็นอย่างดี
 
       แน่นอนว่า ทีมหาเสียงของมาเคียบาก็คือ เพื่อนๆ สองล้อรับจ้างของเขานั่นเอง 
 
      ทุกเช้า กองทัพสองล้อรับจ้างทั้งจักรยานและจักรยานยนต์ จะเคลื่อนขบวนไปตามถนนสายต่างๆ ทั่วเมือง ตะโกนชื่อของมาเคียบา และขอให้กาหมายเลข 48 ในสมุดลงคะแนนเล่มเล็กๆ

        คณะกรรมการเลือกตั้งคองโกต้องจัดพิมพ์บัตรลงคะแนนเป็นเล่มเล็กๆ เพราะมีผู้สมัครจำนวนมาก อาสาเข้าไปทำงานในสภาฯ ซึ่งเป็นตำแหน่งงานที่มีเงินเดือนเดือนละหมื่นดอลลาร์ (ประมาณ 3 แสนบาท)
 
        ทั่วประเทศ มีผู้สมัครมากกว่า 1.8 หมื่นคน ลงแข่งขันชิงที่นั่ง 5,000 ที่นั่ง

         มาเคียบา ไม่มีปัญญาพิมพ์โปสเตอร์หาเสียงที่ต้องใช้เงินมาก ผู้สนับสนุนจึงใช้กระดาษถ่ายเอกสารสีขาวดำ แปะที่รถจักรยานที่ใช้หากิน ขี่วนไปทั่วเมือง

          มาเคียบา กล่าวว่า การทุจริตและการเล่นพรรคเล่นพวกในรัฐบาล คือแรงผลักให้ลงเล่นการเมือง
 
         "ผมต้องการให้ครอบครัวในคองโก ซึ่งเป็นประเทศร่ำรวยมากประเทศหนึ่ง ได้มีความสุขจากการกินอาหารวันละสามมื้อ และได้ส่งลูกไปโรงเรียน" มาเคียบา สองล้อรับจ้างผู้แทบหาเงินได้ไม่พอซื้อข้าวกินวันละสองมื้อกล่าว
 
         มาเคียบา เคยคิดลงสมัครเลือกตั้งในปี 2549 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกของคองโกในรอบกว่า 40 ปี แต่ขณะนั้น ยังรู้สึกลังเล 
 
         แต่สำหรับเลือกตั้งครั้งนี้ มาเคียบาเตรียมตัวและเริ่มรณรงค์หาเสียงอย่างเงียบๆ มาตั้งแต่ปี 2552 ด้วยการค่อยๆ หาเสียงกับผู้โดยสารของเขา
 
         มาเคียบา ได้รับการสนับสนุนจากซีอาร์ดี พรรคเล็กๆ ที่ไม่เป็นที่รู้จักมากนัก หลังจากถูกบีบให้ออกจากสองพรรคการเมืองก่อนหน้า ฐานที่พูดวิจารณ์เรื่องความไม่ยุติธรรมในพรรคมากเกินไป

        ผู้สนับสนุนมาเคียบาเชื่อว่า นักปั่นอาชีพคนนี้ จะเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของผู้สมัครร่ำรวยคนอื่นๆ เพราะเสียงสนับสนุนที่มาเคียบาได้รับ    
  
      เคยมีเหตุการณ์ที่ฝูงชนกดดัน บังคับให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีหลัก 3 คน รวมทั้ง นายโจเซฟ คาบิลา ผู้นำที่กำลังจะหมดวาระ  นายเอเตียง ทีเซเดดี และวีทาล คาเมเรเฮ ต้องยอมเปิดทางให้มาเคียบา ได้กล่าวปราศรัยในที่ชุมนุมหาเสียงของทั้งสามมาแล้ว 

          ปีโรต์ มุงกาลี ชาวบ้านคนหนึ่งเล่าว่า ตอนที่ประธานาธิบดีคาบิลามาหาเสียงที่คิซังกานี ผู้คนตะโกนให้ผู้ว่าการจังหวัดลงจากเวที และขอให้ประธานาธิบดีอนุญาตให้มาเคียบาได้พูดในนามของพวกเรา  เพราะผู้ว่าฯ ไม่มีน้ำยาที่จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนของพวกเราได้
 
          การตัดสินใจลงเล่นการเมือง ทำให้มาเคียบาต้องปรับการใช้ชีวิตหลายอย่าง

           มาเคียบาต้องย้ายออกจากบ้านในย่านชุมชนแออัดของเมือง เพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่าการเลือกตั้งในคองโกยังมีเหตุรุนแรงและข่มขู่คุกคามอย่างกว้างขวาง โดยเพื่อนบ้านและผู้สนับสนุนได้ช่วยกันลงขันจ่ายค่าที่พักให้มาเคียบาย้ายไปพักตามที่ต่างๆ ในแต่ละคืนไม่ซ้ำกัน โดยมีรายงานไม่ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่สหประชาชาติได้ช่วยเหลือด้านการอารักขามาเคียบาด้วย
 
