ข่าว

ออมสินอัดเพิ่มอุ้มลูกค้าน้ำท่วม

ออมสินอัดเพิ่มอุ้มลูกค้าน้ำท่วม

25 พ.ย. 2554

ออมสินอัดมาตรการเพิ่มช่วยลูกค้าน้ำท่วม หยุดคิดดอกเบี้ย-เว้นชำระเงินกู้นาน 6 เดือน พร้อมให้กู้เพิ่ม ส่วน เอส.บี.อัดแคมเปญ 'ซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่ เอส.บี.ออกให้ครึ่งหนึ่ง' ด้าน ททท.ปลื้มจีนยกเลิกคำเตือนเที่ยวไทย หลังภาวะน้ำท่วมดีขึ้น

          นายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารได้ปรับมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมเพิ่มเติม โดยไม่คิดดอกเบี้ยและไม่ต้องชำระเงินต้น หรืองดคิดดอกเบี้ยเป็นเวลาสูงสุด 6 เดือน ซึ่งจะพิจารณาตามสภาพความรุนแรงของผลกระทบ และเมื่อครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ลูกค้าจะชำระค่างวดเท่าเดิม หรือจะขอปรับลดเงินงวด พร้อมกับขยายเวลาในการชำระหนี้ได้อีกไม่เกิน 1-2 ปี ตามเงื่อนไขที่ตกลงกัน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระให้ลูกค้ายามวิกฤติ

          ส่วนสินเชื่อที่ธนาคารให้บริการเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ได้แก่ สินเชื่อโครงการธนาคารประชาชนช่วยภัยน้ำท่วม เป็นเงินกู้ตามความจำเป็นฉุกเฉินตามสภาพที่ได้รับผลกระทบ ในวงเงินรายละไม่เกิน 3 หมื่นบาท อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี หรือเอ็มอาร์อาร์ ระยะเวลาผ่อนชำระไม่เกิน 2 ปี ชำระเป็นรายเดือน

          ขณะที่ลูกค้าเดิมสินเชื่อโครงการธนาคารประชาชนและประชาชนทั่วไป ยื่นขอกู้เพื่อนำไปใช้จ่ายลงทุนใหม่ได้ไม่เกินรายละ 5 หมื่นบาท อัตราดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์ บวก 1% ต่อปี ส่วนลูกค้าสินเชื่อเคหะเดิมสามารถกู้เพิ่มเติมเพื่อซ่อมแซมได้ไม่เกิน 10% ของเงินกู้ตามสัญญาเดิม แต่ไม่เกิน 3 แสนบาท และประชาชนทั่วไปสามารถขอกู้เพิ่มเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยได้ไม่เกินรายละ 3 แสนบาท ผ่อนชำระภายใน 5 ปี คิดอัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-3 อัตรา 3.45% ปีที่ 4-5 คิดอัตราดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์ ลบ 0.50% ต่อปี โดยธนาคารยกเว้นค่าธรรมเนียมการให้บริการสินเชื่อและค่าบริการจัดทำนิติกรรมสัญญาให้ด้วย

          "ขณะนี้มีลูกค้าขอกู้เพื่อบรรเทาภาระผลกระทบจากภัยน้ำท่วมแล้วจำนวน 22,286 ราย วงเงินรวม 9,587 ล้านบาท" นายเลอศักดิ์กล่าว

          ด้านนางพิกุล ศรีมหันต์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธนาคารได้ปรับกลยุทธ์การทำตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยในปี 2555 ให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ โดยภาวะน้ำท่วมทำให้ความต้องการสินเชื่อเพื่อการฟื้นฟูที่อยู่อาศัยมากขึ้น ดังนั้น ในปีหน้าธนาคารจะมุ่งเน้นสินเชื่อเพื่อการซ่อมแซมบ้าน ซึ่งธนาคารจะปล่อยสินเชื่อผ่านผลิตภัณฑ์สินเชื่อบ้านแลกเงิน คาดว่าวงเงินจะอยู่ในระดับ 2 หมื่นล้านบาท จากปกติที่จะปล่อยได้ 2 พันล้านบาทต่อปี

