ข่าว

แนวรบตะวันตกเพิ่งเริ่มต้น

แนวรบตะวันตกเพิ่งเริ่มต้น

26 พ.ย. 2554

เหตุการณ์ชาวนนทบุรี ลุกขึ้นสู้ และกดดัน กทม.อย่างหนัก เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ถือว่าสืบเนื่องมานับแต่เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้

เหตุการณ์ชาวนนทบุรี ลุกขึ้นสู้ และกดดัน กทม.อย่างหนัก เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ถือว่าสืบเนื่องมานับแต่เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้ ที่มีการเรียกร้องให้ กทม. เปิดประตูระบายน้ำสูงขึ้น 1 เมตรทุกประตูที่เชื่อมต่อกับคลองมหาสวัสดิ์ และข้อเรียกร้องอื่นๆ รวม 4 ข้อ


 โดยเฉพาะเหตุการณ์ในวันที่ 22 พฤศจิกายน ต้องถือว่า ชาวบ้านไม่พอใจ ผู้ว่าฯกทม.อย่างมาก ถึงขั้นตัดสินใจจะยึดรถเมล์ 3 คันเพื่อเดินทางไปเปิดประตูน้ำคลองมหาสวัสดิ์กันเอง


 ยังดีที่ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ โฆษก ศปภ. รีบมาเจรจากับชาวบ้าน และยอมรับเงื่อนไขสำคัญคือ ยอมเปิดประตูระบายน้ำทุกบานตามแนวคลองมหาสวัสดิ์ 1 เมตรโดยทันที และรับข้อเรียกร้องอื่นอีก 3 ข้อด้วยเช่นกัน ซึ่งเกี่ยวกับการเยียวยา หลังน้ำลด


 กระนั้นผลการเจรจาก็ยังโอละพ่อ เมื่อผู้ว่าฯ กทม. ออกมาแถลงหักหน้าโฆษก ศปภ. โดยยืนยันว่า ยอมเปิดประตูน้ำในความรับผิดชอบของสำนักระบายน้ำ 3 แห่งตามแนวคลองมหาสวัสดิ์ คือ คลองควาย คลองขุนศรีบุรีรัตน์ และคลองซอย และประตูน้ำที่เชื่อมด้านเจ้าพระยาคือ คลองบางพลัด คลองบางอ้อ คลองบางบำหรุ


 แต่จะเป็นในลักษณะแบบขั้นบันได กล่าวคือ เปิดเพิ่มขึ้นจาก 50 ซม. เป็น 75 ซม. และขอประเมินผลกระทบภายใน 24 ชั่วโมง หากไม่เกิดผลกระทบก็จะพิจารณาเปิดเพิ่มอีกให้ถึง 1 เมตร  จึงไม่ใช่เป็นการเปิดโดยทันทีตามที่โฆษก ศปภ. ตกลงกับผู้ชุมนุมที่ศาลากลางจังหวัดนนท์


 นี่จึงนำมาสู่ความวุ่นวายเมื่อตัวแทนผู้ชุมนุมที่ได้ไปดูการเปิดประตูน้ำร่วมกับผู้ว่าฯ นนท์ และพบว่า ไม่ได้มีการดำเนินการตามข้อตกลง


 จนเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ยังจากชาวบ้านก็ไม่ยอมเช่นกัน และหารือกันที่จะเพิ่มมาตรการกดดันขั้นเด็ดขาด สุดท้าย ผู้ว่าฯกทม. ก็ต้องยอมตามข้อเรียกร้อง


 ประเด็น ก็เช่นเดียวกันกับ ฝั่งตะวันออก ที่ชาวบ้านอำเภอลำลูกกา ซึ่งอยู่เหนือคันบิ๊กแบ็ค ต้องลุกขึ้นสู้ เพื่อเร่งให้รัฐบาลเข้ามาช่วยแก้ปัญหา จนกระทั่งรวมตัวกันไปปิดถนนประท้วงและรื้อบิ๊กแบ็คระบายน้ำเอง


 เพราะการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล มีอยู่อย่างเดียวเท่านั้น คือปกป้องพื้นที่ที่เห็นว่ามีความสำคัญ ขณะเดียวกันก็ทอดทิ้งให้คนเหนือคันกั้นน้ำ ต้องจมอยู่กับน้ำเน่านับเดือน โดยที่ไม่มีอะไรมาช่วยแก้ปัญหา หรือมีความชัดเจนว่า จะแก้ปัญหาได้เมื่อไหร่ อย่างไร


 และแม้แต่มาตรการเยียวยา ก็ยังสร้างความสับสนว่า จะจ่าย 5,000 บาท ตามที่ครม.อนุมัติต่อครัวเรือนเท่านั้น หรือยังจะมีการพิจารณาความเสียหายที่จะต้องจ่ายชดเชยเพิ่มเติมอีก อย่างที่มีกระแสข่าวออกมา


 เหล่านี้ คือ สิ่งที่รัฐบาล และกทม.จะต้องทบทวน และทำความชัดเจนออกมา หาไม่แล้ว แรงปะทุเดือดของชาวบ้านจะไม่จบเพียงแค่นี้ อย่าลืมว่า นี่เพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้น