ข่าว

2ขี้ยาแสบลวง'เรี่ยไร'ช่วยน้ำท่วม

2ขี้ยาแสบลวง'เรี่ยไร'ช่วยน้ำท่วม

25 พ.ย. 2554

2ขี้ยาแสบลวง'เรี่ยไร'ช่วยน้ำท่วม : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ

         ขณะที่ชาวบ้านแถบตะวันตกของกรุงเทพมหานคร กำลังเผชิญชะตากรรมกับปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมที่ยังไม่มีแนวโน้มที่จะคลี่คลายในทางที่ดีขึ้น ก็ยังมีพวกมิจฉาชีพแอบแฝงแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิ และอาสาสมัครป้องกันฝ่ายพลเรือน ออกตระเวนเรี่ยไรเงินชาวบ้านอ้างว่าจะนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่แท้จริงกลับนำเงินไปเที่ยวเตร่และซื้อยาเสพติดไว้เสพ!!


          ราว 3 ทุ่ม วันที่ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจสน.ราษฎร์บูรณะรับแจ้งจากนายพงษ์ศักดิ์ถนอมแหยม เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งรหัสสัญญาณเรียกขาน กู้ภัย 407 ที่อยู่ระหว่างการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีเจ้าหน้าที่มูลนิธิ 2 คนออกมาเรี่ยไรเงินชาวบ้านภายในพุทธบูชา40 แขวงบางมดเขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ ตำรวจสายตรวจจึงรีบไปตรวจสอบ


         พบนายสามารถสุขเล่ย์ อายุ 30 ปีและนายจรัญหล่อเหลี่ยม อายุ25 ปีพร้อมของกลางชุดอาสาสมัครป้องกันฝ่ายพลเรือนเขตบางขุนเทียน, เสื้อยืดคอกลมสีขาวบริเวณแขนเสื้อติดตราสัญลักษณ์มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง, กล่องรับบริจาค, ใบอนุโมทนาและอัลบั้มรูปผู้ประสบภัยน้ำท่วม เมื่อนายพงษ์ศักดิ์พยายามเพ่งมองบุคคลทั้งสองว่าเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิหรืออาสาสมัครหรือไม่หลังจากแน่ชัดจึงเข้าไปตรวจสอบบุคคลทั้งสองพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ แล้วควบคุมตัวมาให้ พ.ต.อ.มานพสุคนธ์ธนพัฒน์ ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะสอบปากคำ


         จากการสอบสวน นายจรัญอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่อยู่มูลนิธิรัศมี ส่วนนายสามารถเป็นเจ้าหน้าที่ อปพร.เขตบางขุนเทียนออกมาเรี่ยไรเงินจากชาวบ้านไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมตามสถานที่ต่างๆ และในวันนี้ได้เดินรับบริจาคที่ย่านพุทธบูชาก่อนจะโดนจับตัวมาที่ สน.ราษฎร์บูรณะส่วนที่ใส่เสื้อติดสัญลักษณ์ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนั้น ไม่ได้ขออนุญาตจากทางมูลนิธิ โดยคิดเพียงแค่นำสัญลักษณ์มาติดเสื้ออย่างเดียวก็สามารถรับบริจาคได้ และไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องใหญ่โตขึ้น


         ทว่าคำให้การของนายจรัญ และนายสามารถ ยังให้การมีพิรุธหลายอย่าง พ.ต.อ.มานพจึงร้องขอให้ตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด ปรากฏว่าผลการตรวจเบื้องต้นบุคคลทั้งสอง พบว่าปัสสาวะที่ถูกทดสอบด้วยน้ำยาตรวจหาสารเสพติดเป็นสีม่วง นอกจากนี้ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนประสานงานกับเจ้าของมูลนิธิทั้งสองแห่ง รวมถึงสำนักงานเขตบางขุนเทียนในเช้าวันรุ่งขึ้น เพื่อช่วยตรวจสอบบุคคลทั้งสองนี้


         "ชุดสืบสวนรายงานข้อมูลกลับมาว่าทางมูลนิธิทั้งสองแห่งยืนยันว่านายจรัญไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่หรืออาสาสมัครใดๆ อีกทั้งทางมูลนิธิไม่มีนโยบายในการให้เจ้าหน้าที่ออกเรี่ยไรเงินจากประชาชนไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนนายสามารถก็ได้รับคำตอบมาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ข้อมูลว่าไม่ได้เป็นอาสาสมัครป้องกันฝ่ายพลเรือนของสำนักงานเขตบางขุนเทียนแต่อย่างใด" พ.ต.อ.มานพกล่าว


         หลังจากบุคคลทั้งสองถูกควบคุมตัว ให้การอ้างว่า กระทำในลักษณะนี้มาแล้วหลายวัน โดยเดินไปตามสถานที่ต่างๆ ในกรุงเทพฯ หาพื้นที่บริเวณน้ำไม่ท่วมออกตระเวนเรี่ยไรเงินจากชาวบ้านโดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิออกมาเรี่ยไรเงินช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบอุทกภัย โดยโชว์อัลบั้มรูปผู้ประสบภัยเพื่อให้ได้รับความสงสารแล้วเห็นใจโดยประชานที่รู้สึกสงสารก็บริจาคใส่กล่องที่เตรียมไว้ตั้งแต่ 20-100 บาทโดยได้เงินประมาณ 2,000-3,000 บาทต่อวันซึ่งหลังจากได้เงินมาก็จะนำเงินไปเที่ยวเตร่และเสพยาเสพติด


         พ.ต.อ.มานพบอกอีกว่า พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหานายจรัญ และนายสามารถ ในข้อกล่าวหาเสพยาเสพติด และออกเรี่ยไรเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต ตอนนี้นำผู้ถูกกล่าวหาส่งฟ้องต่อศาลแล้ว ในเบื้องต้นข้อกล่าวหาเรี่ยไรเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต มีอัตราโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาทจำคุกไม่เกิน 1 เดือนรวมถึงการเสพยาเสพติดต้องรอคำพิพากษาของศาล อีกทั้งฝากเตือนประชาชนหากพบเห็นบุคคลพยายามเรี่ยไรเงินให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบได้


         "หากเจอบุคคลที่ออกเรี่ยไรเงินชาวบ้านสามารถแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปตรวจสอบได้และขอเตือนบุคคลอื่นที่อาจจะฉวยโอกาส พยายามกระทำในลักษณะดังกล่าวขอให้เลิกการกระทำหรืออย่าเอาความเดือดร้อนของชาวบ้านที่ประสบภัยมาหากินเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือพวกพ้อง เพราะถือว่าเป็นความผิดแม้อัตราโทษไม่ค่อยหนักเท่าใด แต่เวรกรรมมีจริง แล้วเห็นได้รวดเร็วไม่ต้องรอชาติหน้า" พ.ต.อ.มานพกล่าวเตือน