         นอกจากนี้ ผู้สนับสนุนยังได้ซื้อสูทตัวใหม่และรองเท้าให้เขาด้วย เพราะมั่นใจว่า จะได้ใช้อย่างแน่นอนในพิธีสาบานตนในนครหลวงกินชาซา
   
     อย่างไรก็ดี เออร์เนสต์ มูคูลี ผู้สื่อข่าวในคองโก กล่าวว่า แม้มาเคียบาได้เสียงสนับสนุนล้นหลามจากฟากฝ่ายค้านในคิซังกานี รวมถึงผู้ออกเสียงเลือกตั้งที่ไม่ปักใจเลือกใคร และผู้สนับสนุนพรรครัฐบาลบางส่วนก็ตามที ก็ยังไม่แน่ว่าจะเอาชนะได้
  
       คิซังกานี เป็นฐานที่มั่นของประธานาธิบดีคาบิลา และนายปิแอร์ ดารูเวซี ผู้สมัครจากพรรคประชาชนเพื่อการบูรณะและพัฒนา (พีพีอาร์ดี ) อาจทำได้ดีกว่า
 
         มูคูลี กล่าวว่า อย่าลืมว่านี่คือการลงคะแนนลับ อะไรๆ อาจเปลี่ยนแปลงได้ทั้งนั้นในนาทีสุดท้าย เพราะมาเคียบา กำลังลงแข่งกับผู้สมัครที่ร่ำรวยมากทั้งมีพรรครัฐบาลเป็นสปอนเซอร์
  
       แต่ไม่ว่าจะชนะหรือไม่ ผู้สนับสนุนของมาเคียบา บอกว่า การที่สองล้อรับจ้างคนหนึ่งลุกขึ้นมาหาญกล้าท้าทายระบบ ก็ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ขึ้นแล้ว ถือเป็นจุดเริ่มการปฏิวัติของผู้ยากไร้คนหนึ่งในประเทศที่ร่ำรวยทั้งเพชรและทองคำแห่งนี้


*******************
รู้จักกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก

      สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ มีพื้นที่มากถึง 2,344,858 ตารางกิโลเมตร ใหญ่เป็นอันดับ 12 ของโลก หรือเท่ากับสองในสามของพื้นที่ยุโรปตะวันตก
 
     อุดมไปด้วยแร่ธาติมีค่า เป็นแหล่งแร่โลหะโคลแทนที่ใช้ในการผลิตชิ้นส่วนสำคัญของโทรศัพท์มือถือ กว่าร้อยละ 70 ของโลก เป็นแหล่งเพชรร้อยละ 30 ของโลก นอกจากนี้ ยังมีแร่โคบอลต์ ทองแดง บ็อกไซต์อีกมหาศาล แต่ความร่ำรวยในทรัพยากรเหมืองแร่กลายเป็นสิ่งดึงดูดพวกปล้นสะดมและกระพือสงครามกลางเมือง
 
      เป็นประเทศที่กว้างใหญ่ไพศาล แต่ยังไม่มีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคโดยเฉพาะการขนส่งคมนาคม ถนนความยาว 153,497 กิโลเมตร ลาดยางเพียง 2,794 กิโลเมตรเท่านั้น มีระบบรถไฟความยาว 4,000 กิโลเมตร แต่สภาพของรางอยู่ในสภาพย่ำแย่ การขนส่งทางน้ำมีความสำคัญมากสำหรับการลำเลียงสินค้า แต่ก็ใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะถึงเป้าหมาย เรือโดยสารมักบรรทุกคนเกินอัตรา และมีอุบัติเหตุอับปางบ่อยครั้ง ทั้งยังมีอัตราอุบัติเหตุเครื่องบินตกมากกว่าประเทศใดในโลก
  
       คองโก มีประชากรประมาณ 71 ล้านคน มากเป็นอันดับ 4 ในทวีปแอฟริกา ร้อยละ 35 อาศัยในเมือง มีกรุงกินชาซา เป็นเมืองหลวงและเป็นเมืองใหญ่ที่สุด ประชากรประกอบด้วยชนหลากชาติพันธุ์ประมาณ 200 กลุ่ม ส่วนใหญ่เป็นชนชาวคองโก ลูบา และมองโก
 
        ดูจากขนาดและทรัพยากรธรรมชาติแล้ว คองโกน่าจะเป็นประเทศร่ำรวย ประชาชนอยู่ดีกินดี แต่สงครามกลางเมืองยืดเยื้อหลายปี การทุจริต และการบริหารเศรษฐกิจผิดพลาด ทำให้คองโกยังเป็นประเทศที่ล้าหลังอยู่มากตามดัชนีชี้วัดการพัฒนาสำคัญๆ ไม่ว่าจะเป็นอายุขัยเฉลี่ยซึ่งอยู่ที่ 47.8 เท่านั้น เพิ่มขึ้นแค่ 2 ปีนับจากปี 2523

----------------------------
(เปิดโลกวันอาทิตย์ : พลังถีบจักรยานคนจน...สู้ศึกเลือกตั้งคองโก โดย...อุไรวรรณ นอร์มา )