ข่าว

ชดเชยเกษตรน้ำท่วม8.9พันลบ.

ชดเชยเกษตรน้ำท่วม8.9พันลบ.

24 พ.ย. 2554

ก.เกษตรฯ ของบเยียวยาความเสียหายด้านเกษตร 8.9 พันลบ. พร้อมเตรียมแผนฟื้นฟูอาชีพ และพื้นที่การเกษตร ผ่านโครงการต่าง ๆ หลังน้ำลด

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 24 พ.ย.54  นางสาวสุพัตรา ธนเสนีวัฒน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงมาตรการเร่งด่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการฟื้นฟูช่วยเหลือความเสียหายด้านการเกษตรจากภัยน้ำท่วมว่า มาตรการเร่งด่วนในระยะแรกคือ การเร่งเสนอของบประมาณเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรที่ได้รับความเสียหาย และผลกระทบจากภัยธรรมชาติ ตั้งแต่เหตุการณ์ดินโคลนถล่มในภาคใต้ เมื่อเดือนพฤษภาคมจนถึงวิกฤตน้ำท่วมในปัจจุบัน ซึ่งมีผู้ได้รับความเสียหาย และได้รับผลกระทบแล้วมากกว่า 1 ล้านครัวเรือน

          โดยในภาคใต้ เกษตรกรได้รับเงินช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษจากรัฐบาลไปแล้วมากกว่าร้อยละ 50 ผ่านทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์  ในส่วนของความเสียหายจากภัยน้ำท่วม กระทรวงเกษตรฯ ได้ของบประมาณให้ความช่วยเหลือเกษตรกรไปเป็นจำนวนเงิน 8.9 พันล้านบาท แต่ยังไม่ได้รับการพิจารณา เนื่องจากมีเกษตรกร หรือประชาชนที่ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก การให้ความช่วยเหลือจำเป็นต้องกลั่นกรองอย่างรอบคอบ ซึ่งในส่วนของภาคการเกษตร จะมีคณะอนุกรรมการตรวจสอบความเสียหายด้านการเกษตรระดับหมู่บ้าน ประกอบด้วย กำนันหรือผู้ใหญ่บ้านเป็นประธานกรรมการสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล อาสาสมัครเกษตรกรหมู่บ้านผู้แทนเกษตรกรที่ประสบอุทกภัย เป็นกรรมการและเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรที่รับผิดชอบเป็นเลขานุการมีหน้าที่ตรวจสอบความเสียหายด้านพืช ด้านประมงและด้านปศุสัตว์รวมทั้งจัดทำเวทีประชาคม เพื่อตรวจสอบข้อมูลความเสียหายและรายงานมายังคณะกรรมการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติระดับอำเภอและเสนอมายังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาดำเนินการต่อไป

          ทั้งนี้เกษตรกรที่จะได้รับเงินชดเชยต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้กับหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อาทิ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมง และกรมปศุสัตว์ เกษตรกรสามารถแจ้งความเสียหายของผลผลิตทั้งพืชประมงและปศุสัตว์ได้ที่ผู้ใหญ่บ้านหรือหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ ในพื้นที่ โดยด้านพืช แจ้งได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ ด้านประมงที่สำนักงานประมงอำเภอและด้านปศุสัตว์แจ้งได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ

          โดยเมื่อผ่านขั้นตอนการพิจารณาระดับอำเภอและระดับจังหวัดแล้ว จะมีการสรุปยอดรวมมาที่ส่วนกลางซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะได้เร่งดำเนินการจ่ายเงินชดเชยให้ความช่วยเหลือเกษตรกรตามมติคณะรัฐมนตรี เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรให้เร็วที่สุด และหลังจากนี้กระทรวงยังได้เตรียมแผนฟื้นฟูเยียวยาเกษตรกรภายหลังน้ำลดซึ่งจะบรูณาการการทำงานของหน่วยงานในสังกัดผ่านโครงการต่าง ๆ เข้าช่วยเหลือเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรสามารถกลับมาประกอบอาชีพเพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืนและมั่นคงได้อีกครั้ง

          สำหรับอัตราเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยน้ำท่วมเป็นกรณีพิเศษตามมติคณะรัฐมนตรีในส่วนของภาคการเกษตร ประกอบด้วย ด้านพืชช่วยเหลือเฉพาะเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตรและสำนักงานอ้อยและน้ำตาลทรายได้แก่ ข้าว ไร่ละ 2,222 บาท พืชไร่ ไร่ละ 3,150 บาท พืชสวนและอื่น ๆ ไร่ละ 5,098 บาท และกรณีพื้นที่การเกษตรถูกดินทับถมเสียหาย ไร่ละ 7,000 บาท รายละไม่เกิน 5 ไร่ ด้านประมง ปลาทุกชนิด ไร่ละ 4,225 บาท รายละไม่เกิน 5 ไร่ กุ้ง-ปู-หอย 10,920 บาท รายละไม่เกิน 5 ไร่ พื้นที่เพาะเลี้ยง ตร.ม.ละ 315 บาท รายละไม่เกิน 80 ตร.ม. และช่วยเหลือตามอัตราและเกณฑ์ข้างต้น กรณีพื้นที่ซึ่งได้รับความเสียหายที่เกินจากเกณฑ์ช่วยเหลือให้ได้รับความช่วยเหลืออีกครึ่งหนึ่งของพื้นที่ส่วนที่เกินนั้น

          ด้านปศุสัตว์ ช่วยเหลือตามจำนวนสัตว์ที่ตายหรือสูญหาย โดย โค-กระบือ ตัวละ 3,600-15,800 บาท ไม่เกินรายละ 2 ตัว, สุกร ตัวละ1,200-2,500 บาท, แพะ-แกะ ตัวละ 1,400 บาท, นกกระจอกเทศ ตัวละ 2,000 บาท ไม่เกินรายละ 10 ตัว, ไก่พื้นเมือง ตัวละ 20-40 บาท, ห่าน ตัวละ 50 บาท ไม่เกินรายละ 300 ตัว, เป็ดพันธุ์เนื้อและพันธุ์ไข่ ตัวละ 15-40 บาท, ไก่พันธุ์เนื้อ ตัวละ 15-35 บาท, ไก่พันธุ์ไข่ ตัวละ 15-60 บาท, นกกระทา ตัวละ 5-10 บาท ไม่เกินรายละ 1,000 ตัว

          แปลงหญ้าหรือพืชอาหารสัตว์เสียหายให้ช่วยเป็นเงินเมล็ดพันธุ์พืชอาหารสัตว์ไม่เกินรายละ 20 ไร่ ไร่ละไม่เกิน 2 กิโลกรัม เมล็ดพันธุ์พืชอาหารสัตว์ กิโลกรัมละ 110 บาท และท่อนพันธุ์พืชอาหารสัตว์ไม่เกินรายละ 20 ไร่ ไร่ละไม่เกิน 250 กิโลกรัม ท่อนพันธุ์พืชอาหารสัตว์ กิโลกรัมละ 2.50 บาท

          โดยในกรณีได้รับความเสียหายที่เกินจากการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวให้ได้รับเงินช่วยเหลืออีกครึ่งหนึ่งของความเสียหายส่วนที่เกิน