
อิยิปต์ยังเดือด!ตายพุ่ง41เจ็บ2พัน
'อิยิปต์'เผย ยอดผู้เสียชีวิตจากการปะทะเดือดพุ่ง 41 บาดเจ็บกว่า 2 พัน คาดวันนี้รวมตัวประท้วงใหญ่อีก
25 พ.ย.54 สำนักข่าวมีนาของทางการอิยิปต์ รายงานอ้างตัวเลขอย่างเป็นทางการจากกระทรวงสาธารณสุขว่า ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดจากคลื่นความรุนแรงจากการปะทะกันระหว่างผู้ประท้วงและกองกำลังรักษาความมั่นคง ได้พุ่งขึ้นเป็น 41 คนแล้ว โดยการปะทะกันได้ทวีความดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา ขณะที่ผู้ประท้วงได้รวมตัวประท้วงเรียกร้องให้ทหารที่รักษาการณ์บริหารประเทศ คืนอำนาจให้กับพลเรือน
ศูนย์กลางความรุนแรงส่วนใหญ่อยู่ที่จตุรัสทาฮีร์ ใจกลางกรุงไคโร ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการประท้วงที่โค่นอำนาจประธานาธิบดีฮอสนีย์ มูบารัค โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ 36 คน อยู่ในกรุงไคโร ส่วนอีก 4 คน อยู่ที่เมืองอิสมาอิลิยาและอเล็กซานเดรีย เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ ซึ่งเพิ่งเกิดการปะทะกันเมื่อวันพฤหัสบดี จากการที่ผู้ประท้วงขว้างปาก้อนหินและร้องตะโกนประนามตำรวจอย่างรุนแรง มีรายงานด้วยว่า มีผู้ประท้วงคนหนึ่งถูกยิงเสียชีวิตที่เมืองเมอร์ซ่ามาทรูห์ เมื่อวันพุธ ระหว่างการปะทะกับตำรวจ ขณะผู้ประท้วงพยายามจะบุกเไปในสถานีตำรวจ
ด้านนักเคลื่อนไหว ได้เรียกร้องให้ประชาชนออกไปชุมนุมใหญ่ในกรุงไคโรในวันนี้ เพื่อกดดันให้ทหารส่งมอบอำนาจคืนให้พลเรือนโดยทันที แม้ว่า กองทัพที่รักษาการณ์บริหารประเทศอยู่ใน
ขณะนี้ จะยืนยันว่าจะขัดขวางไม่ให้เหตุการณ์ความไม่สงบรบกวนการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นในสัปดาห์หน้าก็ตาม
ในขณะที่สถานการณ์การเมืองเต็มไปด้วยความผันผวน สถานีโทรทัศน์อิสระหลายช่อง ต่างรายงานว่า บรรดาผู้นำเฉพาะกาลของอิยิปต์ ได้แต่งตั้งอดีตนายกรัฐมนตรี คามาล อัล-กันซูรี เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศ แต่รายงานนี้ ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ ด้านหนังสือพิมพ์อัล อาห์ราม ที่เป็นกระบอกเสียงของรัฐ ระบุในเว็บไซท์ว่า นายกันซูรี ซึ่งเป็นนักเศรษฐศาสตร์ ที่เคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในสมัยอดีตประธานาธิบดีฮอสนีย์ มูบารัค ช่วงระหว่างปี 2539-2542 ได้ตกลงที่จะเป็นผู้นำรัฐบาลเพื่อความอยู่รอดแห่งชาติ
ถ้ารายงานข่าวนี้ได้รับการยืนยัน ก็จะถือเป็นความพยายามล่าสุดของสภากลาโหม หรือ SCAF
ที่จะทำให้สถานการณ์ในประเทศกลับเข้ารูปเข้ารอยอีกครั้ง หลังการปะทะนองเลือดมาหลายวัน ระหว่างตำรวจและผู้ประท้วง ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 40 คน และบาดเจ็บกว่า 2,000 คน จนนำไปสู่การลาออกของนายกรัฐมนตรีเอสซัม ชาราฟ และคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
การเรียกร้องให้จัดการประท้วงครั้งล่าสุดที่จตุรัสทาฮีร์ ได้มีขึ้นแม้ผู้นำกองทัพจะออกมาขออภัยที่ตำรวจพลั้งเมือสังหารพลเรือน และความรุนแรงที่เกิดขึ้น กำลังบดบังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนที่กำลังจะมีขึ้นในวันจันทร์ และสภากลาโหมได้ยืนยันว่าจะรักษาความสงบเรียบร้อยต่อไปในระหว่างการเลือกตั้งครั้งแรก นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ลุกฮือประท้วงโค่นอำนาจประธานาธิบดี มูบารัค เมื่อเดือนกุมภาพันธ์
แม้จะมีผู้นำจากฝ่ายมุสลิมไปช่วยเจรจา แต่ก็ไม่อาจทำให้ผู้ชุมนุมที่จตุรัสทาฮีร์สงบลงได้ เมื่อสภากลาโหม ยืนยันว่า การยอมสละอำนาจในเวลานี้ เท่ากับเป็นการทรยศต่อประชาชนชาวอิยิปต์ โดยระบุว่า ผู้คนได้ให้ความไว้วางใจในภารกิจการบริหารประเทศของกองทัพ ถ้าละทิ้งไปในเวลานี้ ก็จะเป็นการทรยศต่อประชาชนเหล่านี้ กองทัพไม่ได้ต้องการเกาะกุมอำนาจไว้ในมือ และต้องการทำตามความปรารถนาของประชาชน และการเลือกตั้งทั่วไปจะไม่ล่าช้าออกไปอย่างแน่นอน
ด้านสำนักจัดอันดับความน่าเชื่อถือ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ ระบุเมื่อวันพฤหัสบดีว่า จะตัดลดอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวของอิยิปต์ ลงเหลือ บีบวก เนื่องจากสถานการณ์ที่เสื่อมทรามทางการเมืองและแนวโน้มทางเศรษฐกิจ
......................................
(หมายเหตุ : ภาพ : AFP . EPA)