          ส่วนสินเชื่อที่อยู่อาศัยปล่อยใหม่นั้น ยังมีโอกาสอยู่ในกลุ่มคอนโดมิเนียมที่จะมีความต้องการมากขึ้น จึงเป็นอีกตลาดที่ธนาคารจะให้ความสำคัญ โดยธนาคารมีเป้าหมายที่จะรุกตลาดคอนโดมิเนียมเพื่อให้มีส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 50-60% ของคอนโดมิเนียมสร้างใหม่ที่คาดว่าจะมีประมาณ 4.6 หมื่นยูนิต

 

เอส.บี.กระตุ้นซื้อเฟอร์นิเจอร์ชูแคมเปญจูงใจ 'ซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่ เอส.บี. ออกให้ครึ่งหนึ่ง'

          นางธัญญรักข์ ชวาลดิฐ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอส.บี.เฟอร์นิเจอร์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมโรงงานทั้ง 3 แห่ง ใน จ.นนทบุรี ทำให้เสียหายประมาณ 200 ล้านบาท ในการฟื้นฟูคาดว่าจะสามารถเดินเครื่องได้เต็มที่ในอาทิตย์หน้า ส่วนการเปิดตัวของ 'อีเกีย' ไม่ได้ทำให้ลูกค้าของ เอส.บี. ลดลงแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้าม ขณะนี้กลับมีลูกค้าเพิ่มขึ้น เนื่องจากความต้องการซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่ค่อนข้างมาก

          ทั้งนี้ เอส.บี. ได้เปิดตัวแคมเปญช่วยเหลือผู้ประสบภัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 'ซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่ เอส.บี. ออกให้ครึ่งหนึ่ง' โดยมอบบัตรกำนัลส่วนลดเพื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่มูลค่า 1 หมื่นบาท มูลค่าใบละ 1,000 บาท จำนวน 10 ใบ ซึ่งบัตรกำนัล 1 ใบต่อการซื้อเฟอร์นิเจอร์ 1 หมื่นบาท สำหรับลูกค้าเอส.บี. เฟอร์นิเจอร์ และคอนเซ็ปต์ ที่ประสบอุทกภัย และอีก 5,000 บาท สำหรับผู้ประสบอุทกภัยทั่วไป เพื่อนำไปเป็นส่วนลดซื้อเฟอร์นิเจอร์จาก เอส.บี. เฟอร์นิเจอร์ และคอนเซ็ปต์ เฟอร์นิเจอร์ ที่ S.B. Design Square ทุกสาขา

          นอกจากนี้ยังมีส่วนลดสำหรับผู้ที่ใช้บัตรซิตี้แบงก์ ให้ส่วนลด 0 เปอร์เซ็นต์ นาน 10 เดือน สำหรับลูกค้า เอส.บี. และผู้ประสบภัย สามารถลงทะเบียนเพื่อขอรับบัตรกำนัลได้ที่ facebook.com/sbhome ตั้งแต่วันนี้ - วันที่ 31 ธันวาคม 2554 บัตรกำนัลสามารถใช้ได้ถึงสิ้นเดือนเมษายน ปีหน้า

          อีกทั้งบริษัทยังร่วมมือกับบริษัท PSC บริษัทรับทำความสะอาด และบริษัท Home Renovation Center บริษัทซ่อมแซมบ้าน เพื่อทำความสะอาด และซ่อมแซมบ้านให้แก่ลูกค้า และผู้ประสบภัย โดยบริษัท PSC ให้ส่วนลด 20 เปอร์เซ็นต์ จากราคาปกติ ซึ่งแพ็กเกจเริ่มต้นประมาณ 1.5 หมื่นบาทต่อบ้าน 1 หลัง ในส่วนการซ่อมแซมบ้านจะคิดเพียงครึ่งราคาให้ลูกค้า เอส.บี. เฟอร์นิเจอร์

