
ไฮเทคโวยขึ้นค่าแรงซ้ำเติมน้ำท่วม
กลุ่มอุตฯไฟฟ้า-อิเล็กทรอนิกส์โวยขึ้นค่าแรงซ้ำเติมน้ำท่วม เผย 2 บริษัทยักษ์เกาหลี-ญี่ปุ่นเล็งย้ายฐานผลิตไปเพื่อนบ้าน ที่ค่าแรงเพียง 80 บาทต่อวัน ขณะที่ ก.พ.ชงครม.ขึ้นเงินเดือนป.ตรี1.5 หมื่นม.ค.55
ไม่เพียงแค่ปัญหาน้ำท่วมใหญ่ที่ทำให้ภาคการผลิตของไทยต้องประสบความผันผวนอย่างหนักจากการเข้ามาลงทุนของต่างชาติที่มาตั้งโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆที่ต้องสูญเสียรายได้ครั้งใหญ่เท่านั้น แต่ปัญหาขึ้นค่าแรงขั้นต้ำ 300 บาทต่อวัน กำลังจะกลายเป็นอีกเงื่อนไขหนึ่งที่ประดังใส่รัฐบาล
นายกฤษดาทรัพย์ทวยชน เลขาธิการกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า จากปัญหาน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สร้างความเสียหายให้แก่ภาคอุตสาหกรรม และนโยบายการขึ้นค่าแรงแบบก้าวกระโดดของรัฐบาล ทำให้ขณะนี้ผู้ประกอบการเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ประเทศเกาหลีและญี่ปุ่นหลายรายเตรียมย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศไทยแล้ว โดยมีเป้าหมายที่ประเทศกัมพูชา ที่มีแรงงานรองรับจำนวนมาก และค่าแรงเฉลี่ยอยู่ที่ 80 บาทต่อวัน
ค่าแรงพุ่ง-ต่างชาติย้ายหนี
"การตัดสินใจครั้งนี้เป็นเรื่องจริง ไม่ใช่แค่ขู่ อย่างกลุ่มแม็กซอน ซิสเต็มส์ จากเกาหลี หรือแม้แต่มินิแบร์ ของญี่ปุ่น สองบริษัทยักษ์ใหญ่กำลังพิจารณาย้ายออกจากสวนอุตสาหกรรมโรจนะไป 1 แห่ง จากปัจจุบันที่มี 3 โรงงาน เพื่อกระจายความเสี่ยงจากน้ำท่วมและการเร่งรีบขึ้นค่าแรงในช่วงภาคอุตสาหกรรมประสบปัญหาวิกฤติ รวมถึงบางบริษัทก็ขอสละสิทธิประโยชน์ของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่เคยได้รับแล้วย้ายไปประเทศเพื่อนบ้าน" นายกฤษดากล่าว
เลขาธิการกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าฯกล่าวอีกว่า ผลกระทบจากการย้ายฐานการผลิตของบริษัทรายใหญ่จะทำให้ผู้ผลิตที่ป้อนชิ้นส่วนระดับเอสเอ็มอีไทยที่ผลิตชิ้นส่วนป้อนโรงงานเหล่านี้ต้องสูญเสียรายได้ และจะมีผลกระทบต่อการจ้างงานในไทยแน่นอน
ด้านนายธนิต โสรัตน์ รองประธานส.อ.ท.กล่าวว่า ขณะนี้มีหลายอุตสาหกรรมได้ย้ายฐานการผลิตไปประเทศเพื่อนบ้านแล้วหลายราย ส่วนใหญ่จะย้ายไปกัมพูชาและเวียดนาม แต่ในอนาคตจะย้ายหนีไปพม่ามากขึ้น หากรัฐบาลพม่าสามารถแก้กฎระเบียบในการดึงดูดการลงทุนที่ดี เพราะพม่ามีค่าจ้างประมาณ 80 บาทต่อวัน ซึ่งต่ำมาก แต่ผู้ประกอบการคงต้องใช้เวลาในการพัฒนาฝีมือแรงงานสักระยะก่อน
"ปัญหาค่าแรงที่ปรับแบบก้าวกระโดดจนผู้ประกอบการตั้งตัวไม่ทัน รวมถึงยังต้องฟื้นฟูกิจการหลังน้ำท่วมอยู่ เช่น กลุ่มรองเท้า และกลุ่มสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ส่วนใหญ่ก็เป็นสมาชิกของ ส.อ.ท.อยู่ด้วย และเชื่อว่ากลุ่มที่ใช้แรงงานเข้มข้นอื่นๆ อยู่ระหว่างการหาลู่ทางลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน" รองประธานส.อ.ท.กล่าวอย่างเชื่อมั่น
คลังอัดเงินกู้ดบ.ต่ำนิคมป้องน้ำ
นายธีระชัยภูวนาถนรานุบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้หารือร่วมกับปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้ว่าการกนอ. ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน และผู้แทนจากกระทรวงการคลัง ถึงการให้สินเชื่อผ่อนปรนดอกเบี้ยต่ำเพื่อพัฒนาระบบป้องกันอุทกภัยให้แก่นิคมและเขตอุตสาหกรรม วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท เบื้องต้นกระทรวงอุตสาหกรรมได้ร่างหลักเกณฑ์การออกแบบและเงื่อนไขในระบบระบายน้ำฝนและระบบป้องกันอุทกภัย ประกอบด้วย การสร้างระบบเขื่อน รวมถึงโครงสร้างต่างๆ ที่สามารถรองรับและบริหารจัดการระบายน้ำโดยรอบและในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม
คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างโครงการได้ในช่วงกลางเดือนมกราคม2555 แล้วเสร็จใน 6 เดือน ขณะนี้ธนาคารออมสินกำลังพิจารณาเงื่อนไขและรายละเอียดการให้เงินกู้ วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท เบื้องต้นกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.01% ต่อปี โดยมีระยะเวลาโครงการ 7 ปี รมว.คลังระบุ
ก.พ.ชงครม.ขึ้นเงินเดือนป.ตรี1.5 หมื่นม.ค.55
นายนนทิกร กาญจนะจิตรา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดเผยว่าภายใน 2 สัปดาห์นี้ก.พ.จะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาเพื่อปรับโครงสร้างเงินเดือนข้าราชการให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดให้ข้าราชการแรกบรรจุที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีได้รับเงินเดือน 15,000 บาทเพื่อให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม2555 โดยจะเสนอให้ข้าราชการแรกเข้าในระดับปฏิบัติการที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจะอยู่ที่1.1 หมื่นบาทในปีงบประมาณ 2555 และเพิ่มเป็น1.5 หมื่นบาทในปี 2556 ส่วนอัตราเงินเดือนแรกเข้าข้าราชการระดับปริญญาโทอยู่ที่เดือนละ1.7 หมื่นบาท และระดับปริญญาเอกเดือนละ 2 หมื่นบาท
นายนนทิกร กล่าวว่า ในส่วนของข้าราชการที่บรรจุใหม่ในปีงบประมาณ 2555 และข้าราชการที่มีอายุราชการตั้งแต่1-10 ปีแต่ยังได้รับเงินเดือนไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะปรับ จะได้รับค่าครองชีพชั่วคราวเพิ่มเติม เมื่อรวมกับเงินเดือนแล้วจะเท่ากับเงินเดือนที่ข้าราชการบรรจุใหม่ที่จบปริญญาตรี โดยจะใช้งบประมาณ 7,000 ล้านบาทซึ่งจะต้องขอแปรญัตติเพิ่มเติมจากคณะกรรมการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2555 หลังจากนั้นในปี2556 เงินเดือนของข้าราชการจะปรับขึ้นตามอัตราที่กำหนดโดยที่ไม่ต้องมีการจ่ายค่าครองชีพเพิ่มเติมในแต่ละเดือน
นายนนทิกร กล่าวอีกว่า การปรับเงินเดือนในส่วนนี้ไม่ได้ปรับเงินเดือนข้าราชการทั้งระบบ และยังไม่มีการปรับเงินเดือนผู้บริหารและข้าราชการการเมือง รวมข้าราชการที่รับราชการเกิน 10 ปีก็จะไม่ได้รับการปรับเพิ่มเงินเดือนในครั้งนี้ แต่จะได้รับการปรับอัตราเงินเดือนแน่นอน ในช่วงที่มีการปรับโครงสร้างบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการทั้งระบบ
"การปรับโครงสร้างเงินเดือนข้าราชการทั้งระบบจะต้องประเมินถึงสถานการณ์ทางการเงินของประเทศด้วย ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนในขนาดนี้ ในส่วนที่จะเสนอให้ ครม.เป็นการดำเนินการตามแนวทางที่รัฐบาลได้วางไว้"นายนนทิกรกล่าว
เลขาธิการ ก.พ.อธิบายว่าการปรับขึ้นเงินเดือนตามรูปแบบที่ ก.พ.จะเสนอให้ครม.พิจารณาไม่จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมาย เพราะไม่ได้เป็นการแก้ไขบัญชีเงินเดือนที่อยู่ท้ายพระราชบัญญัติบัญชีเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง เป็นเพียงการแก้ไขกฎ ก.พ.เรื่องการรับเงินเดือนข้าราชการเท่านั้นซึ่งการดำเนินการตามแนวทางนี้จะทำให้เงินเดือนข้าราชการตันเร็วขึ้น โดยเฉพาะข้าราชการที่จบปริญญาเอก ก.พ.จึงต้องแก้ไขกฎก.พ.ให้ข้าราชการที่เงินเดือนตันได้รับเงินเดือนในชั้นชำนาญการได้