 

รองผู้ว่าฯเผย ททท.บุกจีนฟื้นเชื่อมั่นเที่ยวไทย หลังรบ.จีนยกเลิก'คำเตือนเที่ยวไทย'แล้ว

 

          นายสรรเสริญ เงารังษี รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า องค์กรการท่องเที่ยวจีน ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศของจีนได้ประกาศยกเลิกคำเตือนนักท่องเที่ยวเข้าเมืองไทยแล้ว ทำให้มีผลเชิงบวกทันทีต่อการฟื้นตลาด เนื่องจากบริษัทนำเที่ยวจะสามารถจัดกรุ๊ปเดินทางเข้ามาได้ตามปกติเพราะการยกเลิกคำเตือนมีผลต่อการรับประกันการเดินทางของกรุ๊ปทัวร์

          ดังนั้น ททท.จึงเตรียมแผนการตลาดต่อเนื่องทันทีด้วยการจัดโรดโชว์เยือนจีน 3 เมืองในช่วงธันวาคม คือ ฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ และกวางโจว โดยกำลังพิจารณาเชิญนายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬาร่วมคณะ พบปะเอเย่นต์และสื่อมวลชนท้องถิ่น เพื่อเรียกความเชื่อมั่นอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม สถิตินักท่องเที่ยวจีนช่วงเดือนมกราคม-ตุลาคม มี 1.4 ล้านคน เพิ่มขึ้น 60 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว และคาดว่าตลอดปีนี้จะได้ 1.5 ล้านคน แต่น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิมที่ 1.6 ล้านคนเนื่องจากปัญหาน้ำท่วมช่วงที่ผ่านมา

          ส่วนสถานการณ์ประกาศเตือนของรัฐบาลประเทศอื่น ๆ ได้เริ่มทยอยประกาศยกเลิกคำเตือน เช่น ฮ่องกง ซึ่งมีผล 29 พฤศจิกายนนี้ และภายใน 2 สัปดาห์ต่อไป คาดว่าทุกประเทศจะทยอยยกเลิกคำเตือนหมด

          ด้านนายศิษฎิวัชร ชีวรัตนาพร นายกสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า การยกเลิกคำเตือนเป็นสัญญาณที่ดี และคาดว่าในเดือนธันวาคม ทัวร์จีนจะกลับมาได้ 30-50 เปอร์เซ็นต์ ส่วนจะกลับมาได้ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงตรุษจีนตามที่ ททท. คาดหวังหรือไม่นั้น มีปัจจัยสำคัญคือ สายการบินต่าง ๆ ที่ยกเลิกเส้นทางไปแล้ว จะสามารถกลับมาให้บริการได้หรือไม่ เนื่องจากหลังจากน้ำท่วม ทำให้สายการบินหลักจากจีน ฮ่องกง และไต้หวัน อย่างเช่น ไชน่าเซาเทิร์น แอร์ไลน์, คาเธ่ย์แปซิฟิค, ไชน่า แอร์ไลน์ ยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมาก

          น.ส.วไลลักษณ์ น้อยพยัคฆ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเกาหลี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ก่อนน้ำท่วมตั้งเป้าว่าจะมีนักท่องเที่ยวเกาหลี 1 ล้านคนในปีนี้ แต่จากการประเมินหลังเหตุการณ์ โดยเฉพาะเดือนพฤศจิกายน ซึ่งลดลงถึง 35 เปอร์เซ็นต์ ทำให้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวราว 9.8 แสนคน แต่ยังถือเป็นการเพิ่ม 30 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปี 2553 ที่ทำได้ราว 7 แสนคน

 

 

...............................

(หมายเหตุ : ภาพแฟ้มข่าว)